posttoday
กกร.หวั่นอุทกภัยใต้กระทบอาหารแปรรูป

กกร.หวั่นอุทกภัยใต้กระทบอาหารแปรรูป

01 เมษายน 2554

กกร.ประเมินผลกระทบภาคใต้ หวั่นกระทบอาหารแปรรูป เสียโอกาสส่งออกสินค้าไปญี่ปุ่น ด้านโรงงานในภาคใต้ต้องหยุดการผลิตชั่วคราว อาจทำให้ผู้ผลิตต้องส่งสินค้าไปถึงลูกค้าล่าช้าบ้าง

กกร.ประเมินผลกระทบภาคใต้ หวั่นกระทบอาหารแปรรูป เสียโอกาสส่งออกสินค้าไปญี่ปุ่น ด้านโรงงานในภาคใต้ต้องหยุดการผลิตชั่วคราว อาจทำให้ผู้ผลิตต้องส่งสินค้าไปถึงลูกค้าล่าช้าบ้าง

นายสุมิดา บุรณศิริ รองประธานอาวุโสสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศ (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประกอบด้วย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย ได้หารือถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นจากสถานการณ์น้ำมท่วมในภาคใต้ โดยในส่วนของกลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด น่าจะเป็น กลุ่มอุตสาหกรรมอาหารแปรรูป เนื่องจากวัตถุดิบ เช่น กุ้งแช่แข็ง ได้รับความเสียหายมาก ส่งผลให้ผู้ประกอบการเสียโอกาสในการส่งออก โดยเฉพาะการส่งออกไปยังตลาดญี่ปุ่น เพราะขณะนี้ญี่ปุ่นมีความต้องการอาหารแช่แข็งมาก แต่ไทยก็ไม่สามารถผลิตสินค้าเพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นได้

ขณะที่กลุ่มยางพารา ต้องรอดูการประเมินความเสียหายอีกครั้งว่ามีต้นยางที่ได้ล้มมากน้อยเพียงใด หากเสียหายมากผลผลิตที่ออกมาจะน้อยลง ประกอบกับปริมาณความต้องการมีน้อย ผู้ประกอบการก็จะได้รับผลกระทบเพิ่มขึ้น แทนที่จะทำให้ราคายางพาราสูงขึ้น

นายธนารักษ์ พงษ์เภตรา ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดภาคใต้ กล่าวว่า น้ำท่วมในครั้งนี้มีผลกระทบมากกว่าทุกครั้ง ซึ่งความเสียหายในส่วนของโรงงานอุตสาหกรรมก็ได้รับผลกระทบอยู่แล้ว โดยขณะนี้โรงงานส่วนใหญ่ต้องหยุดการผลิตไปชั่วคราว เพื่อรอน้ำลด ทำให้การส่งสินค้าไปยังลูกค้าอาจจะต้องมีการชะลอลงไปบ้าง ซึ่งลูกค้าก็เข้าใจสถานการณ์ได้เป็นอย่างดี แต่ยังโชคดีที่ตอนนี้อยู่ในช่วงโลว์ซี่ซั่นของการส่งสินค้า โดยในวันจันทร์ที่ 4 เม.ย.2554 น่าจะประเมินสถานการณ์ณ์ความเสียหายได้ชัดเจนมายิ่งขึ้น

สำหรับความช่วยเหลือที่ผู้ประกอบการต้องการจากภาครัฐ คือ ต้องการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการในการปรับปรุงซ่อมแซมสถานประกอบการ และเครื่องจักร หรือช่วยยืดระยะเวลาในการชำระภาษีโรงเรือน และช่วยหักลดหย่อยภาษีให้แก่ผู้ประกอบการท่ได้รับความเสียหาย

นายดุสิต นนทะนาคร ประสภาหาการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เชื่อว่าผลจากภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นทั้งกับประเทศญี่ปุ่นที่เป็นคู่ค้าของไทย และจากเหตุการณ์น้ำท่วมในภาคใต้ จะไม่ส่งผลต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ในภาพรวมของไทย โดยเชื่อว่าเศรษฐกิจไทยจะยังขยายตัวได้ในระดับ 4-5% อย่างแน่นอน เนื่องจากภาคเอกชนยังคงขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม ในปีนี้มีตัวบั่นทอนเศรษฐกิจเข้ามาเพิ่มขึ้น ทั้งปัจจัยทางการเมืองจากการประกาศยุบสภา เพราะจะส่งผลต่อความเชื่อมั่นนักลงทุน และนักธุรกิจ เพราะทุกฝ่ายคงต้องรอความชัดเจนจากรัฐบาลใหม่ก่อนตัดสินใจเข้ามาลงทุน ขณะเดียวกันปัญหาภัยธะรมชาติก็ถือเป็นปัจจัยสี่ยงสำคัญที่เพิ่มเข้ามาใหม่ ซึ่งมีผลทำให้ผู้ประกอบการต้องมีต้นทุนสูงขึ้น จากการวางแผนรองรับปัญหาภัยธรรมชาติในอนาคต

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท