posttoday
อุตฯรับถกรง.แก้น้ำตาลขาด

อุตฯรับถกรง.แก้น้ำตาลขาด

29 มีนาคม 2554

ชาวไร่โทษรัฐบริหารงานพลาดชงแบ่งโควตาเอกชนผู้บริโภค

ชาวไร่โทษรัฐบริหารงานพลาดชงแบ่งโควตาเอกชนผู้บริโภค

อุตสาหกรรมรับข้อเสนอพาณิชย์ ถกโรงงาน กอน. แก้น้ำตาลถุงขาดแคลน

ผลการหารือระหว่าง นางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ กับนายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รมว.อุตสาห กรรม เพื่อแก้ปัญหาน้ำตาลทรายบรรจุถุงภายในห้างค้าปลีกขาดแคลน ทาง รมว.อุตสาหกรรม ยอมรับข้อเสนอกระทรวงพาณิชย์หารือร่วมกับโรงงานผลิตน้ำตาลทราย และคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (กอน.) พิจารณายุติการแก้ปัญหาภายในสัปดาห์นี้ ก่อนเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาวันที่ 5 เม.ย.

แนวทางแก้ไขปัญหาที่กระทรวงพาณิชย์เสนอ คือ กระทรวงอุตสาหกรรมจะไปหารือกับโรงงานผลิตน้ำตาลทรายบรรจุถุง 1 กก. 4 ราย ได้แก่ น้ำตาลมิตรผล ไทยรุ่งเรืองอุตสาหกรรม น้ำตาลวังขนาย และน้ำตาลครบุรี ให้เพิ่มกำลังการผลิต โดยว่าจ้างบริษัทอื่นให้ช่วยผลิตแบบบรรจุถุงเพิ่ม หากกำลังการผลิตไม่เพียงพอ หรือเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตรายใหม่เข้ามาช่วยผลิต

ดังนั้น ในส่วนข้อเสนอขอใช้เงินกองทุนอ้อยและน้ำตาลทราย ชดเชยต้นทุนค่าบรรจุถุงของผู้ประกอบการ กระทรวงอุตสาหกรรมจะนำเข้าที่ประชุม กอน.

ด้าน น.ส.ทิพยวรรณ ผลประโยชน์ เลขาธิการสหพันธ์ชาวไร่อ้อยแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ผลการประชุมร่วมของ 3 องค์กรชาวไร่อ้อย ประกอบด้วย ชมรมสถาบันชาวไร่อ้อยภาคอีสาน สหสมาคมชาวไร่อ้อยแห่งประเทศไทย และสหพันธ์ชาวไร่อ้อยแห่งประเทศไทย ถึงปัญหาน้ำตาลขาดแคลน ได้ข้อสรุปว่า เกิดจากการบริหารจัดการที่ไม่ดีของภาครัฐ

น้ำตาลโควตา ก. (น้ำตาลเพื่อการบริโภคในประเทศ) จึงถูกภาคอุตสาหกรรมระดมไปใช้มากเกินไป ภาครัฐควรจะกำหนดสัดส่วนการใช้น้ำตาลโควตา ก. ให้ชัดเจนว่าภาคครัวเรือนใช้สัดส่วนเท่าไหร่ และภาคอุตสาหกรรมใช้ได้เท่าไหร่ ไม่เช่นนั้นน้ำตาลที่ใส่เพิ่มลงไปก็จะหายไปหมด

ปัจจุบันไทยถูกใช้เป็นฐานผลิตของอุตสาหกรรมที่ใช้น้ำตาลทรายเป็นวัตถุดิบในการผลิตสินค้าเพื่อส่งออก ทำให้ประชาชนไม่ได้รับประโยชน์ เพราะประชาชนบริโภคน้ำตาลเพียง 6-7 ล้านกระสอบ ภาครัฐจึงต้องจัดสมดุล

นอกจากนี้ ไม่ควรนำน้ำตาลที่วางขายในโมเดิร์นเทรดมาเป็นตัวชี้วัดว่าน้ำตาลขาดแคลน เพราะโมเดิร์นเทรดทำลายกลไกด้านราคาด้วยการจำหน่ายน้ำตาลราคาเดียวกันทั้งประเทศ ซึ่งมีราคาต่ำกว่าร้านของชำหรือโชห่วย ทำให้มีผู้มาซื้อน้ำตาลในโมเดิร์นเทรดเพื่อไปขายต่อเป็นจำนวนมาก

นายชัยวัฒน์ คำแก่นคูณ ประธานชมรมสถาบันชาวไร่อ้อยภาคอีสาน กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ควรดูแลให้ร้านค้าขายน้ำตาลในราคาที่กำหนด ไม่ใช่คอยแต่หาน้ำตาลป้อนโมเดิร์นเทรดมีน้ำตาลจำหน่ายเพิ่ม เป็นการช่วยชนชั้นกลางในเมือง ขณะที่ชนชั้นรากหญ้ากับไม่ได้รับการดูแล โดยยังคงบริโภคน้ำตาลราคาสูงโดยกลไกของรัฐไม่เข้าไปแก้ไข

ขณะเดียวกันการนำเงิน 5 บาท มาใช้จ่ายชดเชยให้กับผู้ประกอบการเป็นการขัดต่อมติของคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพราะตามมติครม. เห็นชอบให้คงเก็บเงิน 5 บาทเข้ากองทุนอ้อยและน้ำตาลทราย (กท.) เพื่อนำเงินไปชำระหนี้เงินกู้

หลังจากนี้ชาวไร่จะประเมินท่าทีของกระทรวงพาณิชย์ว่ายืนยันแนวทางเดิมอยู่หรือเปล่า โดยชาวไร่ต้องการคำตอบโดยเร็วที่สุด และมีชาวไร่พร้อมเดินทางไปกระทรวงพาณิชย์และพรรคภูมิใจไทย 5,0001 หมื่นคน

 

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน