
ปตท.คาดรายได้ทั้งกลุ่มปีนี้2.3ล้านล้านบาท
วรรณรัตน์ ยาหอมปตท.สร้างธุรกิจปิโตรเคมีขั้นปลายกระตุ้นเศรษฐกิจไทยมูลค่า1.3 ล้านล้านบาทหรือ 13% ของจีดีพี ด้านประเสริฐคาดรายได้ทั้งกลุ่มปีนี้ไม่ต่ำกว่า2.3ล้านล้านบาท
วรรณรัตน์ ยาหอมปตท.สร้างธุรกิจปิโตรเคมีขั้นปลายกระตุ้นเศรษฐกิจไทยมูลค่า1.3 ล้านล้านบาทหรือ 13% ของจีดีพี ด้านประเสริฐคาดรายได้ทั้งกลุ่มปีนี้ไม่ต่ำกว่า2.3ล้านล้านบาท
นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รมว.พลังงาน เปิดเผยภายหลังเป็นประธาน เปิดงานสัมมนาและนิทรรศการ PTT Group Downstream Expo 2011 ว่า ปตท.ถือเป็นบริษัทน้ำมันแห่งชาติที่มีส่วนสนับสนุนอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ จากที่ผ่านมามีรายได้ในกลุ่มปิโตรเคมีฯปีละ 1.3 ล้านล้านบาทหรือคิดเป็น 13% ของจีดีพี และยังช่วยสร้างงานไม่ต่ำกว่า 1.3 ล้านคน
ทั้งนี้ปตท.มีการบริหารจัดการที่ดีภายในองค์กรอย่างเป็นระบบ ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในระดับที่สามารถแข่งขันได้ โดยในอนาคตคาหวังจะเป็นบริษัท 1 ใน 100 ของการจัดอันดับในนิตยสารฟอร์จูนในปี 2563 ให้ได้
ด้านนายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. กล่าวว่า คาดการณ์รายได้ในกลุ่มปตท.ปีนี้จะมีอัตราการเติบโตไม่ต่ำกว่า 10% หรือมีมูลค่ารวมไม่ต่ำกว่า 2.3 ล้านล้านบาท เนื่องจากมีโครงการลงทุนหลายโครงการที่เริ่มเดินเครื่องการผลิตได้ในปีนี้ เริ่มมีผลต่อรายได้ เช่น โครงการส่วนขยายโรงงานโอเลฟินส์ ของปตท.เคมิคอล โรงแยกก๊าซธรรมชาติแห่งที่ 6 โครงการส่วนขยายของบริษัทอะโรเมติกส์และการกลั่น (พีทีทีเออาร์) สถานีรับจ่ายก๊าซธรรมชาติเหลว(แอลเอ็นจี) เป็นต้น
อย่างไรก็ตามที่ผ่านมา กลุ่มปตท.สามารถสร้างรายได้และสร้างมูลค่าในตลาดหลักทรัพย์คิดเป็น 2 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 25% ของม กลุ่ม ปตท.ทั้งหมด ทั้งอุตสาหกรรมขั้นต้นและขั้นปลาย ในปีที่ผ่านมาสามารถสร้างรายได้ให้แก่ประเทศ และมีมูลค่าในตลาดหลักทรัพย์รวม 2 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 25% ของมูลค่าหลักทรัพย์รวม
ด้านนายปฏิภาณ สุคนธมาน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการเงินและบัญชี บริษัท ปตท. เคมิคอล กล่าวว่าในส่วนของปตท.เคมิคอลคาดจะมีรายได้ปีนี้ไม่ต่ำกว่า 1 แสนล้านบาท ซึ่งยอมรับว่าจากเหตุการณ์ในประเทศญี่ปุ่นส่งผลให้ราคาผลิตภัณฑ์ ปรับเพิ่มขึ้นจากเดิมที่คาดว่าไตรมาส 1 จะเป็นช่วงที่จะมีกำไรและราคาปิโตรเคมีต่ำสุด แต่กลับมีราคาที่สูงขึ้น







