
หุ้น19เม.ย.ปิดเช้าลบ0.41 จุด
หุ้นภาคเช้า 19 เม.ย. ผันผวนปิดที่ 1,090.26 จุด ลดลง 0.41 จุด ท่ามกลางมูลค่าซื้อขาย 17,770.09 ล้านบาท
หุ้นภาคเช้า 19 เม.ย. ผันผวนปิดที่ 1,090.26 จุด ลดลง 0.41 จุด ท่ามกลางมูลค่าซื้อขาย 17,770.09 ล้านบาท
ดัชนีหุ้นไทยเช้าวันที่ 19 เม.ย.แกว่งตัวผันผวน โดยเคลื่อนไหวในแดนลบสลับกับแดนบวก ระหว่าง1,083.73 จุด-1,091.59 จุด จนท้ายตลาดกลับมาปิดลดลง 0.41จุดหรือ ลดลง 0.04 %มาปิดที่ 1,090.26 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 17,770.09 ล้านบาท
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กิมเอ็ง คาดว่า โอกาสปรับฐานลงสู่บริเวณ 1,080 +/- จุดระหว่างชั่วโมงการซื้อขาย หลังสถาบันจัดอันดับเครดิตแสตนดาร์ดแอนด์พัวร์( S&P )ลดแนวโน้มอันดับความน่าเชื่อถือของสหรัฐ ลงเป็น “ลบ” จาก “คงที่” ย่อมกดดันต่อตลาดหุ้นในเอเชียเช้าวันนี้อยู่ไม่น้อย เพียงแต่ในระยะถัดไปเชื่อว่าเงินทุนจะไหลออกจากสหรัฐฯ ไหลเข้าตลาดหุ้นเกิดใหม่ในเอเชีย รวมถึงตลาดหุ้นไทยอย่างแน่นอน
ขณะที่ปัจจัยการลงทุนภายในประเทศ ยังมีประเด็นสนับสนุนการขยับขึ้นของ ดัชนี จากการเก็งกำไรในงบไตรมาส 1ปีนี้ ของกลุ่มธนาคาร และวันพรุ่งนี้คณะกรรมการนโยบายการเงิน( กนง. )จะพิจารณาทิศทางอัตราดอกเบี้ย เชื่อว่าการประชุมครั้งนี้จะพิจารณาขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งที่ 3 อีก 0.25% เป็น 2.75% และมีแนวโน้มจะขยับขึ้นต่อเนื่องไปอีก 2-3 ครั้งข้างหน้า เพื่อควบคุมเงินเฟ้อที่มีทิศทางสูงขึ้น แม้ว่ารัฐบาลจะแก้ไขภาษีสรรพสามิต เพื่อลดต้นทุนราคาน้ำมันดีเซลแล้วก็ตาม แต่ต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น การอุดหนุนของน้ำมันดีเซลอาจทำได้อีกไม่นานนัก นั้นย่อมหมายความว่ากระแสเงินทุนต่างชาติจะยังคงไหลเข้าตลาดหุ้นไทยต่อเนื่อง
สำหรับกลยุทธ์การลงทุนวันนี้ แนะนำ “ถือพอร์ตการลงทุน” พร้อม “สะสมหุ้น” ธนาคารกรุงไทย (KTB)และบริษัทไทยคม (THCOM)
ด้าน บล.บัวหลวง ระบุว่า ดัชนีตลาดหุ้นไทยอ่อนตัวตามตลาดหุ้นในภูมิภาคเล็กน้อย จากข่าวเรื่อง S&P ปรับอันดับความน่าเชื่อถือสหรัฐลงและความกังวลหนีในยูโรโซน แต่หากสามารถยืนเหนือแนวรับที่เคยให้ไว้ 1080-1085 จุดได้มองว่ายังไม่เสียรูปแบบขาขึ้น
อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าดัชนีหุ้นไทยยังเดินหน้าปรับตัวได้ แต่อยากให้จับตาดูกระแสเงินลงทุนและค่าเงินสกุลเอเชียเปรียบเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐ เนื่องจากเรามองแนวโน้มกระแสเงินลงทุนคาดว่าจะไหลเข้า ทำให้ค่าเงินเอเชียจะแข็งค่าขึ้น ปัจจุบันเราพบว่าค่าเงินดอลลาร์สิงคโปร์ ค่าเงินรูปีประเทศอินเดียและค่าเงินบาท ทั้งหมดเปรียบเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐพบว่ามีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น ขณะที่ตลาดหุ้นเกาหลีใต้และฟิลิปปินส์ปรับตัวขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ไปแล้ว
แนวโน้มสัปดาห์นี้มองตลาดปรับขึ้นแนวต้านระยะสั้น 1,100 จุดน่าจะผ่านได้ไม่ยาก ส่วนใหญ่สิ่งที่สังเกตเห็นได้ทุกรอบคือแนวต้านสำคัญมักจะเห็นแรงซื้อจากต่างชาติดันทะลุขึ้นทุกครั้ง อาจเป็นเพราะได้ปริมาณหุ้นมากนั่นเอง โดยแนวต้านระยะกลางเรามองไปที่ 1,150 จุด
หลักทรัพย์ที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ซื้อขายสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่
CPF มูลค่าหลักทรัพย์ 1,734 ล้านบาท ปิดที่ 28.75 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท (+3.60%)
BANPU มูลค่าหลักทรัพย์ 1,001 ล้านบาท ปิดที่ 772.00 บาท ลดลง 8.00 บาท (-1.03%)
SCB มูลค่าหลักทรัพย์ 840 ล้านบาท ปิดที่ 113.00 บาท ลดลง 2.50 บาท (-2.16%)
PTT มูลค่าหลักทรัพย์ 784 ล้านบาท ปิดที่ 373.00 บาท ลดลง 2.00 บาท (-0.53%)
JAS มูลค่าหลักทรัพย์ 734 ล้านบาท ปิดที่ 3.06 บาท เพิ่มขึ้น 0.08 บาท (+2.68%)







