
จัตุรัสช่าว
นำร่องผลิตก๊าซชีวภาพจากเศษอาหาร
นำร่องผลิตก๊าซชีวภาพจากเศษอาหาร
นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รมว.พลังงาน เปิดเผยภายหลังลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการผลิตก๊าซชีวภาพจากขยะเศษอาหารในเรือนจำ ระหว่างสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) และกรมราชทัณฑ์ ว่า กระทรวงพลังงานจัดสรรงบประมาณ 9.6 ล้านบาท จากกองทุนอนุรักษ์พลังงาน สร้างระบบการผลิตก๊าซชีวภาพจากขยะเศษอาหารหรือขยะอินทรีย์ในเรือนจำ 5 แห่ง ซึ่งสามารถทดแทนการใช้ก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ได้ประมาณ 4.8 หมื่น กก./ปี คิดเป็นเงินที่ประหยัดได้ปีละ 8.7 แสนบาท โดยเป็นการส่งเสริมให้เกิดการใช้เทคโนโลยีก๊าซชีวภาพเพื่อใช้เป็นพลังงานทดแทน ตามแผนอนุรักษ์พลังงานปี 2551-2554 ปัจจุบันไทยมีการนำก๊าซชีวภาพมาใช้งานแล้วรวม 480 ล้าน ลบ.ม./ปี คิดเป็นมูลค่า 2,775 ล้านบาท/ปี และลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ปีละ 50 ล้านตัน
ด้านนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รมว.ยุติธรรม กล่าวว่าปัจจุบันกรมราชทัณฑ์มีเรือนจำและทัณฑสถานในสังกัดจำนวน 143 แห่ง มีผู้ต้องขังรวม 218,000 คน และมีปริมาณขยะเศษอาหารเหลือทิ้งปีละ 54 ตัน `ดังนั้นหากนำขยะเศษอาหารเหล่านี้มาผลิตเป็นเชื้อเพลิงได้ก็จะช่วยลดค่าใช้จ่ายให้กับหน่วยงาน จึงได้คัดเลือกเรือนจำที่มีศักยภาพในการผลิตก๊าซชีวภาพ จำนวน 5 แห่ง ได้แก่ เรือนจำกลางคลองเปรม เรือนจำกลางสมุทรปราการ ทัณฑสถานวัยหนุ่มกลาง เรือนจำพิเศษธนบุรี และ เรือนจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นำร่องในโครงกาดังกล่าว ซึ่งสามารถรองรับปริมาณเศษอาหารรวมไม่น้อยกว่า 3,500 ก.ก./วัน หรือ คิดเป็นความสามารถในการผลิตก๊าซชีวภาพได้รวมประมาณ 1.058 แสนลบ.ม./ปี โดยก๊าซฯที่ผลิตได้ก็จะนำมาใช้ในการประกอบอาหารภายในเรือนจำ
ด้านนายทรงภพ พลจันทร์ อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กล่าวถึงภาพรวมการผลิตปิโตรเลียมในช่วงไตรมาสแรก มีปริมาณก๊าซธรรมชาติที่ผลิตได้วันละ 4,000 ล้านลูกบาศก์ฟุต(ลบ.ฟุต)/วัน ก๊าซธรรมชาติเหลว(คอนเดนเสท) 9 หมื่นบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน และน้ำมันดิบวันละ 1.56 แสนบาร์เรล โดยปีนี้อาจมีข่าวดีพบแหล่งก๊าซฯแห่งใหม่บริเวณบนบก คือแหล่งทาเท็กซ์ ที่บจ.กาฬสินธุ์ เนื่องจากอยู่ใกล้กับแหล่งก๊าซฯที่น้ำพอง และแหล่งภูฮ่อม นอกจากนี้ จะมีแหล่งผลิตก๊าซฯในอ่าวไทยเข้าระบ 2 โครงการได้ แก่ แหล่งปลาทอง 2 ของเชฟรอน จะเริ่มส่งก๊าซธรรมชาติ 330 ล้านลบ.ฟุต/วันปลายปี 2554 ส่วนปี 2555 จะมีแหล่งบงกชใต้ ของปตท.สผ. เข้าระบบ 320 ล้านลบ.ฟุต/วัน
อย่างไรก็ตามยอมรับว่าแผนการขุดเจาะและสำรวจปิโตรเลียมในช่วงนี้จะต้องเปิดรับฟังความเห็นจากประชาชน ก่อน ซึ่งอาจทำให้แหล่งปิโตรเลียมบางแห่งต้องเลื่อนการขุดเจาะไปบ้าง แต่จะไม่ส่งผลกระทบต่อแผนการผลิตปิโตรเลียมของประเทศ
ม็อบชาวนาร้องแก้ข้าวตก
รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ แจ้งว่า กลุ่มชาวนาภาคกลางจาก 8 จังหวัด กว่า 1,000 คน นำโดยนายประภัตร โพธสุธน อดีต รมว.เกษตรและสหกรณ์ ได้เดินทางมาชุมนุมประท้วงบริเวณลานอเนกประสงค์กระทรวงพาณิชย์ เพื่อเรียกร้องให้นางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ เร่งแก้ปัญหาราคาข้าวเปลือกตกต่ำ หลังจากราคาข้าวเปลือกเจ้า 25% ลดเหลือตันละ 5,000-6,000 บาท โดยเรียกร้องให้รัฐบาลเปิดจุดรับซื้อข้าวเปลือก 25% ราคาตันละ 8,500 บาท ในวันที่ 2 เม.ย.นี้ทั่วทั้งประเทศ และให้มีผลย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. 2554 ซึ่ง รมว.พาณิชย์ ได้รับฟังข้อเสนอและชี้แจงว่า รัฐบาลพร้อมเปิดจุดรับซื้อข้าวนาปรังทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 2 เม.ย.นี้เป็นต้นไป ในราคารับซื้อเท่ากับราคาอ้างอิง ส่วนข้อเสนอที่ให้จ่ายเงินส่วนต่างราคาขายย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. และเปิดจุดรับซื้อในราคานำตลาด 200-300 บาท/ตัน นั้นจะสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันที่ 4 เม.ย.นี้
แนะแอร์พอร์ตลิงก์ตรวจเข้มอุปกรณ์เดินรถ
นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ฝ่ายบริหารบริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. ผู้ให้บริการเดินรถโครงการแอร์พอร์ตลิงก์ ควรเร่งตรวจสอบสาเหตุที่แท้จริงของตัวแปรงถ่านที่ทำหน้าที่แปลงไฟฟ้าไปยังขบวนรถไฟ ซึ่งสึกหรอเร็วผิดปกติ และต้องป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นอีก เนื่องจากบริษัทยังไม่ได้รับเงินทุนจดทะเบียน 1,860 ล้านบาท ดังนั้นคณะกรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) มีมติให้ ร.ฟ.ท.ช่วยเหลือการเงินไปก่อน เพื่อให้ผู้ใช้บริการมั่นใจ “ราคาตัวแปรงถ่านที่ทำหน้าที่แปลงไฟฟ้าไปยังขบวนรถไฟไม่ได้มีคาถูกมากนัก ดังนั้น บริษัทควรเร่งหาสาเหตุที่แท้จริง ช่วงนี้ยังอยู่ในการประกันของบริษัท ซีเมนต์ หากหมดระยะการประกันแล้วยังเกิดปัญหาขึ้นอีก อาจส่งผลกระทบต่อรายได้และรายจ่ายของบริษัท ซึ่งยังไม่ได้รับการอนุมัติเงินจดทะเบียนอีกส่วนหนึ่งจากครม.” นายสุพจน์ กล่าว
นายภากรณ์ ตั้งเจตสกาว รักษาการกรรมการผู้จัดการบริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. กล่าวว่า ในส่วนของบริษัทอยู่ระหว่างการตรวจสอบสาเหตุที่แท้จริง ซึ่งเบื้องต้นพบว่า ตัวแปรงถ่านที่ทำหน้าที่แปลงไฟฟ้าไปยังขบวนรถไฟสึกหรอ จากเดิมตัวแปรงถ่าน 1 คู่ มีแผงหนาถึง 21 ซม. ทำให้รถไฟวิ่งได้ถึง 1.2 แสนกม. แต่ในช่วงที่เกิดความผิดปกติ ปรากฏว่าตัวแผงสึกหรอเร็วกว่าปกติ ทำให้รถไฟวิ่งได้เพียง 3,000 กม.เท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ได้ให้บริการรถไฟฟ้าธรรมดา (ซิตี้ ไลน์) ตามปกติ ตั้งแต่เวลา 06.00-24.00 น. ส่วนเอ็กเพรสไลน์นั้น คาดว่าในวันที่ 2 เม.ย. จะเปิดให้บริการได้อย่างแน่นอน
ด้านแหล่งข่าวจากการรถไฟแห่งประเทศ กล่าวว่า บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. ยังไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ เนื่องจากยังขาดฝ่ายบริหารระดับผู้จัดการส่วน ซึ่งจะต้องมาควบคุมบุคลากรที่มีอยู่บางส่วน ประกอบกับไม่มีเงินในการบริหารจัดการ ทำให้การทำงานติดขัด อีกทั้งคณะกรรมการบริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. ยังใช้แนวทางในการปฏิบัติงานแบบราชการ เช่น การจะจัดคนเข้ามาเพิ่มโดยเฉพาะในส่วนของผู้จัดการส่วนจะต้องส่งเรื่องให้กระทรวงการคลังพิจารณาโครงสร้างเงินเดือน
“บริษัทไม่มีความคล่องตัว เพราะยังได้รับการปฎิบัติและทำงานเหมือนราชการ ก่อให้เกิดความล่าช้า อีกทั้งทุกคนต่างกลัวติดคุกจึงไม่กล้าที่จะทำอะไรมากนัก ขณะนี้บริษัทลูกได้ใช้เงินของการรถไฟฯไปแล้วกว่า 70 ล้านบาท” แหล่งข่าว กล่าว







