
เลื่อนสรุปสายสีเขียว1เดือน
โยนสนข.ศึกษาให้รฟม.หรือกทม.คุมคาดเรื่องรอเข้าครม.ได้เดือนมิ.ย.นี้
โยนสนข.ศึกษาให้รฟม.หรือกทม.คุมคาดเรื่องรอเข้าครม.ได้เดือนมิ.ย.นี้
ยื้อสายสีเขียวอีก 1 เดือน ว่าจะให้ รฟม. หรือ กทม. เป็นผู้บริหาร โดยให้ สนข.วิเคราะห์ ข้อดี-ข้อเสีย ก่อนส่งให้ ครม.ชี้ชะตา มิ.ย.นี้
นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ต้องขอเวลาอีก 1 เดือน เพื่อพิจารณาให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) หรือกรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้เป็นผู้บริหารโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว หมอชิตสะพานใหม่ และแบริ่งสมุทรปราการ โดยให้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) สรุป ความเห็นร่วมกัน ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชี้ขาดในเดือน มิ.ย.นี้ ตามมติ ครม. วันที่ 7 ธ.ค. 2553 ให้กระทรวงคมนาคมกับ กทม. หารือเรื่องบริหารการเดินรถบนหลักการ คือเลือกแนวทางที่ทำให้ให้ประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุด โครงการเกิดประสิทธิภาพสูงสุด และบริหารค่าโดยสารได้ถูกที่สุด
ทาง กทม. ยังยืนยันความต้องการเป็นผู้บริหารการเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวทั้งสองช่วง โดยยินดีจะใช้คืนค่าก่อสร้างด้านโครงสร้างพื้นฐานให้ภายในระยะเวลาที่ตกลงกัน และจะใช้หลักการบริหารการเดินรถในรูปแบบเปิดให้เอกชนเข้าร่วมลงทุนแบบ PPP (Public Private Partnership) ซึ่งเป็นแนวทางเดียวกับ รฟม. ใช้บริหารการเดินรถไฟฟ้า ดังนั้นการพิจารณาว่าหน่วยงานใดเหมาะสมที่จะรับบริหารเดินรถสายสีเขียวนั้น ต้องคำนึงถึงการบริหารเดินรถ โครงการต่อเนื่องในอนาคตด้วย
ปัจจุบัน รฟม. ใช้รูปแบบ PPP เปิดให้เอกชนลงทุนด้านระบบรถไฟฟ้าและทรัพย์สินเป็นของรัฐ โดยรัฐจ่ายคืนค่าลงทุนและจ้างเอกชนบริหารการเดินรถแทนการให้สัมปทาน ทั้งสายสีม่วง ช่วงบางใหญ่บางซื่อ และส่วนต่อขยายสีม่วง ช่วงบางซื่อราษฎร์บูรณะ 19.8 กิโลเมตร สายสีน้ำเงิน ช่วงบางซื่อ-ท่าพระ และหัวลำโพงบางแค และ รฟม.ยังอยู่ระหว่างศึกษาแนวทางการศึกษา เพื่อซื้อสัมปทานเดินรถไฟฟ้าใต้ดิน จากบริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ หรือบีเอ็มซีแอล เพื่อเปลี่ยนเป็นการจ้างเดินรถในรูปแบบ PPP ด้วย
นอกจากนี้ ยังมีมติ ครม. เมื่อวันที่ 18 มี.ค. 2551 เห็นชอบให้ รฟม.ดำเนินการรถไฟฟ้าสายสีเขียว โดยให้กระทรวงมหาดไทยพิจารณาโอนรถไฟฟ้าบีทีเอส จาก กทม. มาให้ รฟม.ดูแลได้หรือไม่ และให้กระทรวงการคลังพิจารณาแก้ไขปัญหารับภาระหนี้ของบีทีเอสในการเข้ามาร่วมลงทุน และให้จ้างบีทีเอสเดินรถ
“การที่ รฟม. เป็นผู้บริหารจัดการเดินรถไฟฟ้าทั้งหมด จะทำให้ตอบสนองนโยบายรัฐบาลในการดูแลควบคุมค่าโดยสารได้และบริหารระบบตั๋วร่วม จะไม่มีปัญหาเรื่องค่าแรกเข้าแต่ละระบบซึ่งประชาชนจะได้ประโยชน์สูงสุด ” นายสุพจน์ กล่าว
นางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ ผู้อำนวยการ สนข. กล่าวว่า คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 เดือน ในการรวบรวมมติ ครม. ที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ปี 2547 และวิเคราะห์ข้อดีข้อเสียแต่ละทางเลือก พร้อมกันนี้จะนำข้อมูลในส่วนที่กทม.ระบุว่าได้ทำหนังสือถึงนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ขอเป็นผู้บริหารการเดินรถไฟฟ้าสีเขียวมาประกอบการพิจารณาด้วย







