
อะมานะฮ์ท้าชิงบิ๊กลีสซิง
3ปีปล่อยกู้ให้ได้1หมื่นล้านอิสลามแบงก์หนุนซื้อกิจการ
3ปีปล่อยกู้ให้ได้1หมื่นล้านอิสลามแบงก์หนุนซื้อกิจการ
อะมานะฮ์ ลิสซิ่ง คิดการใหญ่วางเป้า 5 ปี ยกระดับติด 1 ใน 5 บริษัทเช่าซื้อชั้นนำ ประเดิม 3 ปีแรกปล่อยกู้ก่อน 1 หมื่นล้านบาท
นายสติ ศังขวณิช กรรมการผู้จัดการ บริษัท อะมานะฮ์ ลิสซิ่ง เปิดเผยว่า บริษัทมีเป้าปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อใหม่ให้ได้ 1 หมื่นล้านบาท ภายใน 3 ปี โดยในช่วง 2 ปีแรก ตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อปีละ 2,500 ล้านบาท และเมื่อถึงปีที่ 3 ก็เพิ่มเป็น1 หมื่นล้านบาท เมื่อเทียบกับปี 2553 ที่ปล่อยสินเชื่อได้ 245 ล้านบาท
นายสติ กล่าวว่า ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย หรือไอแบงก์ ซึ่งเป็นบริษัทแม่ ได้กำหนดเป้าหมายให้บริษัทต้องติด 1 ใน 5 บริษัทเช่าซื้อของประเทศให้ได้ ซึ่งคาดว่าเมื่อเริ่มขึ้นสู่ปีที่ 6-7 บริษัทก็จะทำได้ตามเป้า เพราะจะมีการปรับแผนครั้งใหญ่ตามแผน 5 ปี โดยปรับเปลี่ยนเป้าหมายไปแข่งขันกับเจ้าตลาดรายใหญ่ทั้งหลาย เพราะถ้ามีขนาดสินเชื่อที่ใหญ่แล้ว มีกำไรเพียงเล็กน้อยก็อยู่ได้ ซึ่งธุรกิจเช่าซื้อเป็นธุรกิจของขนาดที่ต้องใหญ่
“ภายใน 3 ปีแรก ตลาดมันเริ่มหมดแล้ว มันมีข้อจำกัดอยู่ จึงจำเป็นต้องขยายตลาดให้มากกว่าเดิม และเราก็คิดว่าทำได้ไม่มีปัญหา แต่อาจมีกรณีพิเศษทำให้โตเร็วกว่าเดิมก็ได้ หากมีการควบรวมกิจการ หรือซื้อยอดสินเชื่อของคนอื่นมา ซึ่งทางไอแบงก์ก็สนับสนุนเต็มที่ และได้เตรียมวงเงินกู้ไว้แล้ว 4,000 ล้านบาท สามารถซื้อยอดสินเชื่อคงค้างดีๆ ได้ถึง 5,000-6,000 ล้านบาท” นายสติ กล่าว
กลยุทธ์ทางการตลาดนั้น จะมีทั้งในส่วนของสินเชื่อรถยนต์ใหม่ที่จับกลุ่มลูกค้าของดีลเลอร์ที่มีวงเงินกู้กับไอแบงก์เป็นหลัก และลูกค้ารายย่อยที่มีขอใช้บริการกับไอแบงก์โดยเฉพาะพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนใต้ ซึ่งในส่วนของรถใหม่นี้ตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อไม่มาก เพราะได้ผลตอบแทน 4-5% เท่านั้น ขณะที่อีกกลุ่มเป้าหมายที่เป็นสินเชื่อรถยนต์สาธารณะ เช่น รถตู้โดยสาร รถแท็กซี่จะให้ผลตอบแทนดีกว่าถึง 8-10%
สำหรับสินเชื่อรถเก่าก็จะเลือกเจาะกลุ่มลูกค้าบนสุด โดยร่วมกับดีลเลอร์หรือโชว์รูมที่ขายรถมือสองแบบมีการรับประกันสภาพรถ เช่น โตโยต้าชัวร์ หรือฮอนด้า







