
หุ่นกับการลงทุนของคนทุกวัย
อย่างที่ทราบกันแล้วว่า การออมเงินไว้กับธนาคารเพียงอย่างเดียวเสี่ยงต่อการมีเงินไม่พอใช้
อย่างที่ทราบกันแล้วว่า การออมเงินไว้กับธนาคารเพียงอย่างเดียวเสี่ยงต่อการมีเงินไม่พอใช้
โดย..สุรีรัตน์ สุรเดชะ
อย่างที่ทราบกันแล้วว่า การออมเงินไว้กับธนาคารเพียงอย่างเดียวเสี่ยงต่อการมีเงินไม่พอใช้
ในอนาคต การจัดสรรเงินออมไปลงทุนในสินทรัพย์ที่หลากหลายจึงเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับทุกคน เพราะสินทรัพย์แต่ละประเภททำหน้าที่ต่างกัน บางอย่างมีเพื่อเป็นสภาพคล่อง บางอย่างช่วยสร้างกระแสรายได้ และที่สำคัญมากคือ สินทรัพย์ที่ต้องมีไว้เพื่อเพิ่มมูลค่าเงินลงทุน
การฝากเงินหรือการซื้อกองทุนรวมตลาดเงิน เพื่อให้เป็นสินทรัพย์สภาพคล่องคิดเป็นมูลค่า 4-6 เท่าของค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนก็ถือว่าเพียงพอ ลำดับถัดมาควรพิจารณานำเงินออมไปลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนในรูปกระแสรายได้ประจำ เช่น ตราสารหนี้อย่างพันธบัตรรัฐบาลหรือหุ้นกู้เอกชน กองทุนรวมตราสารหนี้ หรือกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนในรูปเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอ ส่วนสุดท้ายต้องเป็นการลงทุนที่ทำให้เงินออมเติบโต
จากข้อมูลสถิติเกี่ยวกับผลตอบแทนการลงทุนในหุ้นที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ พบว่า 10 ปีที่ผ่านมา (2542-2552) การลงทุนในหุ้นไทยให้ผลตอบแทนสะสมโดยเฉลี่ยประมาณ 12% ต่อปี ถึงแม้จะดูว่าผลตอบแทนค่อนข้างสูง แต่ต้องยอมรับว่าการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทนี้มีความเสี่ยงต่อการขาดทุน เพราะราคาหุ้นแกว่งตัวขึ้นลงตลอดเวลา แต่หากจัดสัดส่วนให้เหมาะสมสอดรับกับความเสี่ยงที่รับได้ ก็จะเป็นโอกาสทำให้เงินงอกเงยได้ดี ดังนั้นพอร์ตการลงทุนที่มีหุ้นเป็นส่วนประกอบจึงน่าจะให้ผลตอบแทนในระยะยาวได้ดีด้วย
แค่ไหนจึงจะเหมาะสม?
หลายคนคงมีคำถามว่า แล้วควรลงทุนในหุ้นเท่าไหร่ดี แนวทางกว้างๆ ที่จะแนะนำให้พิจารณาก็คือ หากอายุยังน้อย มีเวลาทำงานหาเงินอีกนาน ต้องการเพิ่มมูลค่าเงินลงทุนรวดเร็ว โดยที่คุณสามารถรับความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาหุ้นได้ค่อนข้างมาก ก็สามารถลงทุนในหุ้นหรือกองทุนรวมหุ้นในสัดส่วนที่มากหน่อย แม้หุ้นจะมีราคาผันผวนตามวัฏจักรเศรษฐกิจ บางปีราคาขึ้นสูงมาก บางปีราคาหุ้นก็อาจจะลดลงมากได้เช่นกัน แต่หากมองให้ดี เมื่อหุ้นมีราคาลดลง นั่นคือโอกาสที่จะซื้อของได้ในราคาถูก ขณะเดียวกัน เงินออมส่วนที่เหลือจากการแบ่งส่วนไปลงทุนในหุ้นแล้วก็อาจนำไปลงทุนในตราสารหนี้ทั้งพันธบัตรรัฐบาล หรือหุ้นกู้ ซึ่งควรดูกำหนดเวลาไถ่ถอนที่สอดคล้องกับความต้องการใช้เงินในอนาคตด้วย
แต่เมื่อคุณอายุมากขึ้น ระยะเวลาทำงานเก็บเงินน้อยลง อาจรับความเสี่ยงได้ไม่มากเท่าเดิม ก็ควรปรับเปลี่ยนสัดส่วนการลงทุนให้มีความเสี่ยงน้อยลงด้วยการลดสัดส่วนเงินลงทุนในหุ้นลง และเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในตราสารหนี้มากขึ้น โดยเลือกพันธบัตรรัฐบาล หุ้นกู้เอกชนที่มีความน่าเชื่อถือค่อนข้างดี (ระดับ BBB ขึ้นไป) กองทุนรวมตราสารหนี้ หรือกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ที่มีการจ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอ เพื่อหาดอกเบี้ยหรือเงินปันผลเข้ามาเสริมกระแสรายได้ประจำด้วย
สำหรับผู้ที่อยู่ในวัยใกล้เกษียณหรือเกษียณแล้ว ในวัยนี้อาจรับความเสี่ยงกับการสูญเงินต้นได้น้อยมาก ในช่วงนี้แม้ว่าควรเพิ่มสัดส่วนตราสารหนี้ในพอร์ตการลงทุนให้ค่อนข้างมาก แต่ก็ยังลงทุนในหุ้นได้บ้าง แต่ต้องเน้นลงทุนในหุ้นพื้นฐานดี มีเงินปันผลสม่ำเสมอเป็นหลัก หากไม่สามารถลงทุนเองเพราะต้องใช้เวลาติดตามข้อมูลมาก ก็อาจเลือกกองทุนรวมหุ้นแทน โดยพิจารณาลงทุนในกองทุนที่มีการจ่ายเงินปันผล เพื่อให้มีแหล่งรายได้สม่ำเสมอในระยะยาว
การกำหนดสัดส่วนการลงทุนในหุ้นไม่ได้มีกฎเกณฑ์ที่ตายตัว เพราะขึ้นอยู่กับความสามารถในการรับความเสี่ยงของแต่ละคน ซึ่งคุณสามารถเพิ่มพลังในการลงทุนและสร้างภูมิต้านทานต่อความเสี่ยงด้วยการศึกษาหาความรู้ที่มีประโยชน์ในการลงทุน ทั้งเรื่องภาวะเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม ความเคลื่อนไหวทางธุรกิจของบริษัทจดทะเบียน การหาข้อมูลเหล่านี้ทางลัดที่ง่ายที่สุดคือ เข้าฟังสัมมนาที่บริษัทหลักทรัพย์หลายแห่งจัดให้กับผู้ลงทุนโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ติดตามข่าวสารต่างๆ บนเว็บไซต์ของตลาดหลักทรัพย์ฯ หรือของบริษัทจดทะเบียน (ดูหัวข้อนักลงทุนสัมพันธ์) เข้าร่วมงานบริษัทจดทะเบียนพบผู้ลงทุนหรือ Opportunity Day เข้าชมงาน Money Expo 2011 ซึ่งจะจัดขึ้นในเดือน พ.ค.นี้ ที่อาคารชาเลนเจอร์ 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี รวมทั้งศึกษาข้อมูลความรู้ที่เว็บไซต์ของ ก.ล.ต. www.sec.or.th/education แล้วพบกันใหม่ สวัสดีค่ะ







