
แบงก์กรุงศรีครองแชมป์สินเชื่อรถยนต์
แบงก์กรุงศรี” ฉลุยสินเชื่อปีนี้ทะลุเป้า 8% ธ.ค.เดือนเดียวเช่าซื้อรถยนต์ปล่อยลิ่ว 8,600 ล้านบาท
แบงก์กรุงศรี” ฉลุยสินเชื่อปีนี้ทะลุเป้า 8% ธ.ค.เดือนเดียวเช่าซื้อรถยนต์ปล่อยลิ่ว 8,600 ล้านบาท
นายมาร์ค จอห์น อาร์โนลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ เปิดเผยว่า ไตรมาสแรกปีนี้การขยายสินเชื่อเป็นไปได้ดีในทุกกลุ่ม ถือเป็นช่วงปีที่มหัศจรรย์ โดย 2 เดือนแรกของปีสินเชื่อทะลุเป้าหมายที่วางไว้ จึงคาดว่าทั้งปีสินเชื่อจะทะลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ 8%
ทั้งนี้ เฉพาะเดือน ธ.ค. 2553 ธนาคารปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ได้ถึง 8,600 ล้านบาท เป็นการปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ที่มากที่สุดในประวัติการณ์
“ขณะนี้ตัวเลขหลายตัวสูงเป็นประวัติการณ์ แต่ต้องรอแถลงผลประกอบการไตรมาสแรก ถือเป็นปีที่มหัศจรรย์มาก ทุกกลุ่มสินเชื่อขยายตัวได้ดี ไตรมาสแรกปีนี้สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์เรามีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ในอันดับที่ 2 รถใหม่ก็อยู่ในอันดับที่ 2 และรถเก่าอยู่ในอันดับที่ 1” นายมาร์ค กล่าว
นายมาร์ค กล่าวว่า หากมีโอกาสที่ดีธนาคารก็จะซื้อธุรกิจเพื่อขยายฐานสินเชื่อ เพราะขนาดธุรกิจที่ใหญ่ขึ้นจะช่วยลดต้นทุนการเนินงานได้ โดยปี 2552-2553 ธนาคารได้เข้าซื้อกิจการจำนวนมาก และปี 2554 ก็เป็นปีของการควบรวมบริหารจัดการ ฉะนั้นปีนี้รวมถึงปีต่อๆ ไป จะเป็นปีที่ธนาคารดูโอกาส เพียงแต่โอกาสขณะนี้เริ่มมีน้อยลง
ปัจจุบัน สัดส่วนสินเชื่อรายย่อยของธนาคารอยู่ที่ 44% และสินเชื่อขนาดใหญ่ และเอสเอ็มอี อยู่ที่ 56% โดยจะคงอัตราในระดับนี้ต่อไป
นายมาร์ค กล่าวว่า ปัจจัยเสี่ยงในครึ่งปีหลัง อันดับแรกได้แก่ ปัจจัยการเมือง เพราะปีนี้เป็นปีที่จะมีการเลือกตั้ง ถือเป็นปีที่สำคัญ แต่ต้องเกิดในสภาวะที่สงบ ไม่เจอสภาพเหมือนปีก่อนปัจจัยต่อมเงินเฟ้อ หากปีนี้เงินเฟ้อเพิ่มจะกระทบนโยบายการเงิน คือดอกเบี้ย และหากดอกเบี้ยปรับขึ้นก็เป็นปัจจัยที่ต้องใส่ใจมาก หากดอกเบี้ยปรับขึ้นไปอยู่ที่ 3.253.5% จะไม่มีผลกระทบมาก แต่ถ้าดอกเบี้ยปรับขึ้นไปถึง 45% ก็ถือว่าน่าเป็นห่วง แต่เชื่อว่าคงไม่ขึ้นไปถึงระดับนี้ ฉะนั้นขณะนี้จึงขึ้นอยู่ว่าดอกเบี้ยจะปรับขึ้นเร็วแค่ไหน
ด้านหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้(เอ็นพีแอล) ยังมีเป้าหมายลดได้อีก แต่ปีนี้จะรักษาระดับไม่ให้เพิ่มขึ้นจากปัจจุบัน 5.4% หรือประมาณ 3.8 หมื่นล้านบาทขณะที่สถานการณ์น้ำท่วมในภาคใต้ ลูกค้าได้รับผลกระทบบ้าง แต่ไม่มาก มีทั้งลูกค้ารายใหญ่ เอสเอ็มอี และรายเล็ก ธนาคารติดตามเป็นรายวัน การช่วยเหลือจะพิจารณาเป็นรายบุคคล โดยธนาคารได้ปิด 2 สาขาที่ประสบน้ำท่วม เงินกองทุนของธนาคาร อยู่ที่ 15.84% รองรับการขยายธุรกิจได้อีก 34 ปีถือเป็นระดับที่แข็งแกร่งมากที่สุดในตลาด และเพียงพอไม่จำเป็นต้องเพิ่มเงินกองทุน ซึ่งเพียงพอต่อการดำเนินธุรกิจใน 34 ปีข้างหน้า







