
ครม.สกัดคลังรวบอำนาจตีกลับกม.คุมรัฐวิสาหกิจ
ครม.ตีกลับร่างกฎหมาย สคร. กลัวคลังรวบอำนาจคุมรัฐวิสาหกิจเบ็ดเสร็จ
ครม.ตีกลับร่างกฎหมาย สคร. กลัวคลังรวบอำนาจคุมรัฐวิสาหกิจเบ็ดเสร็จ
แหล่งข่าวจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้มีมติให้กระทรวงการคลังกลับไปทบทวนร่างพระราชบัญญัติการกำกับและพัฒนานโยบายรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. ... ว่ามีความจำเป็นต้องออกเป็นกฎหมายหรือไม่ เพราะกลัวว่ากฎหมายดังกล่าวจะทำให้กระทรวงการคลังมีอำนาจควบคุมรัฐวิสาหกิจต่างๆ แบบเบ็ดเสร็จ แทนที่จะเป็นรัฐมนตรีเจ้ากระทรวงเหมือนในปัจจุบัน
“ครม.ต่างมีความกังวลว่ากฎหมายดังกล่าวจะยิ่งสร้างความยุ่งยาก ซ้ำซ้อนในเรื่องอำนาจการกำกับดูแลนโยบายรัฐวิสาหกิจ ระหว่างกระทรวงต้นสังกัดกับคณะกรรมการกำกับนโยบายด้านรัฐวิสาหกิจ (กนร.) ที่ได้มีการเสนอให้เพิ่มอำนาจให้มากขึ้น จึงให้สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) กระทรวงการคลัง กลับไปทบทวนอีกทีว่าจำเป็นต้องออกเป็น พ.ร.บ.หรือไม่ เพราะเนื้อหาของกฎหมายนั้นทำให้รัฐมนตรีต่างกังวลว่ามีการให้อำนาจกับกระทรวงการคลังมากเกินไป” แหล่งข่าวเปิดเผย
สาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว เป็นการกำหนดมาตรการที่มีประสิทธิภาพเกี่ยวกับรัฐวิสาหกิจและหลักทรัพย์ โดยจัดทำนโยบายของชาติ ในรูปแบบของแผนพัฒนาระบบรัฐวิสาหกิจ ซึ่งเป็นแผนระดับชาติ จัดให้มีกลไกการบริหารจัดการเพื่อพลิกฟื้นรัฐวิสาหกิจที่ประสบปัญหาวิกฤตด้านการเงิน และโครงสร้างองค์กรอย่างเป็นระบบและทันท่วงที กำหนดแนวทางการบริหารหลักทรัพย์ของรัฐให้เกิดมูลค่าสูงสุด และจัดให้มีหน่วยงานกลางที่มีอำนาจหน้าที่โดยตรงในการกำกับและพัฒนานโยบายที่เกี่ยวกับรัฐวิสาหกิจและหลักทรัพย์ของรัฐ
นอกจากนี้ กฎหมายกำหนดให้มีการตั้งคณะกรรมการกำกับนโยบายด้านรัฐวิสาหกิจ (กนร.) มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน รวมถึงจะมีบทลงโทษที่มีความเข้มข้นขึ้น จากที่ก่อนหน้านี้ไม่มีกฎหมายเพื่อกำกับและรองรับการดำเนินงานของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ทำให้การทำงานไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร
ประเด็นสำคัญ คือ การกำหนดอำนาจหน้าที่ของ กนร. ให้มีอำนาจหน้าที่เสนอแนะและให้คำปรึกษาแก่คณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับนโยบาย และแนวทางในการกำกับดูแลและการดำเนินงาน และสามารถให้ความเห็นชอบแผนยุทธศาสตร์วิสาหกิจ และนโยบายการดำเนินงานประจำปี
สำหรับการปรับปรุงกิจการของรัฐวิสาหกิจ กำหนดให้การเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจจะกระทำได้ เมื่อคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจมิได้ปรับปรุงกิจการให้เป็นไปตามคำสั่งของ กนร. เมื่อพ้นระยะเวลา 1 ปี นับแต่ วันที่ กนร. มีคำสั่งให้ปรับปรุงกิจการตามมาตรา 26 และห้ามมิให้เปิดเผยข้อมูลของรัฐวิสาหกิจที่ได้จากการดำเนินการตามพระราชบัญญัติ ซึ่งเป็นกิจการที่พึงสงวนไว้ไม่เปิดเผย เว้นแต่ การเปิดเผยเพื่อประโยชน์ในการปรับปรุงกิจการของรัฐวิสาหกิจ การเปิดเผยความลับของรัฐวิสาหกิจซึ่งรัฐวิสาหกิจได้ให้ความยินยอมแล้ว และการเปิดเผยเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติตามที่กฎหมายบัญญัติไว้







