
ยีนส์ลีสุดทนขึ้นราคา10%
เล็งขึ้นอีกถ้าฝ้ายเพิ่มไม่หยุดเน้นนวัตกรรมออนไลน์แข่ง
เล็งขึ้นอีกถ้าฝ้ายเพิ่มไม่หยุดเน้นนวัตกรรมออนไลน์แข่ง
ยีนส์ลีสุดอั้นปรับราคาขึ้น 10% หลังต้นทุนฝ้ายพุ่ง 50% ชูนวัตกรรมออนไลน์บุกตลาด ทุ่ม 70 ล้าน หวังโต 30%
นายวราวุธ มัทธนพจนารถ ผู้อำนวยการอาวุโสผลิตภัณฑ์ลี (Lee) บริษัท เซ็นทรัล เทรดดิ้ง เปิดเผยว่า ได้ปรับขึ้นราคาจำหน่ายผลิตภัณฑ์ “ลี” เพิ่มอีก 10% ในปีนี้ หลังจากต้นทุนวัตถุดิบผ้าฝ้ายปรับตัวขึ้นแล้วถึง 50% ตั้งแต่ปีที่ผ่านมาและมีแนวโน้มขยับราคาขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้หากต้นทุนยังเพิ่มไม่หยุด บริษัทจะพิจารณาปรับราคาอีกครั้ง แต่จะควบคุมไม่ให้เกิน 15%
อย่างไรก็ตาม การปรับราคาดังกล่าวเชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อการซื้อสินค้าของผู้บริโภค เนื่องจากพฤติกรรมของกลุ่มผู้บริโภคยีนส์ไม่ได้พิจารณาปัจจัยเรื่องราคาเป็นหลักในการตัดสินใจซื้อ แต่จะเน้นการมองหานวัตกรรมใหม่ แฟชั่น ที่เข้ามาตอบโจทย์ความต้องการของแต่ละบุคคลได้
ล่าสุด บริษัทได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ยีนส์ลี รุ่นกันน้ำ ออกวางจำหน่ายตัวละ 2,500 บาท ซึ่งสูงกว่ายีนส์ปกติที่จำหน่ายในระดับราคา 1,900 บาท เพื่อต้อนรับเทศกาลสงกรานต์และสร้างสีสันให้ตลาดยีนส์โดยรวมคึกคักขึ้น
สำหรับไตรมาสแรกที่ผ่านมา ตลาดยีนส์โดยรวมมูลค่า 3,000 ล้านบาท เติบโตถึง 20% ซึ่งถือเป็นแนวโน้มที่ดีและเชื่อว่าปีนี้จะเติบโตในอัตราเดียวกัน จากปีที่แล้วตลาดเติบโตเพียง 10% เนื่องจากปัญหาการเมืองต่างๆ ที่เกิดขึ้นในประเทศ ขณะที่ผลิตภัณฑ์ลีวางเป้าหมายยอดขายเพิ่มขึ้น 30% และมีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มจาก 20 เป็น 21% รองจากแรงเลอร์และลีวายส์
“ปีนี้แนวโน้มเศรษฐกิจค่อนข้างดีและช่วงกลางปียังมีการเลือกตั้ง ซึ่งเมื่อไหร่มีการเลือกตั้ง ยอดขายจะดีมาก เพราะคนมีความมั่นใจในการจับจ่ายใช้สอย” นายวราวุธ กล่าว
ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์ลีกลับมาขยายสาขาอีกครั้งในปีนี้หลังจากปีก่อนชะลอตัว โดยตั้งงบประมาณ 60 ล้านบาท ในการขยายสาขาแบบช็อป 10 สาขา ลงทุนสาขาละ 5 ล้านบาท และเคาน์เตอร์ในห้างสรรพสินค้าอีก 5 จุด ลงทุนจุดละ 1 ล้านบาท และเคาน์เตอร์ของลี คิดส์อีก 5 จุด ปัจจุบันมีสาขาและจุดขายรวม 195 สาขา
ดังนั้น แผนการตลาดหลักปีนี้ จะบุกช่องทางออนไลน์เป็นหลักผ่านเฟซบุ๊ก Lee Club Thailand โดยหลังจากเปิดตัวเมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา มียอดสมาชิกแล้ว 6,000 คน คาดว่าจะเพิ่มเป็น 1 หมื่นคน ในปีนี้ ซึ่งฐานสมาชิกดังกล่าวบริษัทจะใช้ในการทำกิจกรรมการตลาดตลอดปี โดยใช้งบรวมกว่า 10 ล้านบาท







