posttoday
TISCO-KKสวนทาง

TISCO-KKสวนทาง

19 เมษายน 2554

ทิสโก้ อวดกำไรเหนือตลาด สวนทางธนาคารเกียรตินาคินที่ต่ำกว่าคาด นักวิเคราะห์ยังเชื่อทั้งกลุ่มจะสร้างสถิติสูงสุดใหม่ไตรมาสนี้

ทิสโก้ อวดกำไรเหนือตลาด สวนทางธนาคารเกียรตินาคินที่ต่ำกว่าคาด นักวิเคราะห์ยังเชื่อทั้งกลุ่มจะสร้างสถิติสูงสุดใหม่ไตรมาสนี้

บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป (TISCO) ประกาศกำไรสุทธิไตรมาสแรกปี 2554 ออกมาเป็นธนาคารแรก มีกำไรสุทธิ 828 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% จากไตรมาสแรกปี 2553 และเพิ่มขึ้น 21% จากไตรมาส 4 ปี 2553 และสูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ประมาณ 11% ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายที่ผู้บริหารคาดว่าปีนี้กำไรจะเติบโตเป็นเลขสองหลัก

ทั้งนี้ เป็นเพราะรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้น 12% จากไตรมาสแรกปี 2553 จากการขยายตัวของสินเชื่อทุกประเภทที่เพิ่มขึ้นถึง 40.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่าส่วนต่างดอกเบี้ยจะลดลงจาก 5.1% เหลือ 4.3% ก็ตาม

TISCO-KKสวนทาง

ด้านธนาคารเกียรตินาคิน (KK) กำไรสุทธิ 605 ล้านบาท ลดลง 26% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สวนทางที่ตลาดคาดว่าจะมีกำไรสุทธิประมาณ 828 ล้านบาท เพราะแม้ว่ารายได้ดอกเบี้ยสุทธิจะเพิ่มขึ้น 16% จากสินเชื่อเพิ่มขึ้น 8.5% แต่เป็นการเพิ่มน้อยกว่าส่วนต่างดอกเบี้ยที่ลดลงจาก 5.3% ไตรมาสแรกปี 2553 เหลือ 4.9% ไตรมาสแรกปีนี้ ตามทิศทางดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น อีกทั้งค่าใช้จ่ายเปิดสาขาเพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) บัวหลวง คาดว่าไตรมาสแรกปีนี้ กลุ่มธนาคารจะทำกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยคาดว่ากำไรจะเติบโต 33% จากไตรมาส 4 ปี 2553 และ 38% เมื่อเทียบไตรมาสแรกปี 2553 โดยธนาคารที่จะมีกำไรเติบโตทั้งรายไตรมาสและรายปี คือ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ธนาคารกรุงไทย (KTB) และธนาคารกรุงเทพ (BBL)

บล.โนมูระ พัฒนสิน คาดว่ากลุ่มธนาคารที่ศึกษาจะมีกำไรสุทธิในไตรมาสแรกปีนี้รวม 3.39 หมื่นล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 33% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 30% จากไตรมาส 4 ปี 2553 เนื่องมาจากประการแรก สินเชื่อที่คาดว่าจะเติบโตถึงกว่า 14% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 4% จากไตรมาส 4 ปี 2553 จากสินเชื่อรายใหญ่ โดยเฉพาะสินเชื่อเพื่อการซื้อกิจการที่ยังมีต่อเนื่องจากสิ้นปี 2553

ประการที่ 2 ส่วนต่างดอกเบี้ยรับ (NIM) ที่คาดว่าจะเพิ่ม ประการที่ 3 ค่าใช้จ่ายดำเนินงานที่ปรับลดลงจากไตรมาส 4 ปี 2553 ประการที่ 4 รายได้ค่าธรรมเนียมที่ยังเติบโตแข็งแกร่งจากไตรมาสแรกปีก่อน แต่ลดลงจากไตรมาส 4 ปี 2553 ตามฤดูกาล และประการที่ 5 ธนาคาร 4 แห่ง (KTB, SCB, บริษัท ทุนธนชาต (TCAP) และธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY)) จะมีการบันทึกรายได้เงินปันผลรับจากกองทุนวายุภักษ์ รวม 1,600 ล้านบาท เทียบกับงวดไตรมาส 4 ปี 2553 ที่ไม่มีรายได้ดังกล่าว

นักวิเคราะห์ บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส ให้ความเห็นว่าราคาหุ้นกลุ่มธนาคารมีโอกาสปรับขึ้นได้อีกรอบ ภายหลังปรับฐานไปบ้างก่อนเทศกาลสงกรานต์ เพียงแต่การขึ้นรอบนี้ความแรงอาจน้อยลงถ้าผลประกอบการไม่ดีเกินกว่าคาด เพราะหุ้นหลายบริษัทในกลุ่มนี้ได้ทำสถิติสูงสุดไปแล้ว

ด้านภาวะตลาดหุ้นเมื่อวันที่ 18 เม.ย. ดัชนีปรับตัวขึ้นต่อสวนความคาดหมาย โดยดัชนีปิด 1,090.67 จุด เพิ่มขึ้น 5.76 จุด มูลค่าการซื้อขาย 34,295 ล้านบาท ต่างชาติซื้อ 2,573 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ