
ถึงเวลาปีทองรถเล็ก ทุกค่ายโดดร่วมวง
จากยอดจองรถยนต์ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 32 ที่เพิ่งปิดฉากไปไม่นานด้วยจำนวนยอดจองกว่า 3 หมื่นคันนั้น
จากยอดจองรถยนต์ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 32 ที่เพิ่งปิดฉากไปไม่นานด้วยจำนวนยอดจองกว่า 3 หมื่นคันนั้น
เป็นกระจกสะท้อนให้เห็นเป็นอย่างดีว่า อุตสาหกรรมรถยนต์ของไทยยังไปได้สวยอย่างยิ่ง เพราะยอดจองปีนี้เติบโตมากกว่ายอดจองในปีที่ผ่านมากว่า 20%
อย่างไรก็ตาม หากมองไปในรายละเอียดของยอดจองรถยนต์ในงานนี้ แล้วจะพบว่าค่ายรถ ยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์รถเล็ก ต่างมียอดจองเป็นกอบเป็นกำแทบทั้งสิ้น
เห็นได้ชัดๆ คือ ค่ายฮอนด้า ที่มียอดจองรวมทั้งสิ้น 5,172 คัน ซึ่งแน่นอนว่ายอดจองที่สูงขนาดนี้ ปัจจัยหลักมาจากการเปิดตัว “ฮอนด้า บรีโอ้” เครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร ซึ่งเป็นรถยนต์ในโครงการอีโคคาร์ ยี่ห้อที่ 2 ของประเทศไทย ที่คาดว่าสามารถทำยอดจองในงานได้มากกว่า 3,000 คัน
ส่วนรถอีโคคาร์เจ้าเก่าอย่างนิสสัน ที่เปิดตัวนิสสัน มาร์ช ไปตั้งแต่ปีที่แล้ว ก็ยังคงร้อนแรง ด้วยยอดจองอันดับ 3 ในงานด้วยยอดทั้งสิ้น 3,288 คัน ซึ่งนิสสันมาร์ชกวาดยอดจองไปมากกว่า 2,000 คัน ขณะที่ยอดขายนิสสันมาร์ชตลอดทั้งปีที่ผ่านมากวาดไปแล้ว 3.3 หมื่นคัน
ส่วนโตโยต้านั้นคว้าแชมป์ยอดจองมากที่สุดในงาน ด้วยจำนวนกว่า 8,400 คัน แต่ในจำนวนนี้ต้องแบ่งเป็นรถกระบะเสีย 3,000 กว่าคัน ที่เหลือเป็นรถเก๋ง และแน่นอนว่าโตโยต้าวีออส ยาริส คือตัวทำยอดของโตโยต้า แม้ว่าจะเป็นรถที่มีขนาดเครื่องยนต์ที่ 1.5 ลิตร ก็ตาม แต่ด้วยความเป็นโตโยต้า ก็ยังทำให้ขายดีไม่มีหมดเหมือนเดิม
และเมื่อหันไปมองค่ายรถ ยนต์ที่มีรถขนาดเล็กอย่างมาสด้า ที่มีมาสด้า 2 อยู่ในมือ ก็มียอดจองรวมไปแล้ว 2,850 คัน ขึ้นมายืนเป็นอันดับ 4 รองจากบิ๊กรถกระบะอย่าง อีซูซุ ได้อย่างสมภาคภูมิ
ด้านฟอร์ด ก็มีฟอร์ด เฟียสต้า ในมือ ทำให้มียอดจองขยับขึ้นมาอยู่ในอันดับ 8 ของตาราง หลังจากที่ช่วงที่ฟอร์ดมีแต่รถกระบะ ไม่มีรถเล็กมาขาย ก็ไม่สามารถก้าวขึ้นมายืนในตำแหน่งนี้ได้
หันมาทางค่ายเชฟโรเลตนั้น อาวิโอ้ ก็สามารถสร้างยอดจองได้ถึง 493 คัน ทำให้เชฟโรเลตมียอดจองรวมไปอยู่ที่ 1,763 คัน
นอกจากนี้ ซูซูกิก็ยังก้าวขึ้นมาอยู่อันดับ 14 จากซูซูกิ สวิฟท์ เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร ด้วยยอดจองรวมทั้งสิ้น 451 คัน
ยอดจองรถยนต์ขนาดเล็กที่เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด หมายความว่า ผู้บริโภคเริ่ม “เห็น” ถึงความจำเป็นของรถเล็กมากขึ้นเรื่อยๆ แทนที่จะตัดสินใจด้วยความอยากใช้รถยนต์ขนาดใหญ่เหมือนอย่างที่ผ่านมา
ไม่ว่าจะเป็นจากราคาจำหน่ายรถยนต์ขนาดเล็กและอีโคคาร์ที่สมเหตุสมผล เพียงพอที่จะทำให้ประชาชนกล้าที่ควักกระเป๋าได้ง่ายขึ้น รวมทั้งราคาน้ำมันที่ปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ยิ่งทำให้ “รถเล็ก” เริ่มถูกมองและอยาก เป็นเจ้าของมากขึ้น
ที่สำคัญปีหน้าจะมีผู้เล่นรายสำคัญอย่าง โตโยต้า ที่จะเปิดตัวรถอีโคคาร์เช่นกัน และซูซูกิก็จะเปิดตัวในเดือน มี.ค.ปีหน้า ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อรายใหญ่กระโดดลงมาในตลาดนี้ ผู้บริโภคย่อมมั่นใจในความเป็นอีโคคาร์มากกว่าปัจจุบัน
และเชื่อว่าราคาน้ำมันในขณะนั้นจะไม่ลดลงกว่าปัจจุบัน รวมถึงราคาน้ำมันดีเซลก็จะไม่ได้จำหน่ายในราคาลิตรละ 30 บาท แน่ๆ นั่นจะทำให้ลูกค้าที่จะซื้อรถกระบะต้องหันกลับมาคิดแล้วว่า
ต้องการใช้รถประหยัดน้ำมันจริงๆ หรือไม่ และฟังธงเลยว่า ปีทองรถเล็กอยู่อีกไม่ไกลแน่นอน







