posttoday
ไอซีทีรอยุบสภายื้อจ่ายค่ามือถือ

ไอซีทีรอยุบสภายื้อจ่ายค่ามือถือ

04 เมษายน 2554

เจรจามือถือยังไร้ข้อสรุป ไอซีทียื้อเวลาอีก 2 สัปดาห์ หวังรอยุบสภา

เจรจามือถือยังไร้ข้อสรุป ไอซีทียื้อเวลาอีก 2 สัปดาห์ หวังรอยุบสภา

นางจีราวรรณ บุญเพิ่ม ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือไอซีที ในฐานะประธานคณะกรรมการเจรจาการแก้ไขสัญญาสัมปทานโทรศัพท์เคลื่อนที่ เปิดเผยว่า การเจรจาค่าเสียหายกับผู้ให้บริการมือถือทั้ง 3 ราย ยังไม่มีข้อสรุป และได้ให้ทุกรายกลับไปหาข้อเสนอที่เหมาะสมกลับมาอีก 2 สัปดาห์

ทั้งนี้ แม้จะเป็นช่วงระยะเวลาเดียวกับการยุบสภา แต่ไอซีทียังคงดำเนินการต่อไป ไม่ว่าจะได้ข้อสรุปอย่างไร ก็ต้องนำข้อสรุปดังกล่าวส่งให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นผู้ตัดสิน

สำหรับการประชุมระหว่างคณะกรรมการและเอกชนเมื่อวันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา มีนายศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น เข้าร่วมด้วยตัวเอง ทำให้บรรยากาศเป็นไปด้วยดี จากการที่ทางทรูฯ พร้อมเจรจา

นายศุภชัย กล่าวว่า การเจรจาเป็นทางออกที่ดีสำหรับการทำธุรกิจ ถ้าหากมีความเสียหายเกิดขึ้น ทรูมูฟพร้อมที่จะชดเชยให้ แต่ขอเป็นลักษณะทยอยจ่ายชดเชย ซึ่งทรูมูฟจะกลับไปทำแผนธุรกิจและข้อเสนอสำหรับทางออกในการแก้ไขปัญหา

นอกจากนี้ ยังเสนอแนวทางการเปลี่ยนสัมปทานเป็นใบอนุญาตของสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) แทน เพราะสัมปทานของทรูมูฟเหลือไม่ถึง 3 ปี ถ้าหากผู้ประกอบการได้รับใบอนุญาต 15 ปี ก็จะทำให้มีโอกาสและมีอนาคต และเป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทยด้วย

นายนพณัฏฐ์ หุตะเจริญ รักษาการผู้จัดการใหญ่ ทีโอที กล่าวว่า หลังจากนี้ทีโอทีจะไปเจรจานอกรอบกับบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส เพื่อหารือถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาร่วมกันอีกครั้ง แม้เอไอเอสยืนยันไม่จ่ายค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจากการแก้สัญญาก็ตาม

อย่างไรก็ตาม ได้มีการหยิบยกข้อเสนอที่ว่าให้แปลงมูลค่าความเสียหายที่ทีโอทีจะเรียกร้องจากเอไอเอสเป็นหุ้นเช่นเดียวกัน กสท โทรคมนาคม ก็ควรแปลงมูลค่าความเสียหาย และเข้าไปถือหุ้นในทรูมูฟเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับทีโอที และ กสทฯ ในอนาคต แม้จะประกอบธุรกิจด้วยตัวเองขาดทุน แต่การถือหุ้นในคู่สัมปทานก็จะทำให้รับเงินปันผลหุ้นแทนค่าสัมปทานที่จะต้องนำส่งเป็นของรัฐทั้งหมดอีก 3 ปีข้างหน้า

สำหรับค่าเสียหายที่สรุปได้เฉพาะการแก้ไขสัญญา คือ เอไอเอส 3.7 หมื่นล้านบาท ทรูมูฟ 8,208 ล้านบาท และบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือดีแทค 2.2 หมื่นล้านบาท

ขณะที่การเจรจาระหว่าง กสทฯ กับดีแทคและดีพีซี ไม่มีข้อยุติ และได้ปิดเจรจาไปแล้วเมื่อวันที่ 29มี.ค.ที่ผ่านมา เพราะ กสทฯ ยืนยันว่าไม่เสียประโยชน์ แต่กลับได้รับประโยชน์เพิ่ม ทางคณะกรรมการเจรจาได้แจ้งให้ กสทฯ ยืนยันกลับมาเป็นลายลักษณ์อักษรว่าไม่ได้รับความเสียหาย และผลประโยชน์ที่ได้รับก็ไม่ได้ลดลงแต่อย่างใด เนื่องจากผลสรุปของคณะกรรมการมาตรา 22 ระบุว่า กสทฯ เสียหาย ดังนั้นจึงต้องรายงานให้ผู้ถือหุ้นคือกระทรวงการคลังได้รับทราบ

 

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ