posttoday
ก่อสร้างบ้านในอนาคตด้วยพรี-แฟบ

ก่อสร้างบ้านในอนาคตด้วยพรี-แฟบ

29 มีนาคม 2554

นวัตกรรมการก่อสร้างสำหรับอสังหาริมทรัพย์ ด้วยวัสดุก่อสร้างสำเร็จรูป หรือที่ได้ยินกันบ่อยครั้งว่า พรี-แฟบ (Pre-fab) กำลังได้รับความสนใจมากขึ้นจากผู้ประกอบการ....

นวัตกรรมการก่อสร้างสำหรับอสังหาริมทรัพย์ ด้วยวัสดุก่อสร้างสำเร็จรูป หรือที่ได้ยินกันบ่อยครั้งว่า พรี-แฟบ (Pre-fab) กำลังได้รับความสนใจมากขึ้นจากผู้ประกอบการ....

โดย...สุกัญญา สินถิรศักดิ์

นวัตกรรมการก่อสร้างสำหรับอสังหาริมทรัพย์ ด้วยวัสดุก่อสร้างสำเร็จรูป หรือที่ได้ยินกันบ่อยครั้งว่า พรี-แฟบ (Pre-fab) กำลังได้รับความสนใจมากขึ้นจากผู้ประกอบการที่ยังไม่เคยใช้ระบบนี้ แม้เรื่องพรี-แฟบจะไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะยักษ์ใหญ่หลายรายในบ้านเราก็ใช้ระบบดังกล่าวอยู่แล้ว แต่ปัจจุบันผู้ประกอบการรายอื่นๆ เริ่มหันมาใช้กันเพิ่มขึ้น จนอาจกล่าวได้ Pre-fab เป็นนวัตกรรมทางเลือกของที่อยู่อาศัยในอนาคต

ชวลิต นิตยะ อาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า ระบบ พรี-แฟบ คือ ระบบการรับ และการถ่ายเทน้ำหนักของอาคารในโครงการ โดยจะใช้ความสามารถของชิ้นส่วนคอนกรีตสำเร็จรูปที่ทำตัวเป็นผนังรับน้ำหนัก (Wall Bearing) มาติดตั้งในพื้นที่โครงการโดยไม่ต้องมีการทำเสาโครงสร้างอาคารเหมือนการก่อสร้างอาคารทั่วไป แต่ใช้การถ่ายเทแรงของน้ำหนักต่างๆ ลงสู่ชิ้นส่วนโครงสร้างที่เป็นผนังรับน้ำหนักโดยตรง ซึ่งต้องยอมรับว่าระบบนี้เป็นระบบก่อสร้างที่เหมาะสมกับอาคารพักอาศัย เนื่องจากความสะดวกสบายและความรวดเร็วในการก่อสร้าง

แต่ปัญหาสำคัญ คือ การที่ต้องมีการประสานกันของวัสดุ ไม่ว่าจะเป็นระหว่างชิ้นส่วนโครงสร้างสำเร็จรูปกับระบบโครงสร้างแบบ Skeleton หรือรอยต่อระหว่างชิ้นส่วนวัสดุสำเร็จที่นำมาติดตั้งเชื่อมต่อกัน ทำให้มีปัญหาโดยเฉพาะในรอยต่อ เมื่อมีการเทปูนเชื่อมต่อจุดรอยต่ออาจเกิดการ แตกร้าวขึ้นมาในส่วนรอยต่อนั้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ควบคุมได้ยาก เนื่องจากการยืด หดตัวที่แตกต่างของวัสดุ อีกทั้งยังต้องคำนึงถึงการติดตั้งชิ้นส่วนชิ้นนั้นว่าจะกระทำได้อย่างไร เช่น การทำแบบหล่อให้มีท่อ ที่เมื่อถอดออกมาหลังจากแบบเซตตัวแล้ว จะเกิดเป็นช่องสำหรับการใส่เหล็กยึดชิ้นส่วน และการกรอกปูน เป็นการช่วยลดความผิดพลาดที่อาจจะเกิดขึ้นจากความไม่ได้มาตรฐานในการทำงานของคน

ขณะที่ ไตรรัตน์ จารุทัศน์ หัวหน้าทีมวิจัยของคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระบุว่า จากการศึกษาระบบก่อสร้างอุตสาหกรรมทั้งระบบสำเร็จรูปและระบบกึ่งสำเร็จรูปสำหรับที่พักอาศัยของผู้มีรายได้ปานกลางในเขตกรุงเทพฯ พบว่าผู้มีรายได้ 1.5–2.4 หมื่นบาทต่อครัวเรือนต่อเดือน มีความต้องการที่อยู่อาศัยแบบทาวน์เฮาส์ คอนโดมิเนียม หรือแฟลตทำเลชานเมือง ที่มีราคาไม่เกิน 7 แสน–1.16 ล้านบาท ซึ่งอาจเป็นไปได้ยากสำหรับการก่อสร้างในรูปแบบเดิม

การก่อสร้างด้วยระบบอุตสาหกรรมจึงเข้ามามีบทบาท เพราะลดเวลาการก่อสร้างได้ ทำให้ลดต้นทุนในการก่อสร้างได้ทั้งในด้านค่าแรง ต้นทุนดอกเบี้ยได้ ซึ่งจำนวนการผลิตในปริมาณมากเป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจของผู้ประกอบการ และหากรัฐบาลเห็นถึงความสำคัญของระบบดังกล่าว ควรจะมีการสนับสนุนให้นำระบบนี้มาใช้อย่างมีมาตรฐาน และคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัย

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ