
โอกาสแอพฯมือถือ ต้องเร่งสร้างความพร้อม
จำนวนของสมาร์ตโฟนที่มีการใช้งานอยู่ในตลาดโดยรวมคาดว่าอยู่ที่ประมาณ 8 ล้านเครื่อง
จำนวนของสมาร์ตโฟนที่มีการใช้งานอยู่ในตลาดโดยรวมคาดว่าอยู่ที่ประมาณ 8 ล้านเครื่อง
โดย...พรหมเมศร์ ศิริสุขวัฒนานนท์
จำนวนของสมาร์ตโฟนที่มีการใช้งานอยู่ในตลาดโดยรวมคาดว่าอยู่ที่ประมาณ 8 ล้านเครื่อง และยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องอย่างรวดเร็ว เพราะราคาสมาร์ตโฟนปรับลดลงมาเหลือระดับ 6,000 บาทเท่านั้น และนั่นเป็นปัจจัยที่ผลักดันให้อุตสาหกรรมแอพพลิเคชันมือถือมีแนวโน้มการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญมาตั้งแต่ปีที่ผ่านมา เนื่องจากขนาดตลาดขยายตัว และผู้ใช้เริ่มเข้าใจการใช้งานมากขึ้นแล้ว
นายปรัธนา ลีลพนัง ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ สายงานบริการเสริม บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส เปิดเผยว่า ยอดดาวน์โหลดแอพพลิเคชันเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เฉพาะหน้าร้านของเอไอเอสอย่างเดียวมีกว่า 1 ล้านดาวน์โหลดต่อเดือน และคาดว่าจะเติบโตเป็น 1.5 ล้านดาวน์โหลดเป็นอย่างน้อยในปีนี้ ดังนั้นในตลาดรวมที่มีหน้าร้านแอพสโตร์จากมือถือแบรนด์ต่างๆ อีก จำนวนต้องมากอย่างแน่นอน คาดว่าการเติบโตไม่ต่ำกว่า 50% แน่นอน และสัดส่วนของการดาวน์โหลดแบบจ่ายเงินก็เพิ่มขึ้นด้วย
ทั้งนี้ เหตุที่ยอดดาวน์โหลดเสียเงินมากขึ้น เพราะเมื่อพิจารณาแล้ว ค่าดาวน์โหลดประมาณ 1-2 เหรียญสหรัฐ หรือ 301-00 บาท แลกกับแอพพลิเคชันที่ดี มือถือหน้าจอขนาดใหญ่ใช้งานสะดวก ถือว่าคุ้มค่าผู้ใช้จึงกล้าดาวน์โหลดมากขึ้น แน่นอนว่าส่วนใหญ่จะเป็นแอพพลิเคชั่นประเภทโซเชียลเน็ตเวิร์กต่างๆ โดยเชื่อว่า 2 ปีจากนี้แอพพลิเคชันที่ต้องจ่ายเงินจะได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ โดยมีทั้งรูปแบบที่ทดลองใช้งานก่อนหากพอใจจึงซื้อ หรือให้ใช้ฟรีอย่างจำกัด และมีเสียเงินในบางส่วน
แต่หากมองในระยะยาวยังต้องพิจารณากันอีกครั้ง เพราะตลาดแอนดรอยด์ที่พัฒนาโดยกูเกิลมีการเติบโตเร็วมาก และ 90% ของแอพพลิเคชันบนแอนดรอยด์เป็นของฟรี ขณะที่แบล็คเบอร์รี่และไอโฟนอยู่ที่ประมาณ 50-60% ฟรี ต้องรอดูว่าแนวโน้มของแอพพลิเคชันฟรี และคิดรายได้จากโฆษณาจะกลายเป็นกระแสหลักได้หรือไม่
“นี่เป็นโอกาสของนักพัฒนาแอพฯ ไทย ปัจจุบันยังมีสัดส่วนไม่เกิน 5% ที่เหลือเป็นแอพฯ จากต่างประเทศทั้งหมด แสดงว่านักพัฒนาไทยต้องเร่งมากกว่านี้ เพราะพัฒนาแอพฯ เดียว สามารถทำตลาดได้ทั่วโลก” นายปรัธนา กล่าว
นายสุพจน์ เธียรวุฒิ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรมโทรคมนาคม หรือทริดี้ กล่าวว่า โมบายแอพพลิเคชันมีการเติบโตสูงมาก และเหมาะอย่างยิ่งกับนักพัฒนาไทย เพราะใช้งบประมาณไม่สูง สามารถทำได้ทันที และตลาดมีอยู่ทั่วโลก แต่ปัญหาคือยังขาดแคลนบุคลากร ต้องสร้างคนอีกเป็นจำนวนมากเพื่อป้อนเข้าสู่อุตสาหกรรม
ส่วนของทริดี้ เดิมมีแผนจะตั้งโมบาย แอพพลิเคชัน เทสต์ เซ็นเตอร์ โดยร่วมกับซอฟต์แวร์พาร์คและเนคเทค ทำหน้าที่ทดสอบแอพพลิเคชันต่างๆ ซึ่งทางเอกชนเห็นด้วยมาก แต่ชะลออยู่เพราะไม่ได้รับจัดสรรงบประมาณจากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช.
“การไม่ได้รับจัดสรรงบประมาณ เพราะ กสทช.ยังไม่ได้ตั้ง ทำให้แผนงานต่างๆ ต้องชะลอออกไป แต่ทริดี้ไม่ได้เพิกเฉยแน่นอน แม้จะไม่ได้รับจัดสรรงบ แต่ภายในปีนี้จะดิ้นรนหาทางเพื่อตั้งศูนย์นี้ให้ได้ ขณะที่การผลักดันการสร้างบุคลากร มีการหารือกับสถาบันการศึกษาเพื่อปรับปรุงหลักสูตรนี้ไปพร้อมๆ กัน” นายสุพจน์ กล่าว
ด้านแหล่งข่าวในวงการนักพัฒนาแอพพลิเคชันไทย เปิดเผยว่า ปัจจุบันนักพัฒนาแอพพลิเคชันบนมือถือเป็นที่ต้องการตัวมาก ถือว่าอยู่ในสภาพขาดแคลน มีการซื้อตัวกันระหว่างบริษัท รวมถึงมีการเข้าไปจองตัวกันตั้งแต่ยังเรียนอยู่ในระดับอุดมศึกษา แสดงให้เห็นถึงความต้องการในอุตสาหกรรมที่มีมากจริงๆ
ภาพรวมของแอพพลิเคชันในตลาดมีผู้ประกอบการนักพัฒนาจำนวนหนึ่งที่ผลิตแอพพลิเคชันไปเจาะตลาดต่างประเทศเป็นหลัก ต้องยอมรับว่าตลาดในต่างประเทศมีการดาวน์โหลดกันอย่างแพร่หลายมากกว่า มีโอกาสได้รับดาวน์โหลดเป็นหลักหมื่นครั้งต่อเดือน
สำหรับในประเทศไทยยอดการดาวน์โหลดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่ส่วนใหญ่ยังเป็นแอพพลิเคชันต่างประเทศ ขณะที่แอพพลิเคชันไทยยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น ซึ่งการมาของสมาร์ตโฟน โดยเฉพาะ 3 ค่ายหลักดังที่กล่าวมา เป็นปัจจัยสำคัญที่จุดประกายให้นักพัฒนาไทยเริ่มหันมาสนใจมากขึ้น โดยแอพพลิเคชั่นที่กำลังมาแรงและคาดว่าจะเติบโตเร็วมากคือ เกม จากเดิมที่เกมบนมือถือเล่นได้จำกัดด้วยขนาดหน้าจอ แต่ตอนนี้กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
องคาพยพของอุตสาหกรรมแอพพลิเคชันบนมือถือมีการเติบโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัดทั้งในไทยและทั่วโลก เป็นโอกาสที่ไทยต้องเร่งสร้างความพร้อม โดยเฉพาะเรื่องบุคลากรที่ยังขาดแคลน อย่างน้อยต้องพร้อมรับมือกับการเปิดเสรีอาเซียนปี 2558 ที่แรงงานจากต่างประเทศเข้ามาในไทย ต้องพลิกวิกฤตเป็นโอกาสและบุกตลาดทั่วโลก







