
ชงกอช.เดินหน้าสร้างเหล็กต้นน้ำ
สถาบันเหล็กเตรียมเสนอที่ประชุม กอช. ถึงผลการศึกษาพื้นที่รองรับโครงการเหล็กต้นน้ำ ล่าสุดปัตตานีสนใจ
สถาบันเหล็กเตรียมเสนอที่ประชุม กอช. ถึงผลการศึกษาพื้นที่รองรับโครงการเหล็กต้นน้ำ ล่าสุดปัตตานีสนใจ
นายวิกรม วัชระคุปต์ ผู้อำนวยการสถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า วันที่ 22 เม.ย. 2554 จะมีการประชุมคณะกรรมการพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งชาติ (กอช.) ที่มีนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน โดยสถาบันเหล็กฯ จะรายงานผลการศึกษาการจัดหาพื้นที่รองรับการลงทุนอุตสาหกรรมเหล็กต้นน้ำคุณภาพสูงทั้งในประเทศ และประเทศเพื่อนบ้าน คือ พม่าและกัมพูชา ซึ่งขณะนี้ยืนยันว่านักลงทุนพร้อมที่จะมาไทยแต่ปัญหาติดที่การหาพื้นที่ที่เหมาะสม
สำหรับการสรรหาพื้นที่ล่าสุดมี ความสนใจจากคนในพื้นที่ จ.ปัตตานี ที่เสนอเข้ามา ทางสถาบันได้ลงไปศึกษาความเป็นไปได้ในพื้นที่ดังกล่าว แล้ว ซึ่งจะรายงานข้อมูลต่อที่ประชุม กอช.ด้วย โดยข้อดีของพื้นที่นี้คือคนในพื้นที่ยอมรับ และเป็นแนวทางการสร้างงานให้กับประชาชนในพื้นที่ แต่ยังมีปัญหาเรื่องความปลอดภัยของผู้ลงทุน หากรัฐบาลสนใจพื้นที่ดังกล่าวก็ควรจะจัดตั้งเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษขึ้นมารองรับการลงทุน
ด้านการศึกษาพื้นที่เบื้องต้นที่จะนำเสนอต่อที่ประชุม มี 2 ทางเลือก คือ 1.การลงทุนในเมืองไทย คาดว่าจะใช้งบประมาณลงทุน 39 หมื่นล้านบาท โดยจะไม่มีการนำเสนอว่าควรจะไปลงทุนในพื้นที่บริเวณไหน แต่จะใช้วิธียกตัวอย่างพื้นที่ที่ได้ไปทำการศึกษามาแล้ว ซึ่งเงื่อนไขการลงทุนที่สำคัญ คือ การพัฒนาอุตสาหกรรมไปในทิศทางเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศน์ (อีโคทาวน์) อย่างเต็มรูปแบบ มีการยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชน และมีกลไกการมีส่วนร่วมของชุมชนในพื้นที่
2.การไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้าน จะนำเสนอ 2 พื้นที่ ได้แก่ ประเทศพม่าโดยเฉพาะที่ทวาย และ กัมพูชา โดยเม็ดเงินลงทุนน่าจะเท่ากับการลงทุนในเมืองไทย แต่อาจต้องมีการลงทุนเพิ่มเติมบ้างในโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ระบบเครือ ข่ายไฟฟ้า ถนน ที่ต้องเชื่อมต่อเข้ามายังเมืองไทย เพราะตลาดหลักอยู่ในไทย แรงงาน แต่ไทยต้องสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนให้ได้ว่าหากมีข้อขัดแย้งระหว่างประเทศ จะไม่กระทบต่อโครงการลงทุน และการขนส่ง
นายวิกรม กล่าวว่า สำหรับตัวนักลงทุน เมื่อเร็วๆ นี้ได้หารือกับผู้บริหารจากบริษัท นิปปอน สตีล หนึ่งในนักลงทุนจากประเทศญี่ปุ่นที่ ได้แสดงความสนใจเข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมเหล็กต้นน้ำ ก็ยังคงเห็นว่าไทยเป็นประเทศที่ญี่ปุ่นยังให้ความสนใจอยู่ โดยหลังจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวและเกิดสึนามิ เชื่อว่า การลงทุนในภาคอุตสาหกรรมจะย้ายฐานการผลิตมาไทยมากขึ้น ซึ่งจะทำให้ความต้องการใช้เหล็กสูงขึ้นตามไปด้วย ทางญี่ปุ่นจึงมองว่าเป็นโอกาสที่ไทยจะผลักดันให้เกิดโครงการดังกล่าว
นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ไม่แน่ใจว่ารัฐบาลชุดนี้จะตัดสินใจเลือกพื้นที่ทันหรือไม่ ซึ่งทางส.อ.ท.ยืนยันมาเสมอว่าภาคอุตสาหกรรมที่เติบโตจะต้องมีอุตสาหกรรมเหล็กรองรับ หากอนาคตไทยไม่มีก็จะต้องนำเข้าเพิ่มซึ่งจะทำให้อุตสาหกรรมต่อเนื่องที่ใช้เหล็กในไทยจะขยายตัวได้ลำบาก และปัจจุบันอุตสาหกรรมเหล็กไทยยังไม่เกิดขึ้นอย่างครบวงจร







