posttoday
สินค้าเพื่อสิ่งแวดล้อมโอกาสและอุปสรรค

สินค้าเพื่อสิ่งแวดล้อมโอกาสและอุปสรรค

12 เมษายน 2554

ในสัปดาห์ก่อนเราได้ทราบถึงนิยามของสินค้าและบริการเพื่อสิ่งแวดล้อมทั้งสองมิติ

ในสัปดาห์ก่อนเราได้ทราบถึงนิยามของสินค้าและบริการเพื่อสิ่งแวดล้อมทั้งสองมิติ

คือ “มิติของการเป็นสินค้าและบริการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมโดยตรง” เช่น ในกรณีของเครื่องบำบัดน้ำเสียที่ผลิตขึ้นเพื่อการบำบัดน้ำเสียในโรงงาน เป็นต้น และ “มิติของการเป็นสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม” โดยพิจารณาเป็น 3 รูปแบบ คือ การมีกระบวนการผลิตสะอาดปลอดภัย ตัวสินค้าและบริการไม่สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการที่สินค้าสามารถแปรรูป เปลี่ยนสภาพ เพื่อการนำกลับมาใช้ใหม่ เป็นต้น ทั้งนี้เมื่อพิจารณาถึงศักยภาพของการผลิตสินค้าและบริการเพื่อสิ่งแวดล้อมเพื่อการส่งออกไปยังต่างประเทศ ในมุมมองขีดความสามารถภายในประเทศ (ทั้งด้านจุดแข็งและจุดอ่อน) พบว่า ประเทศไทยมีศักยภาพในการผลิตสินค้าและบริการเพื่อสิ่งแวดล้อมในกลุ่มสินค้าที่เน้นการใช้ทรัพยากรภายในประเทศ เช่น เกษตรอินทรีย์ น้ำมันไบโอดีเซล ก๊าซชีวภาพ เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม จำเป็นต้องพิจารณาถึงปัจจัยภายนอก นั่นคือ มุมมองด้านโอกาสและอุปสรรค ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดการมองอย่างรอบด้านและนำไปสู่การตัดสินใจบุกตลาดสินค้าและบริการเพื่อสิ่งแวดล้อมในตลาดโลกต่อไป

จากความตื่นตัวของภาวะโลกร้อน การตระหนักและใส่ใจปัญหาด้านสุขภาพของผู้บริโภคที่มีมากขึ้น จึงเป็นโอกาสที่ผู้ประกอบการไทยจะสร้างโอกาสทางธุรกิจ เพื่อตอบสนองกลุ่มผู้บริโภคในประเทศต่างๆ เช่น สหภาพยุโรป ญี่ปุ่น ฯลฯ ซึ่งผู้บริโภคมีความต้องการสินค้าและบริการเพื่อสิ่งแวดล้อมมาก เพราะความตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อม และปัญหาด้านสุขภาพอนามัย ซึ่งเป็นผลดีของผู้ประกอบการไทยที่จะเสนอรูปแบบสินค้าและบริการใหม่ๆ หรือพัฒนาสินค้าเดิมที่มีอยู่ไปยังกลุ่มลูกค้าที่ตรงเป้ามากขึ้น

นอกจากนี้ การส่งออกสินค้าและบริการเพื่อสิ่งแวดล้อมนั้นมีแนวโน้มว่า จะเป็นกลุ่มสินค้าที่จะมีการเปิดเสรีทางการค้าในอนาคต ซึ่งจะมีผลให้เกิดการค้า (การส่งออกและนำเข้า) ปลอดภาษี (Tariffs Barrier) ซึ่งจะสร้างโอกาสให้กับประเทศที่มีศักยภาพในการส่งออกสินค้าและบริการดังกล่าว

นอกจากนี้ สินค้ากลุ่มนี้มักมีราคาสูงกว่าสินค้าประเภทอื่น ทั้งที่มีต้นทุนที่ต่ำกว่า เช่น กรณีสินค้าเกษตรอินทรีย์ซึ่งไม่ต้องพึงพาปัจจัยของยาฆ่าแมลงและปุ๋ยเคมีที่มีราคาแพง แต่เนื่องจาก “ปริมาณที่มีจำกัด” และ “ความต้องการในการบริโภคสูง” จึงทำให้ราคาสินค้าสูงกว่าสินค้าประเภทเดียวกัน ซึ่งผู้บริโภคที่ตระหนักถึงสิ่งแวดล้อมและสุขภาพจะยินดีจ่ายเงินเพื่อซื้อสินค้าและบริการดังกล่าว เพราะแม้ว่าจะเป็นตลาดเฉพาะ (Niche Market) แต่ก็เติบโตสูง

สำหรับมุมมองด้านอุปสรรคที่ผู้ประกอบการไทยต้องเผชิญ คือ (1) เนื่องจากสินค้าและบริการเพื่อสิ่งแวดล้อมเป็นที่ต้องการมาก ประเทศผู้นำเข้าจึงกำหนดกฎระเบียบและมาตรฐานมากมายเพื่อควบคุมคุณภาพสินค้า ความสะอาด ปลอดภัย และการตรวจสอบและติดตามสินค้าได้ (Tractability) ซึ่งมาตรฐานในการตรวจสอบ ควบคุมสินค้าในแต่ละประเทศ ก็มีระดับที่แตกต่างกัน และความยุ่งยากของขั้นตอนดำเนินการและการตรวจสอบ อาจกลายเป็นต้นทุนในการดำเนินการ (Transaction Cost) กับผู้ประกอบการ ด้วยเหตุนี้ ผู้ประกอบการจำเป็นต้องปรึกษาหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมการค้าต่างประเทศ ในด้านกฎระเบียบและมาตรการที่แจ้งเตือนมายังผู้ประกอบการ เพื่อให้สามารถปรับตัวได้อย่างทันท่วงที

(2) ปัญหา Dual–Use Goods หรือสินค้าที่สามารถใช้ประโยชน์เพื่อสิ่งแวดล้อมหรือเพื่อประโยชน์ทั่วไปก็ได้ ตัวอย่างเช่น กรณีของ “เอทานอล” นั้น หากพิจารณาตามนิยามเกี่ยวกับสินค้าและบริการเพื่อสิ่งแวดล้อมของ OECD ซึ่งได้นิยามไว้ว่าถือเป็นสินค้าและบริการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขปัญหาด้านมลพิษ เป็นสินค้าและเทคโนโลยีสะอาด และการจัดการทรัพยากร เป็นต้น พบว่า เอทานอลจัดเป็นสินค้าที่สะอาด เพราะผลิตโดยใช้ปัจจัยทางการเกษตร นั่นคือน้ำมันปาล์ม แต่หากพิจารณาตามนิยามของ หรือ APEC ซึ่งนิยามว่าเป็นกิจกรรมการผลิตสินค้าและบริการเพื่อเป็นเครื่องมือ/ปกป้อง/จำกัด/ลดผลกระทบที่อาจเกิดกับสิ่งแวดล้อมทั้งด้านน้ำ ดิน และอากาศที่จะเกิดขึ้นในรูปของน้ำเสีย อากาศเป็นพิษ เป็นต้น พบว่า เอทานอลก็เป็นสินค้าที่ก่อให้เกิดมลพิษซึ่งสร้างผลกระทบทางอากาศได้เช่นเดียวกัน คำถามที่เกิดขึ้นคือ เอทานอลจะยังจัดเป็นสินค้าเพื่อสิ่งแวดล้อมหรือไม่?

ปัญหานี้มีความซับซ้อนและสำคัญเนื่องจากมีผลต่อการพิจารณาว่าจะเป็นสินค้าและบริการภายใต้การค้าเสรีในกลุ่มสินค้าและบริการเพื่อสิ่งแวดล้อมหรือไม่ ซึ่งหากใช่! ผู้ประกอบการไทยจะได้รับประโยชน์จากการส่งออก เพราะเป็นสินค้าที่ประเทศไทยมีศักยภาพและมีความได้เปรียบโดยเปรียบเทียบในการแข่งขัน

สินค้าและบริการเพื่อสิ่งแวดล้อม เป็นโอกาสใหม่ของผู้ประกอบการไทยในยุคโลกร้อนต้องจับตามอง การมองเห็นศักยภาพของประเทศไทยทั้งภายในและภายนอก อาจทำให้มองเห็นช่องทางในการประกอบธุรกิจเพื่อสนองตอบต่อกลุ่มลูกค้าที่รอสินค้าจากท่านอยู่ ที่เหลือคือการตัดสินใจของผู้ประกอบการในการดำเนินธุรกิจ สินค้าและบริการเพื่อสิ่งแวดล้อมจึงเป็นโอกาสใหม่ที่น่าท้าทาย

 

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ