posttoday
INGลุยหุ้นเกรทเทอร์ไชน่า

INGลุยหุ้นเกรทเทอร์ไชน่า

26 เมษายน 2554

ตั้งเป้ากำไร10%ภายใน1ปีมองหุ้นไทยแรงเข้าสู่พักฐาน

ตั้งเป้ากำไร10%ภายใน1ปีมองหุ้นไทยแรงเข้าสู่พักฐาน

บลจ.ไอเอ็นจี ชี้หุ้นไทยพักฐานช่วงสั้น มองครึ่งปีหลังหุ้นจีนฮ่องกงไต้หวัน โอกาสสร้างผลตอบแทนดีกว่า ส่งกองทุนใหม่ขายตั้งเป้ากำไร 10%

น.ส.ศิริพรรณ สุทธาโรจน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ หัวหน้าฝ่ายจัดการกองทุนตราสารทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ไอเอ็นจี (ประเทศไทย) กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยยังอยู่ในช่วงของการพักฐานในระยะสั้น หลังจากดัชนีปรับตัวขึ้นมาต่อเนื่อง แต่ด้วยปัจจัยพื้นฐานยังหนุนให้ดัชนีมีโอกาสปรับตัวขึ้นไปต่อได้ รวมถึงการเลือกตั้งในประเทศที่จะเกิดขึ้นช่วยหนุนบรรยากาศการลงทุน

อย่างไรก็ตาม การปรับตัวขึ้นของหุ้นไทยในช่วงที่ผ่านมาทำให้มองว่าครึ่งปีหลังการลงทุนในตลาดหุ้นจีนและตลาดหุ้นเอเชียเหนือน่าจะให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า

นายต่อ อินทวิวัฒน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายธุรกิจกองทุนและที่ปรึกษาการลงทุน บลจ.ไอเอ็นจี กล่าวว่า ในครึ่งปีหลังตลาดหุ้นไทยมีหลายปัจจัยที่ต้องจับตา เช่น เงินเฟ้อ มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) 2 ของสหรัฐที่จะครบกลางปีนี้ รวมถึงการเลือกตั้งในประเทศ แม้นักลงทุนเชื่อว่านโยบายของรัฐบาลใหม่ที่เข้ามาจะต่อเนื่องก็ตาม

บลจ.ไอเอ็นจี จึงเสนอขายกองทุนเปิดไอเอ็นจี ไทย เกรทเทอร์ ไชน่า ทริกเกอร์ 10% ระหว่างวันที่ 26 เม.ย.-4 พ.ค. 2554 มูลค่าโครงการ 2,000 ล้านบาท โดยกองทุนจะลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน ING (L) Invest Greater China ที่บริหารโดย ING Investment Management เน้นลงทุนในหุ้นที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ในกลุ่ม Greater China ประกอบด้วย สาธารณรัฐประชาชนจีน ฮ่องกง และไต้หวัน ซึ่งถือเป็นกลุ่มประเทศที่มีพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่ดีและเติบโตอย่างแข็งแกร่ง

“กองทุนมีเป้าหมายกำไร 10% ภายใน 1 ปี และป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน” นายต่อ กล่าว

สำหรับปัญหาเรื่องเงินเฟ้อของจีนนั้น นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าจะปรับตัวลดลงในครึ่งหลังของปี 2554 ขณะที่ราคาหุ้นมีโอกาสปรับตัวสูงขึ้นอีกมาก หากความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและมาตรการควบคุมทางการเงินเบาบางลง โดยปัจจุบันตลาดหุ้นจีนมีอัตราส่วนหุ้นต่อกำไร (P/E) ค่อนข้างต่ำ อยู่ที่ระดับประมาณ 12.1 เท่า ซึ่งยังต่ำกว่าระดับเฉลี่ยในอดีตที่ 13.9 เท่า ส่วนฮ่องกงปัจจุบันพีอี 11 เท่าซึ่งต่ำกว่าระดับเฉลี่ยในอดีตที่ 13.7 เท่า ขณะที่ไต้หวันพีอีประมาณ 12 เท่า ต่ำกว่าระดับเฉลี่ยในอดีตที่ 14 เท่า

นอกจากนี้ โกลด์แมน แซคส์ ประเมินโอกาสที่หุ้นจีนจะปรับตัวลงอีกมีไม่มาก เพราะที่ผ่านมาราคาหุ้นปรับตัวขึ้นค่อนข้างน้อย โดยคาดการณ์ว่าในอีก 12 เดือนข้างหน้า หุ้นจีนมีโอกาสปรับตัวขึ้นได้ประมาณ 27% ไต้หวัน 27% และฮ่องกงประมาณ 28%

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท