
เมืองไทยจุกจ่ายเคลมเกิน100ล.
คาดผลกระทบจากน้ำท่วมใต้ยืนยันฐานะการเงินไม่สะเทือน
คาดผลกระทบจากน้ำท่วมใต้ยืนยันฐานะการเงินไม่สะเทือน
เมืองไทยประกันภัย คาดจ่ายค่าสินไหมน้ำท่วมใต้ไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท ยันไม่กระทบฐานะการเงิน มีประกันภัยต่อช่วย
นางนวลพรรณ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เมืองไทยประกันภัย เปิดเผยว่า บริษัทคาดว่าจะต้องจ่ายค่าสินไหมให้กับลูกค้าที่ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ครั้งนี้ไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท โดยเฉพาะประกันภัยรถยนต์ที่คาดว่าจะได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม ต้องมีการประเมินค่าสินไหมที่ชัดเจนอีกครั้งหลังจากที่น้ำได้ลดระดับลงแล้ว ซึ่งขณะนี้บริษัทได้เข้าไปตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมฉุกเฉินใน 5 จังหวัดภาคใต้แก่ลูกค้าที่ จ.ตรัง กระบี่ พัทลุง สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช
“ในช่วงสึนามิมีความเสียหายกว่า 200 ล้านบาท ช่วงน้ำท่วมปี 2553 เสียหายกว่า 100 ล้านบาท ส่วนปีนี้คาดว่าจะเสียหายมากกว่าปีที่ผ่านมา ซึ่งแม้ตัวเลขค่าสินไหมจะสูง แต่ก็ไม่ส่งผลกระทบต่อฐานะการเงินของบริษัทมากนัก เพราะบริษัทได้ทำประกันภัยต่อคุ้มครองน้ำท่วมรถยนต์ต่างหากวงเงิน 200 ล้านบาทต่อครั้ง โดยปีที่ผ่านมาลูกค้าเรียกร้องค่าสินไหมน้ำท่วมกว่า 100 ล้านบาท บริษัทจ่ายเองเพียง 40 ล้านบาท ส่วนที่เกินบริษัทรับประกันภัยต่อเป็นผู้จ่ายแทน” นางนวลพรรณ กล่าว
อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าหลังจากเหตุการณ์น้ำท่วมกับเข้าสู่ภาวะปกติ จะทำให้ประชาชนภาคใต้หันมาซื้อประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองเรื่องภัยน้ำท่วมเพิ่มมากขึ้น จากเหตุการณ์น้ำท่วมในครั้งนี้ที่กินบริเวณกว้างและยาวนานกว่าทุกครั้ง ทำให้รถยนต์ได้รับความเสียหาย ซึ่งการซื้อประกันภัยภาคบังคับหรือพรบ. และ ประกันภัยรถยนต์ชั้น 3 ไม่คุ้มครองน้ำท่วม จะกระตุ้นให้ประชาชนหันมาซื้อกรมธรรม์ที่ได้รับความคุ้มครองน้ำท่วมมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีลูกค้าภาคใต้สูงสุดเมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่น ดังนั้นปีนี้จึงแผนเปิดสาขาย่อยใหม่อีก 4 แห่งในภาคใต้ ที่หัวหิน ภูเก็ต นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี และพื้นที่อื่นอีก 4 แห่ง ที่สมุทรสงคราม สระบุรี สกลนคร และเชียงราย ใช้เงินลงทุนประมาณ 90 ล้านบาท
โดยจะช่วยลูกค้าในเบื้องต้น เช่น ยกรถออกจากพื้นที่ เข้าไปทำการสำรวจความเสียหาย เพื่อให้บริการที่รวดเร็ว
สหกกelsสำหรับผลการดำเนินงานในไตรมาสแรกปี 2554 บริษัทมีเบี้ยประกันภัยรับเพิ่มขึ้น 8-9% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยปีนี้ตั้งเบี้ยรวม 5,600 ล้านบาท เฉลี่ยไตรมาสละ 1,400 ล้านบาท แม้ว่าไตรมาสแรกจะไม่ถึง 1,400 ล้านบาท แต่ยังอยู่ในระดับที่เติบโตดีกว่าปีที่ผ่านมา ซึ่งสถานการณ์น้ำท่วมน่าจะทำให้ประชาชนหันมาซื้อประกันภัยเพิ่มขึ้น
“อย่างปีที่ผ่านมาเรามียอดขายผ่านสาขาย่อย 8 แห่ง จำนวน 480 ล้านบาท แต่ปีนี้คาดว่าจะมียอดขายผ่านสาขาย่อยประมาณ 600 ล้านบาท” นางนวลพรรณ กล่าว
นางนวลพรรณ กล่าวว่า ผลตอบแทนจากการลงทุนในตลาดหุ้นไม่ค่อยดีเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา เพราะดัชนีราคาหุ้นลดลง แต่จะได้ผลตอบแทนที่ดีจากเงินปันผล ซึ่งบริษัทจดทะเบียนส่วนใหญ่มีกำไรในปี 2553 ดี เริ่มมีการจ่ายปันผลออกมาในอัตราที่ดี นอกจากนี้ผลตอบแทนจากการลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนคงที่ดี เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยในตลาดเพิ่มขึ้น เช่น ตราสารหนี้ พันธบัตรซึ่งเป็นการลงทุนส่วนใหญ่ของบริษัท โดยบริษัทลงทุนในหุ้นเพียง 19% เท่านั้นตามราคาบัญชี แต่ถ้าคิดตามราคาตลาดสัดส่วนการลงทุนในหุ้นจะอยู่ที่ 23%







