posttoday
รุมค้านรัฐใช้เงินกองทุนน้ำมันอุ้มราคาพลังงาน

รุมค้านรัฐใช้เงินกองทุนน้ำมันอุ้มราคาพลังงาน

30 มีนาคม 2554

นักวิชาการ-เอกชน ค้านรัฐบาลใช้เงินกองทุนน้ำมันฯอุ้มราคาพลังงานรองรับเลือกตั้ง แนะหันวางแผนระยะยาวรับมือน้ำมันแพงในอนาคต

นักวิชาการ-เอกชน ค้านรัฐบาลใช้เงินกองทุนน้ำมันฯอุ้มราคาพลังงานรองรับเลือกตั้ง แนะหันวางแผนระยะยาวรับมือน้ำมันแพงในอนาคต

นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมโรงกลั่นปิโตรเลียม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)  เปิดเผยในงานเสวนา “ถอดรหัสวิกฤตการณ์น้ำมัน” ว่า รัฐบาลควรปรับโครงสร้างราคาพลังงานให้สอดคล้องกับภาวะที่แท้จริง และลดการอุดหนุนหรือตรึงราคาพลังงานจากการใช้เงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินใจเลือกใช้พลังงานที่เหมาะสมกับความต้องการของตนเอง เนื่องจากบทบาทสำคัญของกองทุนน้ำมันฯมีหน้าที่ในการสนับสนุนการแก้ไขปัญหาพลังงานในระยะยาวมากกว่า

ทั้งนี้รัฐบาลควรมีแผนในระยะยาวที่ชัดเจน เพื่อเตรียมรับกับสถานการณ์ราคาน้ำมันที่จะสูงขึ้น โดยจัดทำระบบบริหารความเสี่ยงเกี่ยวกับผลกระทบที่เกิดขึ้นจากความผันผวนของราคาน้ำมัน ด้วยการจัดตั้งคลังน้ำมันสำรองยุทธศสาตร์ เพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน

นายมนูญ   ศิริวรรณ ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน กล่าวว่า เชื่อว่าไม่มีรัฐบาลไหนกล้าปล่อยลอยตัวราคาพลังงาน ทั้งราคาน้ำมันดีเซล และก๊าซหุงต้ม(แอลพีจี) จนกว่าจะมีการเลือกตั้งแล้วเสร็จ  เพราะเกรงจะกระทบกับคะแนนเสียงได้   แต่อยากให้ยอมรับความจริงว่าขณะนี้หมดยุคราคาพลังงานถูกแล้ว  ใครจะเพ้อฝันว่าอีก 2 เดือนราคาน้ำมันจะลดลงคงไม่ได้ ในทางกลับกันหากสถานการณ์ในตะวันออกกลางไม่จบลงง่ายๆ จะมีแผนรับมืออย่างไร

อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาโครงสร้างราคาพลังงานของไทยถูกบิดเบือน เพราะรัฐเข้าไปอุดหนุนราคา แต่กลับไม่มีการส่งเสริมการใช้พลังงานให้มีประสิทธิภาพ  เช่นกรณีของแอลพีจีเดิมมีแผนจะปล่อยลอยตัวราคาในภาคอุตสาหกรรม ก็เริ่มมีสัญญาณจะเลื่อนนโยบายนี้ออกไปก่อน  ในขณะที่กองทุนนำมันฯถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือของนักการเมืองมากเกินไป  แทนที่จะนำมาใช้แก้ปัญหาราคาน้ำมันในระยะยาว ไม่ใช่การตรึงราคาน้ำมัน

ด้าน นายโอฬาร  ไชยประวัติ ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ กล่าวว่า การกำหนดนโยบายด้านพลังงานจะต้องมีแผนเฉพาะหน้าในการรับมือกับวิกฤตการณ์น้ำมันด้วย โดยมีกลไกในการลดความผันผวนของราน้ำมัน  และการพัฒนาพลังงานทดแทนควบคู่กันไปเพื่อลดการใช้น้ำมันด้วย  แต่ต้องยอมรับว่ากรณีการส่งเสริมไบโอดีเซล  (บี100) ยังก็ทำให้เกิดปัญหาในเรื่องของแย่งวัตถุดิบที่นำไปผลิตเป็นอาหาร คือปาล์มน้ำมัน      เพราะสาเหตุที่นำบี100ไปผสมในดีเซล เพื่อต้องการดันราคาปาล์มน้ำมันให้สูงขึ้น    ท้ายสุดก็กลับมาสร้างปัญหาเรื่องปริมาณไม่เพียงพอ  ทั้งนี้รัฐบาลต้องกำหนดแผนส่งเสริมในเรื่องให้ชัดเจนไม่ใช่บริหารจัดการไปวันๆ   ส่วนนโยบายการตรึงราคาดีเซลนั้น คาดว่าคงจะมีต่อไปจนถึงเลือกตั้งใหม่

นายเจน นำชัยศิริ รองประธานส.อ.ท. กล่าวว่า หากรัฐบาลจะลอยตัวราคาน้ำมันดีเซล หรือแอลพีจี  ทางภาครัฐบาลก็ต้องมีทางเลือกอย่างอื่นให้กับภาคเอกชนเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตหรือค่าขนส่ง ซึ่งหากราคาน้ำมันปรับสูงขึ้นเหมือนกันทั่วโลกคงไม่ส่งผลกระทบต่อขีดความสามารถในการแข่งขันมากนัก  แต่ที่น่าเป็นห่วงคือ  ถ้ามีการเก็งกำไรราคาน้ำมันที่ไม่ได้มีสาเหตุมาจากกำลังการผลิตและปริมาณความต้องการใช้ไม่สอดคล้องกัน จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก และปัญหาการส่งออกจะตามมา  โดยเฉพาะการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่มองว่าราคาน้ำมันดิบอาจแตะระดับ 200 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล นั้น อาจทำให้เศรษฐโลกติดลบได้ 

ข่าวล่าสุด

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า