
‘โออิชิ’อยากกินหวานเปิดฟรุตโตะเจาะวัยรุ่น
โออิชิ กรุ๊ป แตกแบรนด์ใหม่ ฟรุตโตะ เจาะกลุ่มวัยรุ่น หวังขยายช่องทางโชห่วยเพิ่มเป็น 50%
โออิชิ กรุ๊ป แตกแบรนด์ใหม่ ฟรุตโตะ เจาะกลุ่มวัยรุ่น หวังขยายช่องทางโชห่วยเพิ่มเป็น 50%
พร้อมเล็งลงทุนเพิ่ม 1,000 ล้านบาท เพิ่มกำลังการผลิต
นายแมทธิว กิจโอธาน กรรมการผู้จัดการ บริษัท โออิชิ กรุ๊ป เปิดเผยว่า ได้เปิดตัวเครื่องดื่มชาเขียวรสผลไม้ภายใต้แบรนด์ใหม่ ฟรุตโตะ เจาะกลุ่มเป้าหมายใหม่ คือ กลุ่มวัยรุ่นอายุ 12–19 ปี โดยมีกลุ่มเป้าหมายหลัก อายุ 15–16 ปี ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในรอบ 8 ปีตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท ที่แตกแบรนด์ใหม่และยังเจาะกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน
ทั้งนี้ บริษัทวางแผนที่จะใช้งบส่งเสริมตลาดเป็นเงิน 100 บาท ในการสร้างการรับรู้จักแบรนด์และเปิดตัวพรีเซนเตอร์ โดยตั้งเป้ายอดขายในปีแรกไว้ที่ 500 ล้านบาท และ 1,500 ล้านบาท ภายใน 3 ปี เพื่อผลักดันยอดขายให้เป็นไปตามแผน 3 ปี ทำให้ต้องลงทุนซื้อเครื่องจักรเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตจาก 40 ล้านขวดต่อเดือน เป็น 65 ล้านขวดต่อเดือนอีก 1,000 ล้านบาท สำหรับซื้อเครื่องจักรใหม่ เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตอีก 25 ล้านขวดต่อเดือน จากกำลังการผลิตปัจจุบันที่ 40 ล้านขวดต่อเดือน
ฟรุตโตะจะมีจำหน่ายใน 2 ขนาด คือ ขนาด 350 มิลลิลิตร ราคา 12 บาท วางจำหน่ายในช่องทางร้านค้าปลีกทั่วไป หรือโชห่วย ซึ่งเป็นราคาและขนาดที่ผู้บริโภคทั่วไปยอมรับได้ ซึ่งบริษัทตั้งเป้าที่เพิ่มสัดส่วนยอดขายจากช่องทางดังกล่าวเป็น 50% จาก 40% ในปีที่ผ่านมา
อีกขนาด คือ 500 มิลลิลิตร ราคา 20 บาท จำหน่ายผ่านช่องทางโมเดิร์นเทรด เพราะขนาดดังกล่าวได้รับความนิยมที่สุดในโมเดิร์นเทรด เนื่องจากพบว่าในตลาดบรรจุภัณฑ์ เครื่องดื่มขนาด 400–500 มิลลิลิตร มีส่วนแบ่งตลาดถึง 9% ซึ่งถือเป็นขนาดใหญ่สุด และขนาด 280–380 มิลลิลิตร มีส่วนแบ่งตลาด 27% จึงเลือกผลิตสินค้าใหม่ใน 2 ขนาดดังกล่าว ขณะที่ตลาดรวมเครื่องดื่มนันแอลกอฮอล์มีมูลค่า 1.62 แสนล้านบาท ในปีที่ผ่านมา
สำหรับเป้ารายได้รวมปีนี้ตั้งเป้าเติบโตจากปีที่ผ่านมา 25% หรือ 6,000 ล้านบาท แบ่งเป็นผลิตภัณฑ์ประเภทชา 90% กาแฟพร้อมดื่มคาฟี่โอ 3% และอามิโน พลัส 7% นอกจากนี้ บริษัทมีเป้าหมายเพิ่มส่วนแบ่งตลาดชาพร้อมดื่มจาก 60% เป็น 65% ภายในสิ้นปีนี้อีกด้วย โดยผู้นำตลาดในอันดับที่ 2 คือ เพียวริคุ ส่วนแบ่งตลาด 20% อันดับที่ 3 ลิปตัน 10%
ทางด้านรายได้ในส่วนของร้านอาหารคาดว่าจะมีรายได้มากกว่า 5,000 ล้านบาท และในขณะนี้ยังไม่พบปัญหาเรื่องการชะลอการรับประทานจากผู้บริโภคอันเนื่องมาจากปัญหาสารกัมมตภาพรังสีในประเทศญี่ปุ่น เนื่องจากบริษัทได้สั่งซื้อสินค้าจากประเทศที่ปลอดภัยทดแทน
“ในช่วงที่เหลือของปีนี้ ยังมีแผนแตกไลน์แบรนด์เครื่องดื่มประเภทชาเขียวในชื่อแบรนด์ใหม่ โดยเจาะกลุ่มเป้าหมายใหม่ ส่วนฟรุตโตะ นั้นมีที่มาจากการเติบโตของตลาดน้ำผลไม้ โดยปีที่ผ่านมาเติบโต 19% ด้วยมูลค่าตลาดรวม 1 หมื่นล้านบาทจึงเป็นตลาดที่มีโอกาสในการเติบโตและยังมีช่องว่างในตลาดให้เติบโตอีกมาก บริษัทจึงเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมผู้บริโภคทั้ง 2 ตลาด” นายแมทธิว กล่าว







