
ไทยเด่นหลายเรื่อง
ตลท.คาดต่างชาติไหลเข้าหุ้นต่อไตรมาส2ตราสารหนี้ปัดเงินร้อนทะลัก
ตลท.คาดต่างชาติไหลเข้าหุ้นต่อไตรมาส2ตราสารหนี้ปัดเงินร้อนทะลัก
หุ้นไทยพุ่งแรงสุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คาดต่างชาติลุยต่อไตรมาส 2 เหตุสภาพคล่องท่วมโลกไทยเงินเฟ้อไม่แรงเท่าเพื่อนบ้าน
นายวิรไท สันติประภพ รองผู้จัดการ สายงานพัฒนาและวางแผนกลยุทธ์องค์กร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า นับตั้งแต่ต้นปี 2554 ถึงวันที่12 เม.ย. ดัชนีหุ้นไทยเพิ่มขึ้น 5.05% ซึ่งถือว่าเป็นอันดับ 1 ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่เป็นอันดับ 2 ในเอเชีย เป็นรองเพียงประเทศจีน
สำหรับแนวโน้มในไตรมาส 2 ยังคาดว่าเม็ดเงินต่างชาติจะไหลเข้าลงทุนในตลาดหุ้นไทยต่อเนื่องจากสภาพคล่องในโลกยังล้นอยู่ และนักลงทุนต่างชาติเริ่มมีมุมมองเปลี่ยน เป็นการเลือกเข้าลงทุนรายประเทศมากขึ้น ไม่ได้เกาะกลุ่มในตลาด TIPs (ไทย ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย) ขณะที่ไทยมีปัจจัยเสริมที่ประสบปัญหาเงินเฟ้อไม่รุนแรงเท่าเพื่อนบ้านที่ส่วนใหญ่พุ่งขึ้นถึงระดับ 10% ส่วนหนึ่งเป็นเพราะภาครัฐมีนโยบายสนับสนุนเรื่องราคาน้ำมัน
นอกจากนั้น ยังมองว่าตลาดหุ้นไทยได้อานิสงส์ที่ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นเพราะดัชนีอิงกับหุ้นกลุ่มน้ำมันจำนวนมาก ประกอบกับเศรษฐกิจไทยมีการฟื้นตัวดีขึ้น ส่งผลให้ผลประกอบการกลุ่มอุตสาหกรรมอื่นดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มธนาคารพาณิชย์และกลุ่มวัสดุก่อสร้าง
ทั้งนี้ ณ วันที่ 12 เม.ย. 2554 นักลงทุนต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิในหุ้นไทย 23,377 หมื่นล้านบาท เทียบกับสิ้นไตรมาสแรกขายสุทธิที่ 711 ล้านบาท
นางเทียนทิพ สุพานิช ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเพื่อตลาดทุน กล่าวว่า เม็ดเงินต่างชาติจะไหลเข้าตลาดหุ้นไทยต่อหรือไม่นั้นต้องติดตามเรื่องอัตราการว่างงานและการปรับขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐอเมริกา ซึ่งจะมีผลต่อการเคลื่อนย้ายเม็ดเงินทุน
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ต่างประเมินกำไรสุทธิของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ปีนี้จะเพิ่มขึ้น 20% จึงเป็นปัจจัยที่ทำให้เม็ดเงินไหลเข้ามาลงทุนในไทยต่อเนื่อง
ด้านตลาดหุ้นไทยในวันที่ 22 เม.ย.ที่ผ่านมา ดัชนีอ่อนตัวลงไปปิดที่ระดับ 1,105.29 จุด ลดลง 4.63 จุด ท่ามกลางมูลค่าการซื้อขายเบาบาง 27,844.32 ล้านบาท โดยนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิเพียง 448 ล้านบาท ขณะที่สถาบันขายออก 2,196 ล้านบาท
ด้านตลาดตราสารหนี้นั้น น.ส.อริยาติรณะประกิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (Thai-BMA) กล่าวว่า นักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนในตลาดตราสารหนี้ไทยจำนวนมาก เช่นเดียวกับตลาดหุ้นไทย โดยเข้ามามากนับตั้งแต่ต้นปีจนถึงล่าสุดวันที่ 12 เม.ย. ต่างชาติมียอดถือครองสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 4.2 แสนล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 6.2% ของมูลค่าตราสารหนี้ทั้งหมด เทียบกับสิ้นปี 2553 ที่ 2.8 แสนล้านบาท
“เงินที่เข้ามาสรุปว่าเป็นเงินร้อนซะทีเดียวไม่ได้ แม้ว่าประมาณ 80-90%เน้นลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้น เพราะแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยขาขึ้นและสภาพคล่องท่วมโลก ขณะที่ส่วนต่างผลตอบแทนของพันธบัตรไทย 16 เดือน อยู่ที่เฉลี่ย 2.5-2.7% สูงกว่าดอกเบี้ยสหรัฐที่คงอยู่ระดับต่ำ 0-0.25%” น.ส.อริยา กล่าว
ก.ล.ต. กล่าวโทษ น.ส.ลลนา ศิริจรรยากุล ต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษในฐานความผิดกรณีสร้างราคาหุ้น บริษัททราฟฟิกคอร์นเนอร์ โฮลดิ้งส์ (TRAF) ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นบริษัท เอ็ม พิคเจอร์ส เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ (MPIC)







