
ทีเอชเอหวั่นโรงแรมขึ้นราคาทำต่างชาติเมินเที่ยวไทย
ทีเอชเอชี้โรงแรมหวั่นต่างชาติเมินเที่ยวไทย ขยับราคา 5% ในรอบ 3 ปี เฉพาะย่านใจกลางเมือง ภูเก็ต ขณะทั่วไทยตรึงราคาเดิม ด้านสิงคโปร์ มาเลเซียพาเหรดขึ้น 10%
ทีเอชเอชี้โรงแรมหวั่นต่างชาติเมินเที่ยวไทย ขยับราคา 5% ในรอบ 3 ปี เฉพาะย่านใจกลางเมือง ภูเก็ต ขณะทั่วไทยตรึงราคาเดิม ด้านสิงคโปร์ มาเลเซียพาเหรดขึ้น 10%
นายประกิจ ชินอมรพงษ์ นายกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) เปิดเผยว่า ขณะนี้ผู้ประกอบการโรงแรมระดับ 4-5 ดาว บูทิก โฮเทล บริเวณย่านราชประสงค์ หรือบริเวณที่ตั้งใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกด้านการขนส่ง เช่น รถไฟฟ้าบีทีเอส และ จ.ภูเก็ต ได้ปรับราคาห้องพักเพิ่มขึ้น 3-5% ขณะที่พื้นที่อื่นๆยังตรึงราคาเท่ากับปีทีผ่านมา แม้ว่าอัตราการเข้าพักทั่วประเทศปรับตัวสูงขึ้น 10%
ทั้งนี้สาเหตุที่ผู้ประกอบการพื้นที่อื่นๆ โดยเฉพาะพัทยา ไม่กล้าขยับราคาขึ้นในครั้งนี้ เพราะเกรงว่านักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจะไม่เข้าพัก เนื่องจากประเทศไทยมีสถานการณ์ทางการเมืองภายในประเทศติดต่อกัน 3-4 ปี ในช่วงดังกล่าวผู้ประกอบการต่างใช้กลยุทธ์ลด แลก แจกแถม เพื่อจูงใจนักท่องเที่ยวเข้าพัก
“ช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ภาพรวมโรงแรมดีมากเดือนมี.ค.ทั้งประเทศเฉลี่ยที่ 70% โดยเฉพาะพัทยาอัตราการเข้าพักสูงถึง 70-80% เทียบกับปีที่ผ่านมา 40% แต่ราคาเฉลี่ยขายเฉลี่ยต่อห้องค่อนข้างต่ำ เฉลี่ยกว่า 1,000 บาท/ห้องเท่านั้น” นายประกิจกล่าว
อย่างไรก็ตามการปรับราคาห้องพักโรงแรมของประเทศไทยในครั้งนี้ ค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับที่ผ่านมาธุรกิจโรงแรมจะปรับราคาขึ้นทุกปีเฉลี่ย 5-8% ขณะที่ปีนี้ประเทศเพื่อนบ้าน อย่างสิงคโปร์ ปรับราคาขึ้น 10% มาเลเซีย 8% ทำให้ประเทศไทยเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีราคาถูกกว่าสองประเทศดังกล่าวเฉลี่ย 20-30%
อย่างไรก็ตามเชื่อว่าถ้าสถานการณ์การเมืองภายในประเทศสงบและไม่มีความรุนแรงเกิดขึ้น อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ผู้ประกอบการจะยกเลิกการทำสงครามราคา ซึ่งในปีนี้ประเทศไทยจะสูญเสียนักท่องเที่ยวญี่ปุ่น โดยขณะนี้นักท่องเที่ยวญี่ปุ่นได้ยกเลิกการเดินทางช่วงเสกาลสงกรานต์ 100% แต่จะได้นักท่องเที่ยวตลาดใหม่ๆเดินทางมาเที่ยวแทน ซึ่งในปีนี้คาดว่านักท่องเที่ยวต่างชาติจะเข้าไทยได้เต็มที่ 16 ล้านคน
นายประกิจ กล่าวว่า ทีเอชเอเตรียมทำหนังสือถึงกระทรวงการคลัง กระทรวงมหาดไทยให้เร่งกวดขันจริงจังกับเซอร์วิสอพาร์เม้นท์ ที่ไม่จดทะเบียนเป็นโรงแรม ให้เข้าสู่ระบบ เพื่อปกกันการทำโครงสร้างราคาพังในอนาคต เพราะกลุ่มดังกล่าวไม่ต้องเสียภาษีกำไร 30% ภาษี 7% ส่งผลให้ต้นทุนการบริหารจัดการถูกกว่าโรงแรม และทำราคาได้ถูกกว่า







