
เลื่อนโครงสร้างภาษีใหม่ 1 ปี ดับฝันแข่งเทคโนโลยียานยนต์
แม้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี หรือ ครม.
แม้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี หรือ ครม.
โดย...พิสันต์ อิทธิวัฒนกุล
แม้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี หรือ ครม. เมื่อวันที่ 12 เม.ย.ที่ผ่านมา จะเห็นด้วยกับคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ (กรอ.) ที่ให้เลื่อนการพิจารณาโครงสร้างภาษีใหม่ ที่เดิมที่จะต้องนำเสนอเข้าที่ประชุม ครม.ในช่วงหลังเทศกาลนี้ออกไปอีก 1 ปี โดยให้เหตุผลว่าเรื่องดังกล่าวมีความซับซ้อนมาก และการปรับโครงสร้างภาษีนี้จะกระทบกับอุตสาหกรรมรถยนต์อย่างมาก จึงจำเป็นต้องศึกษาเรื่องนี้อย่างรอบคอบ
แต่สำหรับแวดวงอุตสาหกรรมยานยนต์ แล้ว เชื่อกันว่านี่คือการ “ดอง” การปรับ เปลี่ยนโครงสร้างภาษีใหม่ ที่มีความพยายามกันมายาวนาน นับตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา
การเลื่อนการพิจารณาดังกล่าวนั้น ถือเป็นการตัดสินใจอย่างไม่มีลางบอกเหตุล่วงหน้า เพราะก่อนหน้านั้นคณะทำงานทุกภาคส่วนต่างๆ ยังแสดงความมั่นใจว่าโครงสร้างภาษีใหม่ดังกล่าวจะเดินหน้าเข้าที่ประชุม ครม.ในช่วงปลายเดือนนี้ ตามกำหนดการที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เคยกำหนดกรอบการพิจารณาเอาไว้ล่วงหน้าที่ 1 เดือน
แต่หากมองในความเป็นจริง ก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติของการขยับโครงสร้างภาษีรถยนต์ในแต่ละครั้ง ที่ไม่เคยเป็นเรื่องง่ายที่รัฐบาลจะเดินหน้าทำงานได้อย่างเต็มที่ เต็มความสามารถ และท้ายที่สุดก็มักมี “มือที่มองไม่เห็น” กระชากออกจากที่ประชุม ครม.ในวาระสุดท้าย ก่อนที่จะถึงขั้นตอนการพิจารณา เหมือนกับโครงสร้างภาษี “อีโคคาร์” ที่ยื้อยึดกันจนมาจบลงช้ากว่าที่กำหนดไปหลายต่อหลายปี
ความคาดหวังของการปรับโครงสร้างภาษียานยนต์ในครั้งนี้ คือการแก้ไขปัญหาความยุ่งยากซ้ำซ้อนของระบบโครงสร้างภาษีในประเทศไทย ที่มีอยู่มากมายถึง 43 อัตรา ซึ่งในช่วงที่ผ่านมา เมื่อมีการร้องขออัตราภาษีสำหรับรถยนต์ประเภทใหม่ๆ ก็จะใช้วิธีเพิ่มเข้าไป โดยไม่ได้ปรับให้สอดคล้องกับโครงสร้างภาษีเดิม ทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีอัตราภาษีรถยนต์ซับซ้อนมากที่สุดในโลก
ความต้องการถัดมาก็คือเรื่องของการเน้นย้ำไปที่การนำเทคโนโลยีสำหรับยานยนต์รูปแบบใหม่ๆ มาใช้ในประเทศไทยมากขึ้น รัฐบาลจึงได้กำหนดแนวทางในการปรับโครงสร้างภาษีที่สำคัญอยู่ 3 เรื่อง ประกอบไปด้วย 1.มาตรการด้านการประหยัดพลังงาน รถยนต์ที่ประหยัดพลังงานได้มากตามที่กำหนด จะได้รับการลดหย่อนภาษีลงจากปกติ
2.มาตรการด้านการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งวัดจากการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ที่ก่อให้เกิดมลภาวะทางอากาศ โดยรถคันใดปล่อยค่าไอเสียน้อยกว่าที่กำหนด ก็จะได้รับสิทธิประโยชน์ทางด้านภาษี และ 3.มาตรการด้านความปลอดภัย ซึ่งคิดจากการติดตั้งอุปกรณ์ความปลอดภัยในรถยนต์ หากสามารถติดได้ตามที่กำหนด ก็จะได้รับการลดหย่อนภาษีเช่นกัน
“จริง ๆ แล้วความต้องการที่แท้จริงของการปรับโครงสร้างภาษีในครั้งนี้ มองไปที่การลดความซ้ำซ้อนของอัตราภาษีรถยนต์ในประเทศไทย และยังมองไปที่การผลักดันให้ผู้ประกอบการแต่ละรายนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาใช้กับการผลิตรถยนต์ในประเทศไทยมากขึ้น เนื่องจากมองว่าหลายค่ายรถยนต์ยังไม่ยอมนำเทคโนโลยีรุ่นใหม่มาใช้ เนื่องจากยังสามารถทำตลาดเทคโนโลยีเดิม ๆ ได้”
แหล่งข่าวหนึ่งในคณะพิจารณาด้านการปรับโครงสร้างภาษีในครั้งนี้ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า หลังการประกาศปรับโครงสร้างภาษีในทิศทางดังกล่าว มีค่ายรถหลายรายที่นำเสนอเทคโนโลยีใหม่ๆ และความพร้อมในการนำเทคโนโลยีเหล่านั้นเข้ามาผลิตในประเทศไทยมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม การที่ กรอ.และครม.ตัดสินใจประกาศเลื่อนการปรับโครงสร้างออกไปในครั้งนี้ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตามที แต่เชื่อว่าเป็นผลมาจากการที่ผู้ประกอบการเดินหน้าล็อบบี้อย่างเต็มกำลัง เนื่องจากมีความหวาดกลัวใน 2 ประการ 1.หวาดกลัวว่าโครงสร้างภาษีใหม่จะทำให้เสียภาษีมากขึ้นจากเดิม และ 2.เกรงว่าจะไม่สามารถปรับตัวได้ตามที่กำหนด จะทำให้เสียเปรียบด้านขีดความสามารถใน การแข่งขัน
“ที่กลัวกันน่าจะเป็นเรื่องของตลาดพีพีวี หรือรถกระบะดัดแปลง ที่มีการประกาศว่าจะเสียภาษีเพิ่มขึ้น ซึ่งโครงสร้างใหม่ก็มีการปรับเล็กน้อยเพื่อให้สอดคล้องกับการใช้งานจริงของรถประเภทนี้ ขณะที่เรื่องของระยะเวลานั้น มีการพิจารณาว่าหากไม่เร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ก็จะไม่ได้ประโยชน์จากการปรับโครงสร้างนี้ น่าเสียดายที่ กรอ.และครม.ดันเห็นด้วยกับเอกชนในการยืดระยะเวลาออกไป จะทำให้อุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทยพัฒนาช้าลงไปอีกเยอะ และทำให้แข่งกับต่างประเทศได้ยากขึ้น”
การตัดสินใจของรัฐบาลในครั้งนี้ จะทำให้อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยกลับเข้าสู่วงเวียนเก่าๆ กับการเพิ่มหมวดอัตราภาษีพิเศษสำหรับรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ที่จะเปิดตัวในอนาคต ส่วนเรื่องของการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาใช้ในไทย ต้องปล่อยให้เป็นความฝันและความกรุณาของค่ายรถแต่ละราย
เมื่อมีแนวทางที่สามารถผลักดันให้เร่งเข้ามาได้ แล้วรัฐบาลปล่อยหลุดมือ ช่วยไม่ได้ที่เอกชนจะตีปีกผัดผ่อนไปเรื่อยๆ ทำให้คนไทยต้องใช้เทคโนโลยีเก่าต่อไป!!! m







