posttoday
ผลผลิตอ้อยปีนี้พุ่ง 88 ล้านตัน

ผลผลิตอ้อยปีนี้พุ่ง 88 ล้านตัน

21 เมษายน 2554

โรงงานน้ำตาลเลื่อนปิดหีบยาวไปถึงเดือนพ.ค. ด้านชาวไร่ต้องจ่ายค่าแรงให้คนตัดอ้อยเพิ่ม 100 บาทต่อวัน จูงใจให้แรงงานให้ตัดอ้อยต่อ ส่วนโรงงาน-ชาวไร่รายได้ดีช่วยปลดหนี้หมด

โรงงานน้ำตาลเลื่อนปิดหีบยาวไปถึงเดือนพ.ค. ด้านชาวไร่ต้องจ่ายค่าแรงให้คนตัดอ้อยเพิ่ม 100 บาทต่อวัน จูงใจให้แรงงานให้ตัดอ้อยต่อ ส่วนโรงงาน-ชาวไร่รายได้ดีช่วยปลดหนี้หมด

นายประเสริฐ ตปนียางกูร เลขาธิการสำนักงานสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) เปิดเผยว่า ในฤดูกาลผลิตปี 2553/2554 คาดการณ์ว่าจะมีปริมาณผลผลิตอ้อยมากที่สุดที่ 88 ล้านตันอ้อย ได้ผลผลิตน้ำตาล 9.1 ล้านตัน หรือคิดเป็น 91 ล้านกระสอบ จากเดิมต้นปีที่คาดการณ์ว่าจะมีปริมาณ 66 ล้านตันอ้อย เนื่องจากราคาน้ำตาลในตลาดโลกสูง ชาวไร่เกิดความมั่นใจหันมาปลูกอ้อยเพิ่มมากขึ้น โดยในปีนี้มีพื้นที่ปลูกอ้อย 7 ล้านไร่ จากเดิมทีมีอยู่ 6 ล้านไร่ ขณะเดียวกันสภาพดินฟ้าอากาศเอื้อต่อการเจริญเติบโตของอ้อยเป็นอย่างดี และผลผลิตต่อไร่ (ยิวอ้อย) ก็เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 12 ตันต่อไร่ ทำให้ผลผลิตในปีนี้อาจจะสูงขึ้นถึง 90 ล้านตันก็เป็นไปได้

ทั้งนี้ ณ วันที่ 19 เม.ย.2554 มีอ้อยเข้าหีบแล้วทั้งสิ้น 85.7 ล้านตัน ค่าความหวานเฉลี่ยอยู่ที่ 11.9 ซี.ซี.เอส ได้ผลผลิตน้ำตาลรวม 88.5 ล้านกระสอบ มีโรงงานน้ำตาลแจ้งปิดหีบไปแล้วจำนวน 10 แห่ง เหลือโรงงานที่ยังหีบอ้อยอยู่ 36 แห่ง และเหลืออ้อยที่ยังไม่เข้าหีบอีกประมาณ 2 ล้านตัน ซึ่งปกติในช่วงหลังเทศกาลสงกรานต์โรงงานจะทยอยปิดหีบอ้อยหมดแล้ว เพราะเมื่อแรงงานกลับบ้านช่วงวันหยุดยาวจะคนงานตัดอ้อยจะกลับบ้านเลย แต่ในปีนี้บางแห่งต้องจ่ายค่าจ้างคนงานตัดอ้อยพิเศษเพิ่มอีกวันละ 100 บาท จากปกติที่จ่ายอยู่ที่ประมาณวันละ 300-400 บาท ตามจำนวนมัดอ้อยที่ตัดได้

“ทางสอน.ได้ขอความร่วมมือโรงงานน้ำตาลที่เหลือ 36 โรง ให้ช่วยหีบอ้อยให้หมดอย่าปล่อยอ้อยเหลือทิ้งค้างไร่ โดยคาดว่าโรงงานน่าจะเริ่มทยอยปิดหีบในช่วงกลางเดือนพ.ค. และบางโรงอาจจะปิดในช่วงสิ้นเดือนพ.ค.”นายประเสริฐ กล่าว

นอกจากนี้ การที่รัฐบาลมีนโยบายปล่อยเงินกู้ เรื่องระบบน้ำ วงเงิน 2,000 ล้านบาท และเงินกู้รถตัดอ้อยวงเงิน 600 ล้านบาท ถือเป็นการเอื้อให้ระบบการปลูกอ้อยเดินไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

สำหรับในฤดูกาลผลิตนี้ถือเป็นปีทองของชาวไร่อ้อย ที่ราคาอ้อยอยู่ในระดับสูง 945 บาทต่อตัน และได้ชดเชยเพิ่มอีก 105 บาทต่อตันอ้อย โดยราคาอ้อยน่าจะดีขึ้นต่อเนื่องไปจนถึงฤดูกาลผลิตในปีหน้า ทำให้เชื่อว่าชาวไร่น่าจะปลดหนี้ที่มีอยู่ได้หมด เพราะน่าจะมีกำไรจากการทำไร่อ้อยมากขึ้น 15% ต่อไร่ หรือประมาณไร่ละ 2,000 – 3,000 บาท เนื่องจากต้นทุนการผลิตยังคงที่ เช่น ราคาปุ๋ย และราคาน้ำมันดีเซล ที่ถูกตรึงไว้ไม่ให้เกิน 30 บาทต่อลิตร และเฉลี่ยชาวไร่จะมีหนี้สินประมาณ 1.2-1.3 แสนบาทต่อครัวเรือน โดยมีชาวไร่ที่อยู่ระบบการจดทะเบียนประมาณ 2 แสนคน ขณะที่โรงงานน้ำตาลทรายที่อยู่ในแผนฟื้นฟูกิจการน่าจะสามารถปลดหนี้ได้เกือบหมดเช่นเดียวกัน เพราะราคาน้ำตาลในตลาดโลกอยู่ในระดับสูง

ด้านราคาอ้อยขั้นสุดท้ายในฤดูกาลผลิตปี 2553/2554 คาดว่าจะสูงกว่า 945 บาทต่อตันอย่างแน่นอน เนื่องจากขายน้ำตาลได้ในระดับราคาสูงเฉลี่ยที่ 22-23 เซนต์ต่อปอนด์ และขายไปได้แล้วเกือบ 100% ส่วนเรื่องค่าเงินบาทก็ได้มีการทำประกันความเสี่ยงค่าเงินไว้แล้ว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท