
โวย‘มิตตัล’เอาเปรียบ
ขูดรีดกลุ่มจีสตีลคิดดอกค่าฟีสูงลิ่วเรียกรายย่อยใช้สิทธิประชุมซักถาม
ขูดรีดกลุ่มจีสตีลคิดดอกค่าฟีสูงลิ่วเรียกรายย่อยใช้สิทธิประชุมซักถาม
นักลงทุนรายย่อยโวยสัญญาอาร์เซลอร์มิตตัลเอาเปรียบกลุ่มจีสตีล ตะลึง !! คิดดอกเบี้ยแพงยับ 12% ชาร์จค่าธรรมเนียมช่วยเหลือธุรกิจยุบยับ
แหล่งข่าวจากนักลงทุนรายย่อยร้องเรียนว่า เงื่อนไขข้อบังคับก่อนลงทุนของบริษัท อาร์เซลอร์มิตตัล (AM) ที่จะเข้าลงทุนในกลุ่มบริษัท จีสตีล (GSTEEL) และบริษัท จี เจ สตีล (GJS) เป็นสัญญาที่ไม่เป็นธรรมและเอาเปรียบกลุ่มจีสตีลมาก
สำหรับสัญญาที่เอาเปรียบมี 2 เรื่องหลัก ระบุว่า 1.ค่าธรรมเนียม (ฟี) ที่ต้องชำระให้กับ AM ภายใต้สัญญาให้ความช่วยเหลือทางธุรกิจ เท่ากับ 2% ของยอดรายได้จากการขายรวมของ GSTEEL และ GJS ซึ่งทั้งสองบริษัทจะร่วมกันชำระค่าฟีตามรายได้จากการขายจริงรวมกันเป็นจำนวนสูงสุดไม่เกิน 1,310.15 ล้านบาท หรือ 42.80 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี
สัญญาข้อ 2 เป็นสัญญาการให้สินเชื่อกลุ่มจีสตีล คิดดอกเบี้ย 12% ต่อปี และค่าฟีอีก 2% ของวงเงิน 500 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1.5 หมื่นล้านบาท
นักลงทุนรายย่อย กล่าวว่า สัญญาที่เอาเปรียบทั้งสองข้อนี้ AM ควรพิจารณาให้ดีๆ เนื่องจากนายลักษมี มิตตัล เศรษฐกิจอันดับ 5 ของโลก ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ AM มีความต้องการเข้ามาลงทุนในประเทศไทย โดยใช้จีสตีลเป็นฐานการผลิตให้เอเชีย ซึ่งตลาดในประเทศมีการเติบโตปีละ 10% ขณะเดียวกันประเทศไทยไม่ส่งเสริมให้ตั้งอุตสาหกรรมเหล็กในประเทศไทยแล้ว ดังนั้น กลุ่มจีสตีลไม่ควรอยู่ในภาวะที่ถูกเอาเปรียบมากนัก
นอกจากนี้ จีสตีลไม่ได้อยู่ในภาวะวิกฤต ตั้งแต่มีการปรับโครงสร้างหนี้หุ้นกู้ จึงไม่ควรคิดดอกเบี้ย 12% ซึ่งดอกเบี้ยที่แพงมากขนาดนี้หากนำไปใช้เงินทุนหมุนเวียนไม่คุ้ม เพราะสามารถกู้ที่ไหนก็ได้ อีกทั้งการเข้ามาของ AM เป็นการลงทุนที่ถูกเมื่อเทียบกับการตั้งโรงงานใหม่ต้องใช้เงินไม่ต่ำกว่า 5 หมื่นล้านบาท โดยจีสตีลมีเตาหลอมไฟฟ้าที่ใหญ่สุดในประเทศไทยและมีเพียงแห่งเดียว
“AM ไม่น่าใช้วิกฤตปี 2551 มาคิด เพราะปัจจุบันจีสตีลได้พ้นวิกฤตไปแล้ว กำลังการผลิตเพิ่มขึ้นต่อเนื่องปัจจุบันผลิตได้ 60-70% ของกำลังผลิต ภาระหนี้ใหญ่ๆ แก้ไปหมดแล้ว จึงไม่ควรคิดดอกเบี้ย 12% หรือคิดค่าฟีจากการถ่ายทอดเทคโนโลยี 2% ของยอดขาย ซึ่งแต่ละปีทั้งสองโรงมียอดขายกว่า 2 หมื่นล้านบาท”
รายย่อยกล่าวอีกว่า ถ้าสัญญาทั้งสองข้อผ่อนปรนได้ เชื่อว่าทุกคนยินดีต้อนรับ AM ซึ่งเป็นผู้ประกอบการเหล็กรายใหญ่เบอร์ 1 ของโลก เรื่องอย่างนี้อย่าดูถูกรายย่อย ให้ดูกรณีเป๊ปซี่กับบริษัท เสริมสุข (SSC) มี 100 หุ้นก็ฟ้องร้องได้ เรื่องนี้มีการคุยกันในหมู่นักลงทุนว่า จะดำเนินการไปร้องเรียนสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) หรือไปรอคัดค้านในที่ประชุมวิสามัญผู้ถือ หุ้นวันที่ 6 มิ.ย.นี้ ซึ่งผู้ถือหุ้นรายย่อยต้องใช้สิทธินี้คัดค้านให้ถึงที่สุด
ขณะเดียวกัน บริษัท จีสตีล และจี เจ สตีล แจ้งว่า AM ได้แสดงความตั้งใจที่จะทำคำเสนอซื้อหุ้นทั้งหมดจากนักลงทุนทั่วไป (เทนเดอร์ออฟเฟอร์) ของ 2 บริษัท ภายหลังจากที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2554 ในวันที่6 มิ.ย.นี้ พิจารณาอนุมัติการเพิ่มทุนให้ AM ตามมติคณะกรรมการ ครั้งที่ 2/2554 เสร็จสมบูรณ์ตามข้อกำหนดและเงื่อนไขที่ระบุในสัญญาเกี่ยวกับการทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้อง







