posttoday
มาร์ค ไอน์สไตน์ กูรูไอซีที แนะไทยเร่งแก้นโยบายไอซีที

มาร์ค ไอน์สไตน์ กูรูไอซีที แนะไทยเร่งแก้นโยบายไอซีที

04 เมษายน 2554

มาร์ค ไอน์สไตน์ แนะไทยเร่งแก้นโยบาย ดันไอซีทีเติบโต

มาร์ค ไอน์สไตน์ แนะไทยเร่งแก้นโยบาย ดันไอซีทีเติบโต

ทิศทางและอนาคตอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือไอซีทีของประเทศไทย ท่ามกลางปัจจัยเสี่ยงรอบด้าน เป็นสิ่งที่กำลังถูกจับตามองว่า จะขับเคลื่อนไปข้างหน้าอย่าง
ไร รัฐบาล เอกชน และประชาชนต้องปฏิบัติอย่างไรเพื่อเตรียมรับมือสิ่งที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะเมื่อประเทศต่างๆ มีเทคโนโลยี 3จี ใช้งานกันแพร่หลายมากขึ้น แต่ประเทศไทยมีเพียงความคืบหน้าอย่างช้าๆ ในการสรรหาคณะกรรมการสำหรับทำหน้าที่กำกับดูแลเท่านั้น

 

มาร์ค ไอน์สไตน์ กูรูไอซีที แนะไทยเร่งแก้นโยบายไอซีที มาร์ก ไอน์สไตน์

มาร์ก ไอน์สไตน์ นักวิเคราะห์ผู้สืบเชื้อสายมาจากอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก บริษัท ฟรอสต์ แอนด์ ซัลลิแวน บริษัทวิจัยการตลาด เปิดเผยว่า ประเทศไทยต้องเร่งการพัฒนาไอซีทีของประเทศให้มากขึ้น โดยปัจจัยหนึ่งคือ ต้องจัดให้มีหน่วยงานกำกับดูแลที่เป็นอิสระและมีอำนาจอย่างแท้จริง

เพราะที่ผ่านมาเห็นได้ชัดเจนว่า หน่วยงานกำกับดูแลไม่สามารถบังคับใช้กฎหมายกับผู้ประกอบการได้ และความที่ไม่มีอำนาจเด็ดขาดทำให้เป็นข้อสงสัยต่อไปว่า แม้มีการประกาศแผนแม่บทต่างๆ ออกมาแล้ว จะสามารถดำเนินการให้เป็นไปตามกำหนดที่วางไว้ได้หรือไม่

ประเด็นดังกล่าว กระทบถึงการพัฒนาด้านไอซีทีของไทยอย่างมาก เช่น การที่ปริมาณครัวเรือนที่เข้าถึงอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ของไทยต่ำกว่า 10% ตามหลังกลุ่มประเทศพัฒนาอีกหลายประเทศ หากสามารถเพิ่มจำนวนครัวเรือนได้ทุก 1% สามารถเพิ่มจีดีพีได้ 1.2% ต้องมีการลงทุนมากขึ้นโดยเฉพาะการขยายความครอบคลุม ไม่ใช่แค่ลงทุน
เพื่อเพิ่มความเร็ว ซึ่งหนึ่งในนโยบายที่จะช่วยผลักดันได้ดีคือ โครงข่ายบรอดแบนด์แห่งชาติ ที่ต้องเร่งดำเนินการให้เกิดขึ้นโดยเร็ว ในต่างประเทศก็ใช้โครงข่ายแห่งชาติกันทั้งนั้น เช่น สิงคโปร์, ออสเตรเลีย หรือจีนก็กำลังดำเนินการอยู่

นอกจากนี้ แม้ประเทศไทยจะมีปริมาณซิมการ์ดที่เปิดใช้งานกว่า 110% ต่อจำนวนประชากรแล้ว แต่มีอัตราการเติบโตของตลาดเพียง 2.2% ซึ่งสำหรับประเทศกำลังพัฒนา ถือ
ว่าอยู่ในระดับที่ต่ำมาก ปกติควรจะมีการเติบโต 2 หลักขึ้นไป สาเหตุหลักมาจากการไม่มี 3จี ทำให้การใช้งานดาต้าคอนเทนต์น้อยกว่าที่ควร การพัฒนาอีโคซิสเต็มส์ไม่เกิดขึ้น
ปัจจุบันประเทศไทยมีอัตราการใช้บริการ 3จี ต่ำกว่า 5% โดยในปีนี้หากสามารถผลักดัน 3จี ทีโอที ให้เกิดขึ้นได้ อาจเห็นอัตราการเติบโตของตลาดที่ 5-6%

อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ การเติบโตของสมาร์ตโฟน ที่มีส่วนช่วยเพิ่มการใช้งานดาต้าคอนเทนต์ให้เพิ่มขึ้น ประเทศไทยมีสัดส่วนการใช้สมาร์ตโฟนประมาณ 20% และจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยแอนดรอยด์เป็นระบบปฏิบัติการที่มาแรงที่สุด แม้โนเกียจะยังเป็นรายหลักก็ตาม แต่ต้องจับตามาองว่า วินโดวส์โฟน7 จะมีทิศทางอย่างไรหลังประกาศร่วมมือกับโนเกีย ขณะที่ไอโฟน ต้องรอการเปิดตัวโลว์คอสต์ไอโฟน ที่จะเปิดตัวในอนาคต จะช่วยเพิ่มส่วนแบ่งตลาดได้หรือไม่ ส่วนแบล็คเบอร์รี่ ยังต้องรอดูพัฒนาการต่อไปว่าจะมีอะไรใหม่ๆ นอกเหนือจากแค่การแชทและการใช้อีเมล

มาร์ก กล่าวต่อไปว่า การเพิ่มขึ้นของสมาร์ตโฟน เป็นโอกาสในการสร้างรายได้ใหม่ๆ ให้กับผู้ประกอบการ และจะเกิดบริการใหม่ๆ เช่น โมบาย ซีเคียวริตี้ เพราะข้อมูลและบริการ

โดยเฉพาะบริการทางการเงินอยู่บนสมาร์ตโฟน การป้องกันความปลอดภัยทางข้อมูลจะจำเป็นมากขึ้น บริการโมบาย คลาวด์ คอมพิวติง เพื่อเก็บข้อมูลขนาดใหญ่ไว้บนอินเทอร์เน็ตและดึงลงมาใช้เมื่อจำเป็น และอาจเห็นผู้ให้บริการโมบาย เวอร์ชวล เน็ตเวิร์กรูปแบบใหม่ๆ เช่นเดียวกับ อเมซอน ที่ให้บริการ คินเดิล อ่านหนังสือผ่านโครงข่ายของผู้ให้บริการ และมีการแบ่งรายได้กัน

"การเกิดขึ้นของอุปกรณ์ต่างๆ ทั้งสมาร์ตโฟนและแท็บเล็ต จะผลักดันให้เกิดผู้ผลิตและพัฒนาคอนเทนต์ใหม่ๆ อีกมาก ถ้ามีการเชื่อมต่อที่รวดเร็วด้วยจะยิ่งส่งเสริม และทำให้เกิดโมเดลธุรกิจใหม่ๆ ที่ผู้ผลิตสามารถขายสินค้าหรือบริการโดยตรงผ่านโครงข่ายที่มี โดยไม่ต้องผ่านนายหน้าหรือร้านค้าคนกลางอีกต่อไป"

สุดท้ายเรื่องทั้งหมดจะเกิดขึ้นได้ ประเทศไทยต้องมีการลงทุนด้านโครงข่ายและสร้างการเชื่อมต่อผ่านอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงให้เกิดขึ้นได้จริงก่อน ไม่ว่าจะผ่าน 3จี หรือโครงข่ายบรอดแบนด์แห่งชาติ และต้องไม่จำกัดแค่ในพื้นที่เขตเมืองแต่ต้องกระจายไปยังต่างจังหวัด การมีโครงข่ายไปถึงจะเป็นการกระตุ้นให้เกิดบริการใหม่ๆ มากขึ้น โดยเฉพาะด้านการศึกษาและการสาธารณสุข

ทั้งนี้ ภายในปี 2558 การเข้าถึงบรอดแบนด์ในแต่ละครัวเรือนในประเทศไทยอาจเพิ่มเป็น 40-50% ได้แต่ปัจจัยหลักคือ ต้องมีการให้บริการ 3จี เป็นช่องหลักกว่า 80% ขณะที่ 4จี ถือว่าเป็นเทคโนโลยีที่ใหม่มาก ยังไม่มีความแน่นอนทั้งอุปกรณ์โครงข่าย อุปกรณ์พกพา คลื่นความถี่ ทั้งอุปกรณ์ยังมีราคาสูงต้องใช้เวลาอีกประมาณ 5 ปีเป็นอย่างน้อย ดังนั้น 3จี จึงเป็นทางออกที่น่าจะดีที่สุด ซึ่งการลงทุนไม่ใช่ปัญหาแน่นอน เพราะเชื่อว่าบริษัทเอกชนพร้อมลงทุนอยู่แล้ว

มาร์ก กล่าวทิ้งท้ายว่า อุปสรรคหลักของประเทศไทยที่ต้องเร่งแก้ คือ รัฐต้องมีการกำหนดนโยบายที่ชัดเจนต่อประเด็นต่างๆ และอนาคตที่จะก้าวต่อไป ทั้งเรื่องของหน่วยงานกำกับดูแล เรื่องการจัดการผลประโยชน์ทับซ้อนของบริษัท ทีโอทีและบริษัท กสท โทรคมนาคม ซึ่งมีเรื่องของสัญญาสัมปทานเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

ข่าวล่าสุด

คาดสินค้านำเข้าราคาต่ำปี 69 โต 4.4 หมื่นล้าน กระทบ SMEs แข่งขันยาก

คาดสินค้านำเข้าราคาต่ำปี 69 โต 4.4 หมื่นล้าน กระทบ SMEs แข่งขันยาก