
แบงก์นอกร่วมวงค้ำลูกหนี้เอสเอ็มอี
โพสต์ทูเดย์ — บสย.ธปท.เดินหน้าเพิ่มเงินค้ำประกันปีนี้ 3 หมื่นล้าน ดึงธนาคารต่างประเทศบง.ร่วม
นายพิชิต อัคราทิตย์ ประธานกรรมการ บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม หรือบสย. เปิดเผยว่า บสย.ได้ประชุมร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ธนาคารพาณิชย์ สถาบันการเงินเฉพาะกิจ รวมถึงสาขาธนาคารต่างประเทศ และกระทรวงการคลัง มีมติให้เพิ่มเป้าหมายในการค้ำสินเชื่อเอสเอ็มอีแบบรายกลุ่ม (Portfolio Guarantee Scheme) ปี 2553 อีก 3 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะเริ่มโครงการตั้งแต่เดือนมี.ค. 2553 นี้ ต่อจากโครงการเฟสแรก
ทั้งนี้ พร้อมเปิดให้ลูกค้าจากสาขาธนาคารต่างประเทศ บริษัทเงินทุน (บง.) และบริษัทเครดิต ฟองซิเอร์ เข้าร่วมโครงการเพิ่มเติมได้ จากเดิมที่ร่วมมือกับธนาคารพาณิชย์ สถาบันการเงินเฉพาะกิจของไทย 20 สถาบันเท่านั้น
นายสุรชัย ดนัยตั้งตระกูล รักษาการผู้จัดการ บสย. กล่าวว่า ที่ประชุมเห็นชอบร่วมกันที่จะให้เสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ยกเว้นค่าธรรมเนียมการค้ำประกันสินเชื่อปีแรก 1.75% สำหรับโครงการเฟสสอง เพื่อเป็นการสนับสนุนด้านเงินทุน และแบ่งเบาภาระรายจ่ายให้เอสเอ็มอี
สำหรับรัฐบาลจะต้องจ่ายเงินชดเชยค่าธรรมเนียมประมาณ 520 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะผลักดันสินเชื่อใหม่ได้ 4 หมื่นล้านบาท และบสย. ได้เสนอขอเพิ่มทุนอีก 4,000 ล้านบาท เพื่อรองรับการค้ำประกันสินเชื่อเพิ่มจากเป้าหมายปีนี้ 30,000 ล้านบาท และสามารถขยายการค้ำประกันสินเชื่อถึง 5 หมื่นล้านบาท เนื่องจากแนวโน้มเศรษฐกิจมีการขายตัวสูงสุดจากปีก่อน
อย่างไรก็ตาม ยอดการค้ำประกันจนถึงวันที่ 31 ม.ค. 2553 มีเอสเอ็มอีได้รับสินเชื่อจากสถาบันการเงินแล้ว 6,158 ราย จำนวนเงิน 42,133 ล้านบาท โดยบสย. ค้ำประกันให้ธุรกิจบริการ 1,085 ราย วงเงิน 5,149 ล้านบาท กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม 557 ราย วงเงิน 2,761 ล้านบาท เป็นต้นช่วยรักษาสภาพการจ้างงานได้จำนวน 192,133 คน พร้อมทั้งทำให้สร้างการจ้างงานใหม่เพิ่มขึ้นอีก 22,280 คน และมีผลการดำเนินงานสะสม ณ วันที่ 31 มกราคม 2553 บสย. มียอดอนุมัติค้ำประกันสะสม จำนวนทั้งสิ้น 25,118 ราย วงเงิน 67,617 ล้านบาท และมีภาระค้ำประกันคงเหลือ จำนวน 13,415 ราย วงเงิน 41,373 ล้านบาท
ทั้งนี้การค้ำประกันสินเชื่อแบ่งเป็นกลุ่มอุตสาหกรรม ได้แก่ ธุรกิจบริการ 1,085 รายวงเงิน 5,149ล้านบาท อาหารและเครื่องดื่ม 557 รายวงเงิน2,761ล้านบาท เหล็ก ผลิตภัณฑ์ โลหะ 685 ราย วงเงิน 2,410ล้านบาท การผลิตสินค้าและการค้าอื่น ๆ 766 ราย 2,292 ล้านบาท เกษตรกรรม 504 รายวงเงิน1,847 ล้านบาท







