
บางจากขอ3ปีผลิตไบโอดีเซลจากสาหร่าย
บางจากทุ่ม 1,000 ล้านบาท ผุดโรงงานสกัดน้ำมันไบโอดีเซลบ จากสาหร่ายแทนปาล์มน้ำมัน คาดเห็นผลเชิงพาณิชย์ใน 3 ปีข้างหน้า
บางจากทุ่ม 1,000 ล้านบาท ผุดโรงงานสกัดน้ำมันไบโอดีเซลบ จากสาหร่ายแทนปาล์มน้ำมัน คาดเห็นผลเชิงพาณิชย์ใน 3 ปีข้างหน้า
นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รมว.พลังงาน เปิดเผยภายหลังเป็นประธานพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือ “การพัฒนาอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพจากสาหร่าย” ว่า บริษัทบางจากปิโตรเลียมได้ร่วมกับบริษัทผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง และบริษัทล็อกซเลย์ เพื่อร่วมกันพัฒนานำสาหร่ายมาสกัดเป็นน้ำมันใช้ในเชิงพาณิชย์ทดแทนไบโอดีเซล (บี100) โดยมีแผนที่จะสร้างโรงงานเพื่อผลิตน้ำมันจากสาหร่าย วันละ 3 หมื่นลิตรใช้งบลงทุนกว่า 1,000 ล้านบาท
ปัจจุบันแนวโน้มราคาน้ำมันที่สูงขึ้นทำให้ไทยต้องเร่งพัฒนาอุตสาหกรรมพลังงานทดแทนที่หลากหลาย เพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน ซึ่งน้ำมันจากพืชสาหรายถือเป็นพืชน้ำมันอีกประเภทหนึ่งที่มีศักยภาพสูงของโลกในอนาคต ซึ่งขณะนี้มีประเทศที่เริ่มนำมาผลิตและใช้แทนน้ำมันแล้วได้แก่ สหรัฐ ออสเตรเลีย จีน ฯ ต่างให้ความสนใจและทุ่มงบประมาณในการค้นคว้าวิจัยพัฒนสายพันธุ์และเทคโนโลยีในการสกัดน้ำมันจากสาหร่ายอย่างจริงจัง
นายอนุสรณ์ แสงนิ่มนวล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจากปิโตรเลียม กล่าวว่า ทางกระทรวงพลังงานได้จัดสรรเงินจากกองทุนอนุรักษ์พลังงาน 10 ล้านบาท เพื่อนำมาศึกษาและวิจัยในเรื่องนี้ โดยจะมีการจัดตั้งโรงงานต้นแบบก่อน เนื่องจากต้องมีการคัดเลือกพันธุ์สาหร่ายและการเพาะเลี้ยงที่เหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศของไทย หลังจึงจะสร้างเป็นโรงงานผลิตน้ำมันในเชิงพาณิชย์ ภายใน 3 ปีข้างหน้า มีกำลังการผลิต3 หมื่นลิตร/วัน โดยเงินลงทุนจะแบ่งในสัดส่วนเท่าๆกันระหว่างพันธมิตรที่มาร่วมกันดำเนินโครงการนี้
การผลิตน้ำมันจากสาหร่าย เป็นนวัตกรรมพลังงานทดแทนที่มีศักยภาพสูง เนื่องจากใช้เวลาในการเพาะเลี้ยงเพียง 2 สัปดาห์ ก็สามารถผลิตเป็นน้ำมันบี100 หรือน้ำมันเครื่องบินได้ เนื่องจากสาหร่ายเป็นพืชที่เติบโตเร็ว ทำให้ได้ผลผลิตน้ำมันต่อพื้นที่ที่สูง โดยเมื่อเทียบกับพื้นที่เพาะปลูกปาล์มในจำนวนที่เท่ากันจะได้ผลผลิตน้ำมันมากกว่า 30 เท่า
ส่วนราคาน้ำมันที่ผลิตออกมาได้ เมื่อเทียบกับราคาน้ำมันตลาดโลก จะมีต้นทุนอยู่ที่เฉลี่ย 120 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล และถูกกว่าราคาบี100ที่ผลิตจากปาล์มน้ำมันอยู่ที่ 160 เหรีญญสหรัฐ/บาร์เรล
นายนพพล มิลินทางกูร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง กล่าวว่า ทางบริษัทฯจะจัดเตรียมพื้นที่บริเวณใกล้เคียงกับโรงไฟฟ้า รวมทั้งเตรียมความพร้อมในการนำก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ จากปล่องของโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในการเจริญเติบโตของสาหร่ายป้อนให้กับโครงการ ตั้งแต่ การดำเนินโครงการนำร่อง และเมื่อโครงการสามารถพัฒนาไปสู่เชิงพาณิชย์ได้







