posttoday
สสว.SMEวางแผนธุรกิจรับมือภัยพิบัติ

สสว.SMEวางแผนธุรกิจรับมือภัยพิบัติ

31 มีนาคม 2554

สสว.แนะเอสเอ็มอีจัดปัญหาภัยธรรมชาติเป็นความเสี่ยงในการประกอบธุรกิจ รวมทั้งวางแผนธุรกิจสำรองเพื่อรับมือภัยธรรมชาติ ด้านสสว.เตรียมทำแผนป้องกันภัยพิบัติสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก

สสว.แนะเอสเอ็มอีจัดปัญหาภัยธรรมชาติเป็นความเสี่ยงในการประกอบธุรกิจ รวมทั้งวางแผนธุรกิจสำรองเพื่อรับมือภัยธรรมชาติ ด้านสสว.เตรียมทำแผนป้องกันภัยพิบัติสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า ในสถานการณ์ปัจจุบันปัญหาภัยธรรมชาติถือเป็นความเสี่ยงในการประกอบธุรกิจอย่างหนึ่งของผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี)  ดังนั้นผู้ประกอบการจึงควรเตรียมแผนธุรกิจรองรับความเสี่ยงใหม่ที่จะเกิดขึ้นด้วย จากเดิมที่จะพิจารณาเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจในประเทศ เศรษฐกิจโลก และปัญหาทางการเมือง

ทั้งนี้ ทางสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้หารือร่วมกับสสว. ให้วางแผนป้องกันภัยพิบัติสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก ว่าหากเกิดเหตุการณ์ภัยพิบัติขึ้น เช่น น้ำท่วม ภัยแล้ง หรือเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดอื่นๆ หน่วยงานของภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เช่น หน่วยงานสนับสนุนเอสเอ็มอีต่างๆ สถาบันทางการเงิน ควรจะมีข้อปฏิบัติอย่างไร และผู้ประกอบการควรจะมีวิธีเฝ้าระวังอย่างไร ให้เหมือนกับบริษัทขนาดใหญ่ที่มีแผนสำรองในการทำธุรกิจรองรับไว้อยู่แล้ว เนื่องจากในปัจจุบันมีภัยพิบัติเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และส่งผลกระทบต่อการทำธุรกิจโดยตรงของเอสเอ็มอีในแต่ละพื้นที่

ยกตัวอย่างเช่นในประเทศญี่ปุ่น กลุ่มเกษตรที่ผลผลิตได้รับความเสียหายจากการปนเปื้อนสารกัมมันตภาพรังสี ทางรัฐบาลก็จะชดเชยค่าเสียหายให้ หรือเมื่อพื้นที่ภัยพิบัติเข้าสู่ช่วงพื้นฟู สถานบันการเงินจะเร่งปล่อยสินเชื่อให้ผู้ประกอบการ เพื่อช่วยกันกระตุ้นเศรษฐกิจด้วย เป็นต้น ซึ่งในเมืองไทยก็คงต้องมาพิจารณากันว่าจะต้องมีมาตรการอย่างไรที่เหมาะสม

สำหรับผลกระทบที่เกิดขึ้นจากปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ต่อกลุ่มเอสเอ็มอี ขณะนี้ยังไม่ได้ประเมินความเสียหาย เนื่องจากบางจังหวัดฝนยังไม่หยุดตก และน้ำยังคงท่วมอยู่ แต่จากที่ประเมินเบื้องต้นเอสเอ็มอีน่าจะได้รับผลกระทบค่อนข้างมาก เพราะมีกลุ่มโรงงานอาหารทะเลแปรรูปที่ตั้งอยู่ในภาคใต้เป็นจำนวนมาก รวมทั้งกลุ่มภาคบริการ เช่นโรงแรม ธุรกิจท่องเที่ยว และร้านอาหาร ภัตตาคาร หรือกลุ่มร้านค้าที่ขายสินค้าแก่นักท่องเที่ยว ที่อาจต้องหยุดกิจการชั่วคราวในช่วงที่ฝนยังตกอยู่ ทำให้ผู้ประกอบการอาจมีรายได้ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ทั้งๆ ที่เป็นช่วงไฮซีซั่นของการท่องเที่ยวภาคใต้

"ในบางธุรกิจแม้สถานประกอบการจะไม่เสียหาย แต่เมื่อไม่มีนักท่องเที่ยวก็เสียโอกาสทางธุรกิจ และยังส่งผลกระทบในภาครวมต่อการท่องเที่ยวในภาคใต้ด้วย แม้ว่าในบางจังหวัดน้ำจะไม่ท่วม แต่คนก็เลือกที่จะไม่เดินทางไปในตอนนี้"นายยุทธศักดิ์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม สสว.จะติดตามสถานการณ์ของเอสเอ็มอีอย่างใกล้ชิดและหลังจากที่น้ำลดแล้วก็จะเข้าไปประเมินความเสียหายที่เกิดขึ้น ตลอดจนดูความต้องการของผู้ประกอบการในพื้นที่ว่าต้องการความช่วยเหลืออะไรบ้าง รวมทั้งประสานงานกับธนาคารเพื่อการพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอีแบงก์) ในการเข้าไปให้ความช่วยเหลือด้านการเงินแก่ผู้ประกอบการ และสถาบันการศึกษาให้เข้าไปซ่อมแซมเครื่องจักรที่เสียหาย เหมือนกับที่ทำในช่วงน้ำท่วมในปีก่อน

สำหรับจำนวนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่อยู่ในภาคใต้ 15 จังหวัด มีจำนวนทั้งสิ้น 4.13 แสนราย เช่น กระบี่ 2.46 หมื่นราย นครศรีธรรมราช 4.93 หมื่นราย สุราษฎร์ธานี 5.63 หมื่นราย ตรัง 3.35 ราย เป็นต้น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท