
ศนิศรา มากกว่าคำว่ารักที่ให้โมโม่
โมโม่ อเมริกัน บูลด็อก สุดรักของ ศนิศรา แสงอนันต์ ดิบเบอร์ นักเขียนผู้มีใจรักในสัตว์เลี้ยง เจ้าของผลงาน เอลตัน หลังอานบ้านทูตตะลุยข้ามทวีป และ ด็อกส์ อะราวด์ เดอะ เวิลด์
โมโม่ อเมริกัน บูลด็อก สุดรักของ ศนิศรา แสงอนันต์ ดิบเบอร์ นักเขียนผู้มีใจรักในสัตว์เลี้ยง เจ้าของผลงาน เอลตัน หลังอานบ้านทูตตะลุยข้ามทวีป และ ด็อกส์ อะราวด์ เดอะ เวิลด์
เรื่อง : รัฐพร คำหอม / ภาพ จ.เจี๊ยบ
ศนิศรา แสงอนันต์ ดิบเบอร์ นักเขียนผู้มีใจรักในสัตว์เลี้ยง เธอเปิดตัวด้วยเล่มแรก เอลตัน หลังอานบ้านทูตตะลุยข้ามทวีป และล่าสุด ด็อกส์ อะราวด์ เดอะ เวิลด์ เลยทำให้เราอยากรู้จักสัตว์เลี้ยงของเธอบ้าง เมื่อเธอเดินทางกลับมาเมืองไทยเพื่อมาเปิดตัวหนังสือเล่มใหม่ เราจึงได้พบกัน
หมา (เธอชอบที่จะเรียกว่าหมานี่ล่ะ เพราะหมาให้ความรู้สึกถึงความจริงใจ เป็นธรรมชาติ มีความคุ้นเคยและเป็นกันเองมากกว่า) เป็นสัตว์ที่คุ้นเคยกับครอบครัวของเธอ แม้เมื่อต้องย้ายตามผู้เป็นสามีชาวเบลเยียมที่เป็นนักการทูต “เจ้าเล็ก” หมาพันธุ์บางแก้วก็ถูกหอบหิ้วไปด้วย แต่เล็กเพิ่งตายไปเมื่อราว 2 ปีกว่าตามอายุขัยของหมา อยู่กันมาตั้ง 17 ปี จนมีสภาพเหมือนผัก แต่ก็ยังรักไม่มีทิ้งกัน ความตายนำมาซึ่งรอยน้ำตา ความโศกเศร้า ทั้งครอบครัวจึงมีมติร่วมกัน “เราจะไม่เลี้ยงหมาอีกแล้ว” ประสานเสียงกันทั้ง ศนิศรา คุณแม่ และคุณสามี
ร่าเริง เฮฮา ทำงาน ท่องเที่ยวกันไป แต่ผ่านไป 2 วันเท่านั้น ครอบครัวนี้ให้รู้สึกว่า “เอ๊ะ ชีวิตเราขาดอะไรไป” หันรีหันขวาง หมา! หมานั่นเองที่หายไป เกิดอาการ “ขาดหมาอย่างเฉียบพลัน” กันขึ้นมานี่เอง ก็เลยทำให้ยามว่าง ทั้งสามคนก็จะจูงมือกันไปคอยให้อาหาร ไปเยี่ยมเยียนเหล่าสุนัขที่ถูกนำมาทิ้งไว้ที่สถานสงเคราะห์หลายแห่งในเบลเยียม แล้วเหมือนกรรมลิขิต สายตาคู่แป๋วแหววจากหมาตัวโต อเมริกัน บูลด็อก ก็ดึงให้ต้องไปเล่นไปลูบคลำ
“คุณสามีก่อนเลยค่ะ เล่นไปก็ ... ‘น่ารักอ่ะ’ ‘ดูๆ มันให้เกาพุงแล้ว แสดงว่ายอมแล้วนะเนี่ย มันให้ชีวิตเราได้’ ส่วนคุณแม่ไม่ต้องพูดถึงเลยค่ะ ชอบเจ้าอเมริกัน บูลด็อก ตัวเนี่ยมาก เราไปเยี่ยมกันทีไร มุ่งไปหาเจ้าตัวนี้ตลอด” ศนิศรา เล่าให้ฟัง
ถ้าใครเดาว่า ที่สุดเจ้าอเมริกัน บูลด็อก คงได้กลายเป็นสมาชิกในบ้านแล้วละก็ ...ใช่เลย เดาไม่ผิด เยี่ยมกันไปเยี่ยมกันมา ไม่กี่เดือน “โมโม่” ก็ได้ตามมาอยู่ที่บ้านด้วย
“โมโม่เป็นหมาตัวใหญ่นะคะ ตอนได้มา 45 กิโล ตอนนี้ก็ 64 กิโลแล้ว (หัวเราะ) ที่ชื่อโมโม่น่ะเหรอ อยากเปลี่ยนให้ใหม่นะคะ เดิมชื่อ ไทสัน เราก็เปิดยูทูบให้หมาดู มีหมาเหมือนโมโม่เลย แล้วในยูทูบบอกว่าเป็นหมาพูดได้ พูดว่า ไอเลิฟมาม่า เราก็เปิดๆๆ ให้ดู อยากให้พูดบ้างน่ะ (หัวเราะร่วน) แล้วสุดท้ายมันพูดจริงๆ นะ แต่ได้เป็นแค่เสียง โม่โม่ ก็เลยเรียกเป็นชื่อใหม่เสียเลยว่า โมโม่”
โมโม่เป็นหมาเดิมที่เจ้าของทิ้งให้สถานสงเคราะห์ด้วยเหตุว่า ไปกัดแมวตาย แต่ที่ศนิศราเลี้ยงมา 2 ปีกว่า ไม่เคยเห็นความดุร้ายของโมโม่เลย แต่เป็น 2 ปีที่แสนสุข มีเรื่องให้จำมากมาย
“ตาเขาอ้อนนะ เป็นหมาหวาน เรียบร้อย เลี้ยงมาไม่เคยเจอตัวไหนหวานเรียบร้อยเท่านี้เลย เขาคงถูกฝึกมาดีจากเจ้าของเดิมที่เป็นฝรั่งเศส โมโม่รู้ภาษาฝรั่งเศสนะ (ยิ้ม) แต่อุบัติเหตุครั้งนั้นจะเกิดด้วยอะไร เราก็ไม่รู้ แต่ดูเขาเจียมตัวมาก เวลาเขาอยากกิน เห็นเรากินไก่ย่างอยู่ เขาจะไม่มายื้อแย่ง หรือทำท่าขอ แต่จะค่อยๆ เอาคางมาเกย มองไก่ย่าง แล้วทำเสียง ‘โอ่’ เวลาประจบเขาก็จะใช้วิธีเอาคางมาเกย ทำตาละห้อยเนี่ยแหละ ออกนอกบ้านก็จะรู้เรื่องมาก ใส่เชือกให้เขา เขาไม่เคยดึงให้เราเดินตาม ข้ามถนนก็จะหยุดรอก่อนให้เราพาไป แต่จะไม่ชอบเสียงดังค่ะ โดยเฉพาะรถบรรทุก เขาไม่ชอบเลย”
ครอบครัวนี้ก็เลยกลับมาเติมเต็มอีกครั้ง ด้วยการเข้ามาของโมโม่ เรื่องเล่าส่วนหนึ่ง ศนิศราก็ได้ถ่ายทอดไว้ในหนังสือเล่มใหม่ด้วย แต่ตอนนี้โมโม่โชคร้าย เกิดเป็นมะเร็งที่ขาขวาหน้าขึ้นมา และต้องเลือกใช้วิธีการตัดขาเพื่อไม่ให้เนื้อร้ายลุกลาม
“มีคนมาบอกว่า ครอบครัวเราจะต้องยอมเสียเงินทำไม ฉีดยาเข็มเดียวให้เขาไปเลยดีกว่า หมาหาใหม่ก็ได้ คนที่มาพูดอย่างนี้กับครอบครัวเรา เราโกรธเลยนะ เพราะเราเห็นว่าโมโม่เขาทำตัวได้ควรค่ากับที่เราจะรัก และชีวิตเขาโดนอะไรมามากแล้ว เราก็อยากให้เขารู้ว่าเขามีคนที่รัก” ศนิศรายืนยันหนักแน่น และความรักนี้ยังยืนยันได้จากคุณแม่และสามีของเธอ ที่เลือกขออยู่เป็นกำลังใจในการผ่าตัดของโมโม่ที่เบลเยียม ไม่ได้มาร่วมงานเปิดตัวหนังสือใหม่เมื่องานสัปดาห์หนังสือในเมืองไทยที่ผ่านมา
เมื่อไม่กี่วันนี้ ศนิศรา บีบีจากเบลเยียมมาบอกเราว่า “โมโม่หัดเดินสามขาได้แล้วนะ” เราแอบน้ำตาซึมนิดๆ ด้วยดีใจ สู้นะ...เจ้าโมโม่







