
รื้อเป้าเศรษฐกิจ‘เอดีบี’หั่น0.4%
จีดีพีไทยโตแค่4.1%ลุ้นเลือกตั้งคึก เอดีบีมองปัจจัยลบรุมเร้าไทย ทั้งน้ำมันพุ่งท่องเที่ยวใต้ทรุดตัว หั่นเป้าจีดีพีทันควัน
จีดีพีไทยโตแค่4.1%ลุ้นเลือกตั้งคึก เอดีบีมองปัจจัยลบรุมเร้าไทย ทั้งน้ำมันพุ่งท่องเที่ยวใต้ทรุดตัว หั่นเป้าจีดีพีทันควัน
นายเคร็ก สเตฟเฟนเซน ผู้อำนวยการสำนักงานผู้แทน ธนาคารพัฒนาเอเชีย(เอดีบี) ประจำประเทศไทย กล่าวว่า ธนาคารได้ปรับลดประมาณการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปีนี้ลงมาอยู่ที่ 4.1% จากเดิมที่คาดว่าจะเติบโตที่ 4.5% หลังจากมีปัจจัยลบภายนอกประเทศจากเหตุแผ่นดินไหวในประเทศญี่ปุ่น ที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์ และปัญหาความรุนแรงในลิเบียที่อาจส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในปีนี้ปรับตัวขึ้นสูงกว่าระดับ 95 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
สำหรับปัจจัยลบภายในประเทศ ได้แก่ เหตุอุทกภัยและโคลนถล่มครั้งใหญ่ในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งจะส่งผลกระทบกับการท่องเที่ยวและภาคการผลิตสินค้าการเกษตรเพื่อส่งออกในระยะสั้น ดังนั้นจึงคาดว่าไตรมาส 2 จะชะลอตัวลงจากไตรมาสแรก
นางลักษมณ อรรถาพิช เศรษฐกรสำนักงานผู้แทนประจำประเทศไทย ธนาคารพัฒนาเอเชีย กล่าวว่า อัตราเงินเฟ้อไทยในปีนี้มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นถึง 3.5% สอดคล้องกับทิศทางเงินเฟ้อในเอเชียโดยเฉลี่ยที่ 5.3% ทั้งนี้เป็นผลมาจากการประกาศนโยบายขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 25% และการขึ้นเงินเดือนข้าราชการ 5% ของรัฐบาล จึงคาดว่าธนาคารแห่งประเทศไทย จะทยอยปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายไปอยู่ที่ระดับ 3.25-3.5% ภายในสิ้นปี
อย่างไรก็ตามยังเชื่อว่า นโยบายทางการเงินและการคลังของไทย เช่น การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายและมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพและควบคุมราคาสินค้าบางประเภทจะสามารถดูแลปัญหาเงินเฟ้อได้
การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในช่วงกลางปีเชื่อว่าจะไม่มีผลกระทบต่อการเติบโตของเศรษฐกิจ หากไม่มีเหตุความวุ่นวายทางการเมือง เนื่องจากทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลมี นโยบายในเชิงเศรษฐกิจที่คล้ายคลึงกัน การผลักดันนโยบายจะเป็นไปอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลใหม่ควรจะกระจายอำนาจการตัดสินใจทางเศรษฐกิจและงบประมาณลงไปยังองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นมากขึ้น เพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ และเพื่อศักยภาพในการแข่งขันของไทยในระยะยาว นอกจากนี้จะต้องให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับเรื่องสวัสดิการสังคม เช่น การจัดตั้งกองทุนการออมแห่งชาติ และสนับสนุนธุรกิจไมโครไฟแนนซ์
ด้านศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า จีดีพีของไทยในไตรมาสแรกปี 2554 น่าที่จะขยายตัวเร่งขึ้นในอัตรา 1.8% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน และเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนมีระดับต่ำ 2% ส่วนไตรมาส 2 อาจขยายตัว 2.5-3.5% เมี่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน
อย่างไรก็ดี ปัจจัยลบจากปัญหาในญี่ปุ่นและเหตุการณ์อุทกภัยภาคใต้น่าจะเป็นผลกระทบระยะสั้น โดยกิจกรรมทางเศรษฐกิจของไทยน่าจะกลับมาเร่งฟื้นตัวขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี







