
3คนในปตท.ชิงดำเก้าอี้ซีอีโอ
คุณสมบัติเข้มพร้อมทำงานทันทีคนนอก‘เพิ่มศักดิ์ โกศลพันธ์ุ’
คุณสมบัติเข้มพร้อมทำงานทันทีคนนอก‘เพิ่มศักดิ์ โกศลพันธ์ุ’
4 ผู้สมัครชิงเก้าอี้ซีอีโอ ปตท. หึ่งคนนอกชื่อ “เพิ่มศักดิ์ โกศลพันธุ์” คาด 3 คนใน เทวินทร์ไพรินทร์สุรงค์ แข่งกันเอง
นายไกรฤทธิ์ นิลคูหา อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) ในฐานะประธานกรรมการสรรหากรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. (PTT) เปิดเผยว่า มีผู้ยื่นใบสมัครทั้งหมด 4 ราย ได้แก่ นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน PTT นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไออาร์พีซี (IRPC) และนายสุรงค์ บูลกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทไทยออยล์ (TOP) และคนนอกอีก 1 คน แต่ไม่ประสงค์ออกนามในขณะนี้
ทั้งนี้ มีกระแสข่าวว่า ผู้สมัครที่เป็นคนนอกกลุ่ม ปตท. คือ นายเพิ่มศักดิ์ โกศลพันธุ์ ประธานบริหาร บริษัท วาโวลีน (ประเทศไทย) ซึ่งเป็นผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์ครบวงจรของรถยนต์ ให้กับศูนย์บำรุงรักษารถยนต์หรืออู่ซ่อมรถยนต์
“การสรรหาจะเป็นไปด้วยความโปร่งใสและถูกต้องตามกระบวนการ หลังจากวันนี้ก็จะมีการตรวจสอบคุณสมบัติ และจะให้ผู้สมัครแต่ละรายแสดงวิสัยทัศน์” นายไกรฤทธิ์ กล่าว
ด้านนายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ PTT กล่าวว่า ปตท.เปิดกว้างพร้อมรับบุคคลภายนอก แต่หากได้บุคคลภายในก็เชื่อมือเพราะทำงานกันมานาน มีการเปลี่ยนงานและเรียนรู้ทุกสายงานภายในบริษัท มีความรู้จักบริษัท รู้วัฒนธรรม และรู้จักลูกค้าเป็นอย่างดี
นอกจากนี้ หากได้คนในมารับตำแหน่งก็จะมีเวลาในการเรียนรู้และถ่ายทอดงานจากตนเองได้อย่างน้อย 45 เดือนก่อนที่จะหมดวาระ ซึ่งเมื่อรับตำแหน่งอย่างเป็นทางการก็จะเดินได้ทันที และผู้บริหารคนใหม่จะต้องขับเคลื่อน ปตท.ให้เติบโตมาจากข้างนอกประเทศ จากที่ผ่านมา ปตท.โตมาจากในประเทศและทำงานเป็นทีม
นายเทวินทร์ กล่าวว่า มีความพร้อมในการเข้ามาบริหาร ปตท. โดยทำงานอยู่ที่บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (ปตท.สผ.) หรือ PTTEP มา 15 ปี และอยู่ที่ ปตท.7 ปี ดูแลสายงานพัฒนาธุรกิจและการลงทุนของ ปตท.ในต่างประเทศ
“ปตท.จะต้องเติบโตจากต่างประเทศ แม้ผมจะได้เป็นซีอีโอ ปตท.หรือไม่ก็ตาม กิจการต้องแข็งแรงกว่านี้ และรายได้จะต้องโตปีละ 10% หรือรวม 5 ปีข้างหน้าจะต้องโต 4050% แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับราคาพลังงานด้วย คาดว่าน้ำมันไม่น่าจะเกิน 100 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล” นายเทวินทร์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญอีกประการคือ การบาลานซ์องค์กรให้เกิดความเหมาะสมและสมดุล เพราะ ปตท. ต้องทำหน้าที่ช่วยบรรเทาภาระประชาชน และอีกทางหนึ่งเป็นมหาชนต้องมองเชิงธุรกิจต้องสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสม
ด้านที่ประชุมผู้ถือหุ้นบริษัท ปตท. อะโรเมติกส์และการกลั่น (PTTAR) และ ปตท.เคมิคอล (PTTCH) วันที่ 21 เม.ย.ที่ผ่านมา มีมติให้ควบรวมกิจการกัน มั่นใจว่าหุ้นของนอกจากนี้ทั้งสองบริษัทมีความมั่นใจว่ากำไรไตรมาสแรก และ 2 ยังโตต่อเนื่องหลังจากราคาปิโตรเคมีสูงขึ้น







