
โยนเอกชน-ราชการอุ้มค่าไฟให้รายย่อย
โยนผู้ประกอบการขนาดกลาง-ใหญ่ และ ภาคราชการ แบกค่าไฟฟ้าแทนคนใช้ไฟฟ้ารายย่อยไม่เกิน 90 หน่วยต่อเดือน ด้านเรคกูเลเตอร์เตรียมคลอดโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าใหม่
โยนผู้ประกอบการขนาดกลาง-ใหญ่ และ ภาคราชการ แบกค่าไฟฟ้าแทนคนใช้ไฟฟ้ารายย่อยไม่เกิน 90 หน่วยต่อเดือน ด้านเรคกูเลเตอร์เตรียมคลอดโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าใหม่
นางพัลภา เรืองรอง กรรมการกำกับกิจการพลังงาน (เรคกูเลเตอร์) เปิดเผยภายหลังการสัมมนารับฟังความคิดเห็นหลักเกณฑ์การกำหนดโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าของประเทศไทย ว่า จำเป็นต้อปรับปรุงใหม่โครงสร้างค่าไฟฟ้าใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริง ซึ่งหลังจากนี้จะมีการทบทวนทุกๆ2ปี โดยขอให้ประชาชนมั่นใจการกำหนดสูตรคำนวณไฟฟ้าจะเกิดความเป็นธรรมมากขึ้น และจะไม่ส่งผลให้มีการเปลี่ยนอัตราค่าไฟฟ้าที่เรียกเก็บอยู่ในปัจจุบัน โดยเตรียมเสนอรายละเอียดให้ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ(กพช.)พิจารณาในวันที่ 27 เม.ย. นี้
สำหรับภาระการดูแลผู้ใช้ไฟฟ้ารายย่อยฟรีไม่เกิน90 หน่วย/เดือน ใช้เงิน 1.2 หมื่นล้านบาท ตามนโยบายของรัฐบาลนั้น จะถูกนำไปคำนวณในค่าไฟฟ้าฐานใหม่แต่จะสะท้อนเฉพาะค่าไฟฟ้าที่เก็บจากผู้ประกอบการขนาดกลาง-ใหญ่ กิจการเฉพาะอย่าง และภาคราชการ ที่อาจจะมีอัตราค่าไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นบ้าง ซึ่งประเมินเบื้องต้นจะมีผลต่อค่าไฟไม่เกิน 10 สต./หน่วย แต่จะเป็นลักษณะของการทยอยปรับตามขั้นบันได ยกเว้นผู้ใช้ไฟฟ้าบ้านเรือนและรายเล็กไม่ต้องเข้ามารับภาระในส่วนนี้
ทั้งนี้โครงสร้างค่าไฟฟ้าใหม่ จะแยกเป็น ค่าไฟฟ้าฐาน และค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ(เอฟที) เหมือนเดิม แต่การคำนวณค่าไฟฐานจะสะท้อนต้นทุนตามช่วงเวลาและลักษณะการใช้ไฟฟ้าของผู้ใช้ไฟฟ้าแต่ละประเภท เพื่อส่งสัญญาณให้มีการประหยัดไฟฟ้า รวมทั้งแยกต้นทุนของของแต่ละการไฟฟ้า ได้แก่ กิจการผลิต กิจการระบบส่ง กิจการระบบจำหน่าย และกิจการค้าปลีก ในขณะที่ค่าเอฟทีใหม่จะเริ่มที่ศูนย์ โดยจะมีตัวแปรเฉพาะค่าเชื้อเพลิงที่สะท้อนตามราคาตลาดที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้าเท่านั้น
นอกจากนี้จะทบทวน ตัวเลขอัตราผลตอบแทนการลงทุน (Roic) ของการไฟฟ้า 3 แห่ง ได้แก่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค(กฟภ.)ใหม่ให้สอดคล้องกับความเป็นจริงโดยเฉพาะกฟผ.เดิมมีอัตราอยู่ที่ 8.3% อาจปรับลดลงเหลือที่ระดับ 7% เนื่องจากเป็นตัวเลขเดิมที่ใช้รองรับการแปรรูปกฟผ.แต่เมื่อมีการยกเลิกก็ควรจะปรับลดลง .ในขณะที่อีก 2 การไฟฟ้าปรับเพิ่มขึ้นจาก 4.8% เป็นระดับ 6%
อย่างไรก็ตามจะมีการทบทวนโครงการลงทุนของก 3 การไฟฟ้าด้วย เพื่อรักษามาตรฐานคุณภาพบริการ และความมั่นคงของระบบไฟฟ้า โดยโครงการใดที่ไม่ได้มีการลงทุนตามแผนที่กำหนดไว้ในช่วงที่ผ่านมา จะมีการคำนวณจ่ายคืนให้กับประชาชนในรูปชองค่าไฟฟ้า เพราะมีการใช้เป็นต้นทุนค่าไฟฟ้าไปแล้ว
นายดิเรก ลาวัณศิริ ประธานเรคกูเลเตอร์ กล่าวถึง แนวโน้มค่าเอฟที งวดใหม่ เดือนพ.ค.-ส.ค. มีแนวโน้มที่จะปรับเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันที่สูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา รวมทั้งอัตราแลกเปลี่ยนและปริมาณการใช้ไฟฟ้าที่จะเป็นตัวแปรสำคัญในการคำนวณค่าเอฟที ส่วนจะมีการตรึงค่าเอฟทีต่อหรือไม่ คงขึ้นอยู่กับนโยบายรัฐบาลจะมีแนวทางอย่างไร
ด้านนายเจน นำชัยศิริ ประธานสถาบันพลังงาน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ภาคอุตสาหกรรมไม่เห็นด้วยที่จะให้เอกชน เข้ามารับภาระต้นทุนสำหรับผู้ใช้ไฟฟรี 90 หน่วย/เดือน ซึ่งจะทำให้กระทบขีดความสามารถในการแข่งขัน เพราะค่าไฟถือเป็นต้นทุนการผลิตสินค้า หากรัฐบาลจะทำนโยบายประชานิยมจะต้องพิจารณาผลดีผลเสียที่เกิดขึ้นทั้งหมดด้วย







