
คลังยันดอกเบี้ยไม่สะเทือนเศรษฐกิจ
นริศมั่นใจปีนี้ขยายตัวได้4-5%กนง.เครียดหวั่นญี่ปุ่นฟาดหาง
นริศมั่นใจปีนี้ขยายตัวได้4-5%กนง.เครียดหวั่นญี่ปุ่นฟาดหาง
สศค.เชื่อ ธปท. ขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่องถึง 3.25% ขณะที่ กนง.มุ่งคุมเงินเฟ้อหวั่นบานปลาย
นายนริศ ชัยสูตร ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า การปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) อีก 0.25% เป็น 2.75% ต่อปี เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ ว่าทั้งปีอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะอยู่ที่ 3.25% ซึ่งเป็นระดับเหมาะสมกับการขยายตัวเศรษฐกิจที่ 4-5%
การปรับขึ้นครั้งนี้ส่งผลดีให้อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง เมื่อหักกับเงินเฟ้อพื้นฐานทั้งปีที่คาดว่าจะอยู่ที่ 2.5% กลับมาเป็นบวก เป็นผลดีกับผู้ฝาก
ทั้งนี้ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เมื่อวันที่ 20 เม.ย. มีมติปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25% จาก 2.5% เพิ่มเป็น 2.75% โดยให้มีผลทันทีด้วยมติ 6 เสียงต่อ 1 เสียง โดยผู้คัดค้านต้องการให้ชะลอดูผลกระทบจากปัญหาแผ่นดินไหวในญี่ปุ่น ทำให้ภาคยานยนต์ขาดแคลนวัตถุดิบ แต่กนง.ส่วนใหญ่มองว่าญี่ปุ่นน่าจะฟื้นตัวในไตรมาส 34
นายไพบูลย์ กิตติศรีกังวานผู้ช่วยผู้ว่าการ ธปท. กล่าวว่า การขึ้นดอกเบี้ยเพื่อส่งสัญญาณและสร้างความมั่นใจในการดูแลเงินเฟ้อให้อยู่ในเป้าหมาย แต่คงไม่สามารถบอกได้ว่าดอกเบี้ยจะขึ้นไปถึงระดับใดถึงจะสมดุล เพราะต้องประเมินให้เหมาะสมกับระดับเงินเฟ้อและการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยขณะนี้ดอกเบี้ยของไทยยังต่ำกว่าทั้งภูมิภาค จึงไม่น่าเป็นปัจจัยดึงดูดเงินทุนไหลเข้า
ขณะที่อัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่แท้จริงยังติดลบอยู่ 1% เมื่อคำนวณจากตัวเลขการคาดการณ์เงินเฟ้อเฉลี่ยทั้งปีที่ระดับ 3.7%
นายศิริ การเจริญดี กนง. ยอมรับว่าการประชุมครั้งนี้ กนง.หารือมากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะการประเมินอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ แต่บทสรุปคือ ยังห่วงปัญหาเงินเฟ้อเร่งตัวขึ้นมากที่สุด จากราคาสินค้าที่ปรับสูงขึ้นต่อเนื่องและราคาน้ำมันที่ผู้บริโภคและผู้ประกอบการยังคาดไว้สูง ทำให้ต้องดูแลเงินเฟ้อก่อน
“แต่แรงกดดันเงินเฟ้อจากเม็ดเงินในการเลือกตั้งไม่น่าจะมีมากนัก ถือว่าน้อย เพราะเป็นเพียงการเคลื่อนเงินจากกระเป๋าอีกคนไปหาอีกคนเท่านั้น” นายศิริ กล่าว
บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย รายงานว่า วัฏจักรอัตราดอกเบี้ยขาขึ้นของไทยในรอบนี้ยังคงไม่สิ้นสุดลง โดยการประชุม กนง.ในเดือนมิ.ย. และ ก.ค. ทำให้ดอกเบี้ยน่าจะขึ้นสู่ระดับ 3.25% ภายในสิ้นปีนี้







