
พลังงานประสานปตท.ยึด2ทางแก้มาบตาพุด
ก.พลังงานประสานปตท.เล็งพิจารณา2แนวทางแก้มาบตาพุดส่งตีความ-เร่งทำแผนเฮชไอเอ
ก.พลังงานประสานปตท.เล็งพิจารณา2แนวทางแก้มาบตาพุดส่งตีความ-เร่งทำแผนเฮชไอเอ
นายพรชัย รุจิประภา ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ได้ประสานไปยังปตท.เพื่อเร่งแก้ไขผลกระทบจากปัญหามาบตาพุด โดยในส่วนโรงแยกก๊าซธรรมชาติหน่วยที่ 6 ในทางกฎหมาย น่าจะมีทางออก2 แนวทาง คือ การส่งเรื่องตีความว่าโครงการดังกล่าวเป็นโครงการที่ส่งผลกระทบรุนแรงหรือไม่ ซึ่งทางคณะอนุกรรมการในคณะกรรมการ 4 ฝ่ายฯ จะเป็นผู้พิจารณา และส่งเรื่องให้สำนักสำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) เห็นชอบ และหากผลการพิจารณาของโครงการนี้ไม่เข้าข่ายโรงแยกก๊าซฯ แห่งที่ 6 น่าจะเปิดดำเนินการได้ในเดือนเม.ย.นี้
ส่วนแนวทางที่ 2 คือการเร่งจัดทำรายงานผลกระทบด้านสุขภาพ(เฮชไอเอ) และการเปิดรับฟังความเห็นจากผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งแนวทางนี้ จะต้องใช้เวลาอย่างน้อย 6-8 เดือน ซึ่งทาง ปตท.ได้ดำเนินการทั้ง 2 แนวทางควบคู่กัน ส่วนมาตรการดูแลผลกระทบหากโครงการต้องยืดเยื้อออกไปนั้น กรณีของการจัดหาก๊าซหุงต้ม(แอลพีจี)ยังต้องนำเข้ามาต่อเนื่อง แม้จะมีภาระกับกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในการจ่ายชดเชยการนำเข้าก็ตาม ซึ่งประเมินว่าต้องใช้เงินกองทุนน้ำมันฯกว่า 2 หมื่นล้านบาทในการดูแลจนถึงสิ้นปี
น.พ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รมว.พลังงาน กล่าวว่า ยังยืนยันตรึงราคาแอลพีจีไปจนถึงเดือนส.ค. 2553 ตามมาตรการของรัฐบาลที่ได้กำหนดไว้ ส่วนจะมีการขยายระยะเวลาออกไปอีกหรือไม่ คงต้องติดตามสถานการณ์ในช่วงเวลานั้นก่อน ซึ่งกองทุนน้ำมันฯจะรองรับการนำเข้าแอลพีจีได้นานแค่ไหนคงไม่สามารถบอกได้ขึ้นอยู่กับปริมาณการนำเข้าแอลพีจีและราคาตลาดโลก







