
รณชาติ มหัทธนะพฤทธิ์ นำอินฟอร์ ปรับกลยุทธ์บุกตลาดซัพพลายเชน
ในปีนี้อินฟอร์ จะมุ่งเน้นทำตลาดระบบซัพพลายเชนให้มากขึ้น โดยให้มีสัดส่วนขึ้นมาที่ 50% จากปัจจุบันอยู่ที่ 30%....
ในปีนี้อินฟอร์ จะมุ่งเน้นทำตลาดระบบซัพพลายเชนให้มากขึ้น โดยให้มีสัดส่วนขึ้นมาที่ 50% จากปัจจุบันอยู่ที่ 30%....
ถ้าพูดถึงบริษัท อินฟอร์ โกลบอล โซลูชั่นส์ (ประเทศไทย) กลุ่มองค์กรต่างๆ ในหลายๆ อุตสาหกรรมต้องรู้จักดีในฐานะของผู้ให้บริการระบบไอที ประเภทอีอาร์พีและซัพพลายเชน ซึ่งถือว่ามีความสำคัญมากหากองค์กรต้องการเติบโต การนำระบบไอทีเข้ามาช่วยบริหารจัดการข้อมูลจะทำให้การทำธุรกิจมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สามารถเข้าสู่การแข่งขันที่เข้มข้นขึ้น และยังเป็นการเตรียมเปิดรับการเปิดตลาดเสรีอาเซียนในอีก 4 ปีข้างหน้า
รณชาติ มหัทธนะพฤทธิ์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย ของอินฟอร์ กล่าวว่า ธุรกิจต่างๆ มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และมีการนำเอาระบบไอทีไปใช้งานอย่างแพร่หลาย ไม่ใช่เฉพาะองค์กรขนาดใหญ่เท่านั้น แต่การรับรู้นี้เริ่มลงมาระดับองค์กรระดับกลางแล้ว โดยเฉพาะกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม ที่มีการผลิตเพื่อส่งออก ที่เห็นได้ชัดเช่น เครือซีพี และเบทราโก รวมถึงภาคการขนส่งที่มีการลงทุนด้านเทคโนโลยีมากขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน
ดังนั้น อินฟอร์ จึงมุ่งเน้นทำตลาดในกลุ่มลูกค้าเหล่านี้เป็นหลัก โดยใช้การตลาดโดยตรงไปถึงองค์กร เพราะไม่ใช่ลูกค้าทั่วไปจึงไม่จำเป็นต้องทำการตลาดแบบหว่านไปทั่ว ซึ่งเสียงบประมาณเกินไป แต่การทำตลาดแบบโดยตรงจะช่วยให้โฟกัสกลุ่มเป้าหมายได้ชัดเจน แสดงให้ลูกค้าเห็นถึงประโยชน์ที่จะได้รับจากการนำระบบไอทีไปใช้งาน และสามารถวัดผลตอบแทนได้ทันทีจากการลงทุนอีกด้วย
"ความพิเศษของอินฟอร์คือ มีซอฟต์แวร์เฉพาะทาง ระบบอีอาร์พีออกแบบมาสำหรับแต่ละธุรกิจโดยเฉพาะ เช่น ด้านโรงแรม, ด้านอาหารและเครื่องดื่ม ดังนั้นระยะเวลาในการติดตั้งจึงน้อยกว่ามากเมื่อเทียบกับระบบอีอาร์พีทั่วไปของบริษัทไอทีขนาดใหญ่อื่นๆ" รณชาติ กล่าว
นอกจากนี้ ในปีนี้อินฟอร์ จะมุ่งเน้นทำตลาดระบบซัพพลายเชนให้มากขึ้น โดยให้มีสัดส่วนขึ้นมาที่ 50% จากปัจจุบันอยู่ที่ 30% เพราะเมื่อพิจารณาตลาดระบบอีอาร์พีแล้ว ตลาดองค์กรขนาดใหญ่และขนาดกลางเริ่มใช้งานกันมากแล้ว ทำให้ตลาดเริ่มจำกัดลง ขณะที่ตลาดซัพพลายเชนองค์กรระดับกลางยังอยู่ระหว่างการเริ่มต้นนำไปใช้เท่านั้น จึงเป็นโอกาสการเติบโตของบริการด้านนี้
สำหรับสภาพตลาดในปีนี้ คาดว่าจะมีแนวโน้มที่ดี ยิ่งสำหรับอินฟอร์ ยิ่งเป็นโอกาสที่ดี เพราะตลาดหลักของอินฟอร์คือภาคเอกชนไม่ใช่ภาครัฐ จึงไม่ได้รับผลกระทบทางการเมือง จะมีเพียงต้องเร่งพัฒนาบริการให้พอรองรับกับลูกค้าที่เพิ่มขึ้น ซึ่งปัจจุบันเตรียมความพร้อมด้านบุคลากรไว้สำหรับรองรับการเติบโตในอีก 2 ปีข้างหน้าแล้ว







