posttoday
‘ธนชาต’ชวนลงทุนหุ้นทั่วโลก

‘ธนชาต’ชวนลงทุนหุ้นทั่วโลก

11 เมษายน 2554

เม.ย.เปิดขายกองชูจุดเด่นอื้อ เสนอ‘RMF’ทอง2กองพ.ค.

เม.ย.เปิดขายกองชูจุดเด่นอื้อ เสนอ‘RMF’ทอง2กองพ.ค.

บลจ.ธนชาต เตรียมส่งกองทุนใหม่ลงทุนหุ้นทั่วโลกปลาย เม.ย.นี้ ชูคล่องปรือกระจายลงหลายกอง เสนอ RMF ทองคำ 2 กอง

นายบุญชัย เกียรติธนาวิทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ธนชาต กล่าวว่า ช่วงไตรมาส 2 นี้ บริษัทมีแผนออกกองทุน ซึ่งมีนโยบายลงทุนในหุ้นทั่วโลก โดยจะเปิดขายครั้งแรกในวันที่ 27 เม.ย.- 4 พ.ค.นี้

นอกจากนี้ จะออกกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) อีก 2 กองทุนลงทุนในทองคำในเดือน พ.ค.นี้ โดยแบ่งเป็นกองทุนที่มีสัญญาป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนและไม่ป้องกันความเสี่ยง เพื่อให้นักลงทุนเลือกลงทุนตามความต้องการ

“ปีนี้เราเน้นให้ลูกค้ากระจายลงทุนไปต่างประเทศมากขึ้น ควบคู่กับการลงทุนในประเทศที่มี กองทุนหลากหลายนำเสนอสำหรับการจัดพอร์ตลงทุนของตัวเอง” นายบุญชัย กล่าว

นายตระกูลจิตร จิตตไสยะพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน บลจ.ธนชาต กล่าวว่า รูปแบบของกองทุนที่จะลงทุนหุ้นทั่วโลกนั้น จะมีความคล่องตัวและปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ได้ โดยบริษัทจะเลือกลงทุนเองผ่านกองทุนต่างประเทศหลายๆ กองทุน

“เราเชื่อว่าไม่มีใครเก่งทุกภูมิภาค เราจึงจะเลือกกองทุนที่เก่งในแต่ละภูมิภาค และอาจเลือกกองทุนที่ลงทุนในประเทศใดประเทศหนึ่งที่เห็นแนวโน้มว่าจะดี เช่น สหรัฐ แม้เศรษฐกิจยังอยู่ในช่วงฟื้นตัว แต่บริษัทจดทะเบียนมีฐานะการเงินแข็งแกร่ง บริษัท 500 แห่ง มีเงินเหลือรวมกัน 2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ หรือยุโรปแม้ภาพรวมไม่ดี แต่เยอรมนีก็ยังน่าสนใจ เป็นต้น” นายตระกูลจิตร กล่าว

สำหรับตลาดหุ้นสหรัฐมองว่า ในปีนี้กำไรของบริษัทจดทะเบียนจะเติบโต 25% สูงกว่าบริษัทจดทะเบียนของไทยที่คาดว่าจะเติบโต 15-20% เพราะบริษัทจดทะเบียนมีเงินสดที่มีอยู่จำนวนมากในช่วงวิกฤตจะเริ่มมองหาแหล่งเงินทุน การซื้อกิจการหรือจ่ายเงินปันผล ส่วนราคาต่อกำไรต่อหุ้น (พีอี) ของตลาดหุ้นสหรัฐเฉลี่ยซื้อขายที่ 15-16 เท่า ปัจจุบันอยู่ที่ 13 เท่า อีกทั้งการจ้างงานในประเทศสหรัฐยังสูง คาดว่าธนาคารกลางสหรัฐยังไม่ขึ้นดอกเบี้ย ทำให้กำไร บจ.ยังเติบโตได้

ขณะที่แนวโน้มตลาดหุ้นเกิดใหม่รวมถึงหุ้นไทย แม้จะเติบโตมาระดับหนึ่งและอัตราเงินเฟ้อเริ่มมีปัญหา แต่มองว่าตลาดหุ้นเกิดใหม่ยังดีต่อเนื่องไปถึง 10 ปี แต่ตลาดอาจไม่ได้ให้ผลตอบแทนสูงมากๆ เหมือน 2 ปีที่ผ่านมา และประเทศในเอเชียบางแห่ง

นายตระกูลจิตร กล่าวว่า พอร์ตลงทุนของกองทุนเบื้องต้นอาจจะให้น้ำหนักที่ตลาดหุ้นเกิดใหม่ 30% ตลาดหุ้นสหรัฐ 30-40% และปีถัดไปยุโรปน่าสนใจ เพราะปัจจุบันแต่ละประเทศยังแก้ปัญหาไม่จบ

ดังนั้น ในส่วนของกองทุน TGlobalBond ซึ่งลงทุนในตราสารหนี้ทั่วโลกผ่านกองทุนเทมเพิลตัน โกลบอล บอนด์ ฟันด์ เป็นอีกกองทุนที่บริษัทยังคงแนะนำ เพราะกระจายลงทุนในตราสารหนี้หลายๆ ประเทศ ซึ่งตั้งแต่ตั้งกองทุนในปี 2551 จนถึงปัจจุบัน ได้รับผลตอบแทนดีต่อเนื่อง โดยปี 2551 อยู่ที่ 8.68% ปี 2552 อยู่ที่ 16.5% ปี 2553 อยู่ที่ 10.12% และต้นปี 2554 จนถึงปัจจุบันอยู่ที่ 23% แล้ว

ปัจจุบันผู้เชี่ยวชาญการลงทุนได้แนะนำให้นักลงทุนกระจายพอร์ตการลงทุน และให้น้ำหนักการลงทุนในตลาดหุ้นต่างประเทศมากขึ้น เนื่องจากราคาหุ้นในประเทศไทยไม่ถือว่าถูกเหมือนในอดีต เพราะในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ปรับขึ้นมาเกือบ 100% ขณะเดียวกันยังแนะนำให้เพิ่มการลงทุนในสินค้าโภคภัณฑ์เพื่อสร้างกำไรชนะเงินเฟ้อ

 

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ