
สินค้ากลุ่มเด็กคึกโหมกิจกรรมดูดเงินปิดเทอม
ตลาดสินค้าที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มเป้าหมายเด็ก
ตลาดสินค้าที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มเป้าหมายเด็ก
โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล
ตลาดสินค้าที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มเป้าหมายเด็กถือเป็นอีกหนึ่งกลุ่มธุรกิจที่มีการแข่งขันสูง โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อน ด้วยเป็นหน้าขายสำคัญ จากกลุ่มเป้าหมายตัวจิ๋วที่เมื่อรวมกันแล้วกลายเป็นกำลังซื้อมหาศาล ส่งผลให้ในทุกปีเจ้าของสินค้ารายการต่างๆ มักระดมแคมเปญและกิจกรรมการตลาดกระตุ้นตรงถึง “กลุ่มเด็ก” ให้ถึงผู้ปกครองพ่อแม่ เพื่อยอมควักกระเป๋าจ่ายได้ทันที
อนงค์ภัทร บุนนาค ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์แบรนด์แอล คิดส์ (Elle Kids) บริษัท ไอ.ซี.ซี. เจ้าของสินค้าเครื่องแต่งกายแฟชั่นแบรนด์เนมต่างๆ กล่าวว่า กลยุทธ์การทำตลาดในปี 2554 จะเน้น “พาร์ตเนอร์ สตราตีจิ” ด้วยการผนึกกำลังพันธมิตรร่วมกันทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์สำหรับเด็กเล็ก ที่เป็นกลุ่มเป้าหมายของสินค้า ให้มีโอกาสเรียนรู้ในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อพัฒนาการด้านต่างๆ ของเด็ก ควบคู่กับการพัฒนาผลิตภัณฑ์เสื้อผ้าสำหรับเด็ก ที่เหมาะกับทุกสภาพอากาศ
ล่าสุดบริษัทร่วมกับพันธมิตรจัดโครงการประกวด “แฟชั่นนิสตา บอย แอนด์ เกิร์ล คอนเทสต์ 2011” ขึ้น เพื่อเปิดโอกาสให้กลุ่มเด็กกล้าแสดงออกทางความสามารถ และก้าวไปสู่การเป็นพรีเซ็นเตอร์ ผลิตภัณฑ์ชั้นนำ ทรัมโบน (Trombone) และแอล คิดส์ ซึ่งเป็นการจัดกิจกรรมต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 และได้การตอบรับอย่างดี
โครงการดังกล่าวจะเปิดรับสมัครกลุ่มเด็กอายุ 610 เพียง 100 คน เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมเวิร์กช็อป และสัมผัสประสบการณ์จริงก่อนเข้าสู่วงการแฟชั่น พร้อมตัดสินในงานฮีส แอนด์ เฮอร์ แฟชั่น ในวันที่ 2 ก.ค.นี้ ในงานสหกรุ๊ปแฟร์
ปัจจุบันตลาดสินค้าที่เกี่ยวข้องกับเด็กในกลุ่มเสื้อผ้ามีการแข่งขันสูง โดยเฉพาะในช่วงปิดภาคการศึกษา ซึ่งเป็นช่วงที่มีการรวมกลุ่มกำลังซื้อจากเด็กเป็นจำนวนมาก โดยในช่วงดังกล่าวทุกปีสินค้ากลุ่มเด็กจะมียอดขายเติบโตสูงมาก เป็นผลให้เจ้าของสินค้าต่างๆ หันมาจัดกิจกรรมการตลาดในช่วงนี้มากขึ้น
นอกจากนี้ จากการสำรวจพฤติกรรมกลุ่มเป้าหมายเด็กกลุ่มอายุดังกล่าว ยังพบว่าเป็นกลุ่มที่มีอำนาจการตัดสินใจซื้อสูงถึง 80% และยังสามารถโน้มน้าวผู้ปกครอง หรือพ่อแม่ให้ซื้อสินค้า ณ จุดขายได้ทันที
สำหรับยอดขายสินค้าแอล คิดส์ ในปัจจุบันแบ่งสัดส่วนเป็น 80% มาจากกลุ่มเสื้อผ้า และอีก 20% เป็นกลุ่มของใช้ เครื่องประดับตกแต่งทั่วไป โดยวางระดับราคาสินค้าเฉลี่ย 6902,000 บาท โดยในปี 2553 ที่ผ่านมา มียอดขายเติบโต 10% และในปีนี้จากการจัดกิจกรรมการตลาด และเปิดตัวสินค้าภายใต้คอลเลกชันใหม่ คาดสิ้นปีจะมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 30%
การจัดกิจกรรมโครงการ “แฟชันนิสตา บอย แอนด์ เกิร์ล คอนเทสต์ 2011” ครั้งนี้ บริษัทเชื่อว่า จะกระตุ้นยอดขายได้เพิ่มขึ้น จากปัจจุบันสื่อต่างๆมีการเปิดเวทีเพื่อให้ทุกคนแสดงออกด้านความสามารถหลายรายการจำนวนมาก ซึ่งเป็นสิ่งกระตุ้นที่ตุ้นให้กลุ่มเป้าหมายเด็กรุ่นใหม่ในปัจจุบัน ต้องการแสดงออกด้านต่างๆด้วยเช่นกัน
ขณะเดียวกับบริษัท ซาบีน่า ผู้ผลิตและจำหน่ายชุดชั้นในแบรนด์ซาบีน่า และชุดชั้นในสำหรับเด็กซาบีนี่ที่หันมารุกกิจกรรมการตลาดในช่วงปิดเทอมใหญ่ในหน้าร้อนปีนี้อย่างต่อเนื่องด้วยเช่นกัน
อมรเทพ อสีปัญญา ผู้อำนวยการสายงานกลยุทธ์ และพัฒนาธุรกิจ บริษัท ซาบีน่า กล่าวว่า แนวทางการทำตลาดชุดชั้นในสำหรับเด็กแบรนด์ “ซาบีนี่” ในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา บริษัทได้ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดชุดชั้นในเด็กที่ช่วยสร้างการเรียนรู้ด้านต่างๆ ผ่านการใช้คาแรกเตอร์การ์ตูน “หนูน้อยซาบีนี่” เพื่อเป็นจุดแข็งในการสื่อสารการตลาด และการสร้างแบรนด์ให้กับชุดชั้นในซาบีนี่ นอกเหนือจากพัฒนาสินค้าภายใต้นวัตกรรมใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง
“การใช้คาแรกเตอร์การ์ตูนดังกล่าว เพื่อสร้างการเรียนรู้ และจินตนาการให้กับเด็กและเยาวชน โดยเฉพาะกลุ่มเป้าหมายในแบบง่ายๆ ผ่านตัวผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบให้เข้ากับธีม ซึ่งทำให้เด็กเกิดความผูกพันกับตราสินค้าของแบรนด์ซาบีนี่มากขึ้น” อมรเทพ กล่าว
พร้อมกันนี้ บริษัทยังได้เปิดตัวกิจกรรมแคมป์ ภายใต้ชื่อ “ซาบีนี่ แคมป์” ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ต่อการสร้างประสบการณ์เรียนรู้นอกห้องสำหรับเด็ก และผู้ปกครองรุ่นใหม่ ซึ่งบริษัทมองว่าซาบีนี่ แคมป์ จะสามารถสร้างประสบการณ์ระหว่างแบรนด์สินค้า (Brand Experience) กับผู้บริโภคที่ใกล้ชิดกันมากขึ้น ที่ส่งผลดีต่อแบรนด์ในระยะยาว และนำไปสู่การต่อยอดการใช้แบรนด์ซาบีน่า เมื่อเด็กๆ กลุ่มนี้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ในอนาคต
ล่าสุดบริษัทเปิดตัวคอลเลกชันซาบีนี่ เซฟวิง แอฟฟิโสด ทู (Sabini Saving Episode2) ต่อเนื่องจากคอลเลกชัน ซาบีนี่ เซฟวิง ในปีที่ผ่านมา จับกลุ่มเป้าหมายเด็กกลุ่มอายุ 6-12 ปี โดยสินค้ารุ่นดังกล่าวมีทั้งกลุ่มชุดชั้นใน แบบเสื้อกล้ามครึ่งตัว เสื้อทับ เสื้อชั้นในกึ่งเสื้อบังทรง กางเกงขาสั้น ฯลฯ วางราคาจำหน่าย 220-350 บาท ผ่านช่องทางขายซาบีน่า ช็อป และจุดจำหน่ายในเคาน์เตอร์ซาบีน่า ในห้างสรรพสินค้า เป็นต้น
“ตลาดเด็ก” จึงเป็นอีกหนึ่งขุมทรัพย์กำลังซื้อมหาศาล ที่ปัจจุบันเจ้าของสินค้าต่างวางกลยุทธ์การทำตลาดเพื่อดึงกำลังซื้อ พร้อมกับปลูกฝังแบรนด์ให้อยู่ในใจตั้งแต่กลุ่มเด็ก เพื่อให้กลายเป็นกำลังซื้อใหม่ในอนาคตเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ด้วย







