posttoday
โออิชิแตกแบรนด์ฟรุตโตะเจาะกลุ่มวัยรุ่น

โออิชิแตกแบรนด์ฟรุตโตะเจาะกลุ่มวัยรุ่น

28 มีนาคม 2554

โออิชิ กรุ๊ป แตกแบรนด์ใหม่ ฟรุตโตะ เจาะเฉพาะกลุ่มวัยรุ่น หวังขยายช่องทางโชหว่ยเพิ่มเป็น 50% พร้อมเล็งลงทุนเพิ่ม 1,000 ล้านบาท เพิ่มกำลังการผลิตรับเป้า 3 ปี 1,500 ล้านบาท

โออิชิ กรุ๊ป แตกแบรนด์ใหม่ ฟรุตโตะ เจาะเฉพาะกลุ่มวัยรุ่น หวังขยายช่องทางโชหว่ยเพิ่มเป็น 50% พร้อมเล็งลงทุนเพิ่ม 1,000 ล้านบาท เพิ่มกำลังการผลิตรับเป้า 3 ปี 1,500 ล้านบาท

นายแมทธิว กิจโอธาน กรรมการผู้จัดการ บริษัท โออิชิ กรุ๊ป กล่าวว่า บริษัทได้เปิดตัวเครื่องดื่มชาเขียวรสผลไม้ภายใต้แบรนด์ใหม่ ฟรุตโตะ เจาะกลุ่มเป้าหมายใหม่ คือ กลุ่มวัยรุ่นอายุ 12 – 19 ปี โดยมีกลุ่มเป้าหมายหลัก หรือคอร์ ทาร์เก็ต อายุ 15 – 16 ปี ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในรอบ 8 ปีตั้งแต่มีการก่อตั้งบริษัท ที่ได้มีการแตกแบรนด์ใหม่และยังเจาะกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน

ทั้งนี้ บริษัทวางแผนที่จะใช้งบส่งเสริมตลาดเป็นเงิน 100 บาท ในการสร้างการรับรู้จักแบรนด์และเปิดตัวพรีเซนเตอร์ โดยตั้งเป้ายอดขายในปีแรกไว้ที่ 500 ล้านบาท และ 1,500 ล้านบาท ภายใน 3 ปี ซึ่งเพื่อผลักดันยอดขายให้เป็นไปตามแผน 3 ปี บริษัทจำเป็นต้องลงทุนเพิ่มอีกไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท ในการซื้อเครื่องจักรใหม่ โดยสามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้อีก 25 ล้านขวดต่อเดือน จากกำลังการผลิตปัจจุบัน 40 ล้านขวดต่อเดือน

นอกจากนี้ บริษัทยังได้จำหน่าย ฟรุตโตะ 2 ขนาด คือ 350 มิลลิลิตร ราคา 12 บาท เพื่อวางจำหน่ายในช่องทางร้านค้าปลีกทั่วไป หรือ โชห่วย ซึ่งเป็นราคาและขนาดที่ผู้บริโภคทั่วไปยอมรับได้ สอดคล้องกับการขยายฐานลูกค้าในเชิงลึก โดยบริษัทตั้งเป้าที่เพิ่มสัดส่วนยอดขายจากช่องทางดังกล่าวเป็น 50% จาก 40% ในปีที่ผ่านมา

ส่วนอีกขนาดหนึ่ง คือ 500 มิลลิลิตร ราคา 20 บาท จำหน่ายผ่านช่องทางโมเดิร์นเทรด โดยบริษัทพบว่า ในตลาดบรรจุภัณฑ์สำหรับเครื่องดื่มขนาด 400 – 500 มิลลิลิตร มีส่วนแบ่งตลาดถึง 49% ซึ่งถือเป็นขนาดที่ใหญ่ที่สุด และขนาด 280 – 380 มิลลิลิตร มีส่วนแบ่งตลาด 27% จึงเลือกผลิตสินค้าใหม่ใน 2 ขนาดดังกล่าว

สำหรับเป้ารายได้รวมของบริษัทปีนี้ตั้งเป้าเติบโตจากปีที่ผ่านมา 25% หรือคิดเป็นมูลค่า 6,000 ล้านบาท แบ่งเป็นผลิตภัณฑ์ประเภทชา 90% กาแฟพร้อมดื่มคาฟี่โอ 3% และอามิโน พลัส 7% และบริษัทยังมีเป้าหมายที่เพิ่มส่วนแบ่งตลาดจาก 60% เป็น 65% ในตลาดชาพร้อมดื่มภายในสิ้นปีนี้อีกด้วย โดยผู้นำตลาดในอันดับที่ 2 คือ เพียวริคุ ส่วนแบ่งตลาด 20% อันดับที่ 3 ลิปตัน 10%

ทางด้านรายได้ในส่วนของร้านอาหารคาดว่าจะมีรายได้มากกว่า 5,000 ล้านบาท และในขณะนี้ยังไม่พบปัญหาเรื่องการชะลอการรับประทานจากผู้บริโภคอันเนื่องมาจากปัญหาสารกัมมตภาพรังสีในประเทศญี่ปุ่น เนื่องจากบริษัทได้สั่งซื้อสินค้าจากประเทศที่ปลอดภัยทดแทน

“ในช่วงที่เหลือของปีนี้ บริษัทมีแผนที่จะแตกไลน์แบรนด์เครื่องดื่มประเภทชาเขียวเพิ่ม ในชื่อแบรนด์ใหม่ เจาะกลุ่มเป้าหมายใหม่ ส่วน ฟรุตโตะ ชาเขียวผสมน้ำผลไม้ นั้นมีที่มาจากตลาดชาเขียวมีมูลค่า 7,700 ล้านบาท เติบโต 24% ในปีที่ผ่านมา ส่วนตลาดน้ำผลไม้มีมูลค่า 1 หมื่นล้านบาท มีอัตราการเติบโต 19% ในปีที่ผ่านมาจึงเป็นตลาดที่มีโอกาสในการเติบโตและยังมีช่องว่างในตลาดให้เติบโตอีกมาก บริษัทจึงเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมผู้บริโภคทั้ง 2 ตลาด” นายแมทธิว กล่าวเพิ่มเติม

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท