posttoday
Crisis Watch

Crisis Watch

30 มีนาคม 2554

การจัดการน้ำท่วมเป็นการบริหารความเสี่ยงเชิงปฏิบัติการ

การจัดการน้ำท่วมเป็นการบริหารความเสี่ยงเชิงปฏิบัติการ

ตอนนี้ไม่ว่าไปไหน ผู้คนก็จะทักเรื่องอากาศแปรปรวน ซึ่งก็แปลกมากที่ต้องขุดเสื้อหนาวมาใส่ปลายเดือน มี.ค. ที่น่าจะร้อนสุดๆ รวมทั้งภัยน้ำท่วมใน 5 จังหวัดภาคใต้ ในเวลาเดียวกับภัยแล้งในภาคอีสานที่ยังแก้ปัญหาไม่ตก ตลอดจนเหตุแผ่นดินไหวที่เกิดอย่างถี่ๆ ในช่วงนี้

ในกรณีแผ่นดินไหวหรือสึนามิซึ่งเป็นเรื่องยากที่จะคาดการณ์ แต่กรณีน้ำท่วมภัยแล้งเป็นวิกฤตการณ์ประจำปี หนักบ้างเบาบ้าง แต่ก็ต้องเผชิญกันแทบทุกปีเป็นสิ่งที่สามารถคาดการณ์ได้ จึงควรมีการเตรียมพร้อม และสร้างระบบการบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพ ไม่ใช่แก้ปัญหาเฉพาะหน้าอย่างที่บ้านเรามักจะทำกัน

ความเสี่ยงในระบบบริหารจัดการ เรียกว่าความเสี่ยงด้านปฏิบัติการหรือ Operational Risk ซึ่งต่างจากความเสี่ยงด้านตลาด หรือ Market Risk ในแง่ที่ว่าความเสี่ยงด้านตลาดเกิดจากความผันผวนของปัจจัยภายนอกที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ แต่ความเสี่ยงด้านปฏิบัติการเกิดจากระบบบริหารจัดการภายใน ซึ่งส่วนหนึ่งเพื่อรับมือกับสถานการณ์ภายนอก

ดังนั้น ถ้าเรามีระบบบริหารความเสี่ยงด้านปฏิบัติการที่มีประสิทธิภาพ จะทำให้เราฟื้นตัวได้เร็วและจำกัดความเสียหายได้ แม้จะเกิดภัยพิบัติอย่างรุนแรงอย่างที่ไม่เคยเจอมาก่อนก็ตาม

หลักการบริหารความเสี่ยงด้านปฏิบัติการมี 4 ขั้นตอน คือ การจับประเด็นความเสี่ยง (Indentify) เพื่อให้สามารถชี้ชัดถึงประเภทความเสี่ยงและความเสียหายที่จะเกิดขึ้น

เช่นประเด็นความเสี่ยงในกรณีน้ำท่วมคือ ปริมาณน้ำฝนที่ตกมากกว่าปกติและระบบการถ่ายเทน้ำว่าอยู่ในสภาพใช้งานได้แค่ไหน ทำให้สามารถประเมิน (Assess) ระดับของภาวะน้ำท่วมว่าจะมากแค่ไหนและจะอยู่นานเท่าไร

นอกจากนั้น ก็ต้องประเมินความเสียหายทั้งในแง่ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ตลอดจนผลกระทบด้านอื่น เช่น ผลิตผลทางการเกษตร เป็นต้น และจะต้องมีการตรวจสอบ (Monitor) อย่างละเอียดและสม่ำเสมอ ตลอดจนซ่อมบำรุงว่าระบบสามารถทำงานได้ เมื่อมีเหตุการณ์เกิดขึ้น รวมทั้งจะมีการควบคุม (Control) หรือบรรเทา (Mitigate) ความเสี่ยง แม้จะไม่อาจป้องกันความเสียหายโดยสิ้นเชิง แต่จะช่วยให้สถานการณ์ไม่บานปลาย จนยากต่อการแก้ไขเช่นที่เป็นอยู่ในขณะนี้

การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่เราชอบทำคือ “ตั้งชื่อ” เรียกเป็นวาระแห่งชาติ (ซึ่งไม่รู้ว่ามีกี่ร้อยกี่พันวาระแล้วขณะนี้) และ “ตั้งองค์กรใหม่” โดยให้นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน โดยแต่งตั้งกรรมการที่ “ไม่รู้เรื่อง” และมีงานประจำอยู่แล้วมาประชุมกัน ซึ่งมักไม่ได้เรื่องไม่ได้ราว และมักจะทำงานซ้ำซ้อนกับองค์กรที่มีอยู่เดิม และพยายามให้นายกฯ รู้ทุกเรื่อง สั่งการทุกอย่าง ทั้งที่ความจริงก็มีผู้เชี่ยวชาญในเรื่องนั้นๆ อยู่

การแก้ปัญหาไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วมหรือฝนแล้ง อยู่ที่ประเด็นเดียวคือ “การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ” เพราะภาวะน้ำที่มากเกินไปก่อให้เกิดภัยน้ำท่วมและภาวะน้ำที่น้อยเกินไปทำให้เกิดภัยแล้ง

ดังนั้น ถ้าสามารถจัดการปริมาณน้ำได้ คือถ้าสามารถกักเก็บน้ำในภาวะน้ำมากเพื่อนำไปใช้ในภาวะน้ำน้อย วิกฤตภัยแล้งและน้ำท่วมก็จะถูกจัดการไปเอง และยังสามารถแก้ปัญหาด้านความสม่ำเสมอของผลิตผลทางการเกษตร ที่เป็นผลกระทบจากภาวะน้ำที่มากหรือน้อยเกินไป

ยิ่งน้ำท่วมภาคใต้ครั้งนี้ อาจส่งผลกระทบกับผลผลิตปาล์มน้ำมันและยางพารา ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่สำคัญที่สร้างรายได้หลักให้กับเกษตรกรในส่วนนี้ของประเทศ โดยเฉพาะในภาวะความต้องการหรืออุปสงค์ที่สูงต่อเนื่องของผลิตภัณฑ์ทั้งสองนี้

หวังว่าคงไม่ต้องเข้าคิวซื้อน้ำมันปาล์มเป็นรอบที่ 2 ในปีนี้

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท