
เก็ตกรถมอเตอร์โชว์ 32
เปิดงานอย่างเป็นทางการไปตั้งแต่ช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งทีมงานธุรกิจยานยนต์
เปิดงานอย่างเป็นทางการไปตั้งแต่ช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งทีมงานธุรกิจยานยนต์
ก็ได้เก็บบรรยากาศของงาน พร้อมทั้งนำเสนอบรรดารถยนต์รุ่นใหม่ๆ ที่มาจัดแสดงกันในงานไปแล้ว 1 รอบ
แต่เอาเข้าจริงๆ เมื่อถึงวันเปิดตัวยังมีรถยนต์ที่น่าสนใจ แต่ไม่ยอมทำตัวเป็นข่าวก่อนอีกมากมายหลายรุ่น ทำให้ต้องเก็บบรรดารถยนต์ที่น่าสนใจเหล่านี้กลับมาฝากกันอีกสักรอบ
เริ่มกันที่ค่ายโปรตอน ที่ขนพริตตีน่ารักแบบเปลี่ยนรูปแบบมารายล้อมรถยนต์ต้นแบบอย่าง โปรตอน เลอเค่ รถยนต์ชื่อเรียกยาก แต่มองปราดเดียวก็พอจะเห็นที่มาที่ไปของการพัฒนาได้ไม่ยากว่าได้รับอานิสงส์มาจากบริษัทในเครืออย่างโลตัสอย่างแน่นอน
ว่ากันว่ารถต้นแบบคันนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากการทำสงครามของอาณาจักรมะละกา ซึ่งเป็นตำนานการต่อสู้ที่โด่งดังในประวัติศาสตร์ของมาเลเซีย และถือเป็นตัวแทนของโปรตอนในอนาคต
มาพร้อมเทคโนโลยีทันสมัย ที่ให้สมรรถนะการขับขี่โดดเด่นแบบรถสปอร์ต เครื่องยนต์เทอร์โบขนาด 1.6 ลิตร ที่ให้กำลังมากถึง 220 แรงม้า มาพร้อมมิติตัวถังยาว 3,900 มม. กว้าง 1,850 มม. และสูง 1,130 มม. ผลิตแชสซีด้วยอะลูมิเนียมน้ำหนักเบา
รถต้นแบบที่น่าสนใจในงานอีกคัน ได้แก่ ซูซูกิ สวิฟต์ เรนจ์ เอ็กซ์เทนเดอร์ ที่นำ ซูซูกิ สวิฟต์ ที่เราคุ้นหน้าคุ้นตากันดีมาติดตั้งระบบปลั๊กอิน ไฮบริด ตามแผนการเตรียมผลิตรถยนต์เล็ก สะอาดและประหยัดพลังงานในอนาคต
เครื่องยนต์ที่ใช้เป็นเครื่องยนต์เบนซิน 650 ซีซี ที่ผสานการทำงานเข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังสูงสุด 73 แรงม้า เก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ลิเทียมไอออน 260 โวลต์ ที่ติดตั้งไว้ใต้คอนโซลกลางด้านหน้า ว่ากันว่าจะเป็นต้นแบบในการพัฒนารถยนต์แห่งโลกอนาคตของซูซูกิเลยทีเดียว
ในกลุ่มรถยนต์รักษ์โลกอีกคันคงหนีไม่พ้นค่ายเกียจากเกาหลีใต้ ที่ได้นายใหญ่คนใหม่มาเดินหน้าโครงการอย่างเต็มที่ และก็เอาใจสาวกคนชอบเทคโนโลยีด้วยการนำเข้า เกีย ออพติม่า ไฮบริด รถยนต์ฟูลไฮบริดที่เตรียมพัฒนาเพื่อจำหน่ายจริงในอนาคตมาจัดแสดงด้วย
รถคันนี้มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 2.4 ลิตร ขนาด 166 แรงม้า ทำงานผสานกับมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 40 แรงม้า ที่รับพลังงานจากแบตเตอรี่ลิเทียมโพลิเมอร์ ขนาด 34 กิโลวัตต์ ผลลัพธ์ที่ได้คือกำลังของรถที่สูงถึง 206 แรงม้า
สามารถทำความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ภายในเวลา 9.2 วินาที โดยมีความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 195 กิโลเมตร/ชั่วโมง มีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงต่ำที่ 36 และ 40 ไมล์/แกลลอน สำหรับการขับในเมืองและนอกเมืองตามลำดับ และสามารถวิ่งในโหมดไฟฟ้าได้สูงถึง 100 กิโลเมตร/ชั่วโมง
ขณะที่รถยนต์ที่นำเข้ามาขายอย่างจริงจังอย่าง เกีย พิคานโต เค 1 ก็มาพร้อมหน้าตาที่ได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด กันชนหน้าที่ดูแข็งแกร่ง ติดตั้งสเกิร์ตด้านข้าง ไฟท้ายลายใหม่ สปอยเลอร์หลังคา และล้ออัลลอยสไตล์สปอร์ต
มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 1.2 ลิตร ที่ให้กำลังสูงสุด 85 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด มาพร้อมกับดิสก์เบรก 4 ล้อ เป็นมาตรฐานในทุกรุ่น เช่นเดียวกับระบบป้องกันล้อล็อกและระบบเสริมแรงเบรก
ขณะที่ค่ายเอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส ที่กลับมาร่วมงานมอเตอร์โชว์อีกครั้ง หลังจากหายไปในช่วง 34 ปีหลัง เนื่องจากถูกจับไปอยู่ในฮอลเล็ก มาใหม่อีกทีก็ขนทีเด็ดมาโชว์เพียบ โดยรถใหม่อย่าง ปอร์เช่ 911 จีที3 อาร์เอส ก็เรียกเสียงฮือฮาได้ไม่น้อยในงาน
911 จีที3 อาร์เอส เป็นการทำงานที่ต่อยอดมาจากตัวแรงอย่าง จีที3 พร้อมทั้งพัฒนาเพื่อให้ได้น้ำหนักที่ลดลงไปอีก 10 กิโลกรัม รวมถึงมีการเปลี่ยนเครื่องยนต์หันมาใช้เครื่องยนต์ 6 สูบนอนขนาด 3.8 ลิตร ที่ให้กำลัง 450 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 6 สปีด วางราคาจำหน่ายประมาณ 20 ล้านบาทแล้วแต่ออปชัน
รถยนต์ในกลุ่มอีกคันที่เข้ามาทำตลาด ได้แก่ จากัวร์ เอ็กซ์เจ ดีเซล ที่คราวนี้หันมาถอดเครื่องยนต์เบนซินตัวใหญ่ออก แล้วหันมาใช้เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ วี6 ขนาด 3,000 ซีซี ขนาด 275 แรงม้า เพื่อจับกลุ่มลูกค้าที่ไม่ต้องการผลาญน้ำมันมากเกินไปนัก
เครื่องยนต์ตัวใหม่นี้ให้อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ในเวลาแค่ 6.4 วินาที และยังคาย ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในระดับ 184 กรัมต่อการใช้งาน 1 กิโลเมตร ส่วนความประหยัดน้ำมันเฉลี่ยอยู่ที่ 16.25 กม./ลิตร โดยขับเคลื่อนด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะลงสู่ล้อหลัง
ขณะที่ค่ายรถน้องใหม่อย่าง วิสแมนน์ ภายใต้การบริหารงานของยูม่า มอเตอร์ส ก็เดินหน้าเปิดตัวรถยนต์ที่ได้รับการดัดแปลงภายในงานนี้ เพื่อหวังเรียกลูกค้าที่ต้องการของแปลกกว่ารถยนต์ที่ขายในท้องตลาดทั่วไป โดยเปิดตัวพร้อมกัน 2 รุ่นทั้ง วิสแมนน์ เอ็มเอฟ4 เอส และ เอ็มเอฟ5
ตัวรถได้รับการออกแบบให้เป็นสปอร์ตดีไซน์คลาสสิก ที่มาพร้อมความโฉบเฉี่ยวในแบบรถยนต์ยุคใหม่ โครงสร้างตัวถังผลิตจากวัสดุน้ำหนักเบาทั้งอะลูมิเนียมและคาร์บอนไฟเบอร์ ทำให้ได้น้ำหนักตัวน้อยกว่า 1,400 กิโลกรัม ทั้ง 2 รุ่น และเลือกคบกับเครื่องยนต์ของบีเอ็มดับเบิลยู
เอ็มเอฟ4 เอส มาพร้อมเครื่องยนต์ วี8 ขนาด 4.0 ลิตร ที่สามารถเรียกกำลังออกมาได้ถึง 420 แรงม้า ที่ 8,300 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 40.7 กก.ม. ที่ 3,900 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์แบบดับเบิลคลัตช์ ให้สมรรถนะและความเร้าใจเหนือชั้น วางราคาจำหน่าย 12.5 ล้านบาท
ขณะที่เอ็มเอฟ5 ใช้เครื่องยนต์วี10 ที่มีความจุ 5.0 ลิตร ที่ให้กำลังสูงสุด 507 แรงม้าที่ 7,750 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 52.9 กก.ม. ที่ 6,100 รอบ/นาที ให้อัตราเร่ง 0100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ในเวลา 3.9 วินาที และความเร็วสูงสุด 310 กิโลเมตร/ชั่วโมง เคาะราคาขาย 14.9 ล้านบาท
หันมามองที่ค่ายฟอร์ด ที่แม้จะทุ่มพื้นที่การจัดแสดงรถทั้งหมดไปกับปิกอัพเรนเจอร์ใหม่ แต่ก็มีรถยนต์ใหม่มาเปิดตัวในงานกับเขาด้วย แม้จะเป็นการขยับตัวเพียงเล็กน้อยกับฟอร์ด เฟียสต้า สีม่วง แฟนธอม เพอร์เพิล ซึ่งรถยนต์สีใหม่นี้ถูกแนะนำในรุ่นเครื่องยนต์ 1.6 ลิตร สปอร์ต ที่มาพร้อมเกียร์อัตโนมัติเพาเวอร์ชิฟต์ 6 สปีด ทั้งแบบซีดาน 4 ประตู และแฮตช์แบ็ก 5 ประตู
นอกจากนี้ยังมี เฟียสต้า สปอร์ต 1.6 ลิตร รุ่นพิเศษ ลิมิเต็ด เอดิชัน ตัวถังภายนอกสีขาวคาดน้ำเงินแบบสปอร์ตและภายในห้องโดยสารสีน้ำเงินสด ซึ่งมีจำนวนจำกัดเพียง 300 คัน ในราคาเพียง 7.09 แสนบาท
ฟาก มาสด้า ยังใจแข็งไม่ยอมเอากระบะบีที50 ใหม่มาโชว์ เนื่องจากมองว่ายังเหลืออีกหลายเดือนกว่าจะขึ้นไลน์ผลิต ก็เลยเอาเวลาทั้งหมดไปทุ่มให้กับ มาสด้า 3 ใหม่ ที่เข้ามาผลิตในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ
ตัวรถทั้งรุ่น 4 และ 5 ประตู เปิดตัวมาพร้อมเครื่องยนต์ 2,000 ซีซี ได้รับการปรับแต่งให้สมบูรณ์และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ให้กำลังแรงม้าสูงสุดถึง 147 แรงม้า ที่ 6,500 รอบ/นาที และให้กำลังแรงบิดสูงสุดถึง 182 นิวตันเมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที
มาพร้อมเกียร์อัตโนมัติอัจฉริยะแอ็กทีฟเมติก 5 สปีด ใหม่ล่าสุดที่พัฒนามาให้มีความนุ่มนวลและต่อเนื่อง ติดตั้งแพดเดิล ชิฟต์ สามารถปรับเปลี่ยนเกียร์ได้ตามความต้องการ พร้อมระบบควบคุมเกียร์ AAS (Active Adaptive Shift) วางราคาจำหน่ายเท่ากันที่ 1.064 ล้านบาท
เดินดูรถในงานแล้ว ถ้าเบื่อๆ เพลียๆ ก็พักสายตากันที่พริตตีสาวสวยที่ประจำการอยู่ทุกบูธ เพลิดเพลินและผ่อนคลายดีเหมือนกัน!!!







