
ทรีนีตี้มองลู่วิ่งหุ้นปลอดโปร่ง
สภาพคล่องท่วมโลกฝ่าวิกฤตฉลุยบจ.เจ๋งปันผลหลังเงินเฟ้อเป็นบวก
สภาพคล่องท่วมโลกฝ่าวิกฤตฉลุยบจ.เจ๋งปันผลหลังเงินเฟ้อเป็นบวก
บล.ทรีนีตี้ ฟันธงหุ้นยังขาขึ้น ญี่ปุ่นลิเบียไม่มีผลรุนแรง ตลาดหุ้นไทยแกร่ง ปันผลหลังเงินเฟ้อเป็นบวก ราคาน้ำมันพุ่ง ชี้ตัวเลขซื้อล่วงหน้าสูงลิ่ว 275,582 สัญญา ยันเป้าดัชนีสิ้นปี 1,200 จุด
นายวิศิษฐ์ องค์พิพัฒนกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทรีนีตี้ เปิดเผยว่า เหตุการณ์ในญี่ปุ่นและลิเบียกระทบต่อการลงทุนในตลาดหุ้นไม่มากอย่างที่กังวล เนื่องจากตลาดโลกยังมีสภาพคล่องสูง และคาดว่าญี่ปุ่นจะเร่งลงทุนก่อสร้างครั้งใหญ่เพื่อบูรณะประเทศในไตรมาส 2 ทำให้เศรษฐกิจฟื้น และเงินมีโอกาสไหลกลับเข้าลงทุนตลาดหุ้นญี่ปุ่นอีกครั้ง
ขณะที่ราคาน้ำมันหากขึ้นไปถึง 150 เหรียญขณะที่ลิเบียเป็นผู้ผลิตน้ำมันเพียง 2% ของการส่งออก 1.5 แสนบาร์เรลต่อวัน แม้ว่าราคาน้ำมันจะปรับตัวขึ้นบ้าง ทุกๆของการขึ้น 10 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลมีผลต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลกเพียง 0.10.2%แต่ หากราคาน้ำมันสหรัฐต่อบาร์เรล จะมีผลต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลก 1% นอกจากนี้เชื่อว่าธนาคารกลางสหรัฐจะยังไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ และมีโอกาสอยู่ในระดับต่ำ 0-0.25% ไปอีก 1-2 ปี เนื่องจากนายเบอร์นันเก้มีแนวคิดชัดเจนว่าจะไม่ปรับเปลี่ยนนโยบายการเงินในภาวะมีปัญหาน้ำมัน และปัญหาหนี้สินของประเทศในกลุ่มยุโรปที่กังวลกันก็จะไม่ประทุขึ้นในปีนี้แม้ว่าค่าประกันความเสี่ยงเงินกู้ของประเทศยุโรป(CDS)ในปัจจุบันสูงกว่าเมื่อตอนเลห์แมนบราเธอร์สล้มสลายลงก็ตาม
ด้านบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ไทย แข็งแกร่งมาก และคาดว่ากำไรต่อหุ้นในปีนี้จะดีขึ้นกว่าที่ประมาณการไว้ตอนต้นปีที่จะโต 12% เพิ่มเป็น 14.5% และ 15.3% ในปีหน้าผลตอบแทนปันผลในปีนี้เฉลี่ย 4.24% แม้หักเงินเฟ้อที่ 3.4% ก็ยังเหลือเงินปันผล 0.84% ดีกว่าตลาดหุ้นฟิลิปปินส์ เกาหลีใต้ จีน อินโดนีเซีย และอินเดีย ที่ปันผลที่แท้จริงติดลบ
“แม้ว่าจะเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงรอบนี้เงินลงทุนของต่างชาติไม่ไหลออกจากไทย แม้ขายหุ้นบ้างก็ไปพักเงินในตลาดตราสารหนี้ ทำให้เงินลงทุนต่างชาติยังอยู่ในตลาดหุ้นไทย โดยตั้งแต่ปี 2552 ถึงวันที่ 14 มี.ค. 2554 ต่างชาติซื้อหุ้นสุทธิ 107,099 ล้านบาท และซื้อสุทธิในตลาดตราสารหนี้ 599,617 ล้านบาท ส่วนหนึ่งเนื่องจากอัตราผลตอบแทนในตลาดตราสารหนี้ไทยกว่า 3.3% ยังดีกว่าดอกเบี้ยต่ำในสหรัฐ” นายวิศิษฐ์ กล่าว
นายวิศิษฐ์ กล่าวว่า ยังคงยืนยันเป้าหมายดัชนีหุ้นในปีนี้ที่ 1,200 จุด เนื่องจากราคาพลังงานยังปรับตัวขึ้นต่อ เห็นจากสัญญาซื้อล่วงหน้ามากอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนถึง 275,582 สัญญา ราคายางพารา ถั่วเหลือง น้ำตาล และข้าวโพด ก็ยังเป็นขาขึ้นต่อเนื่องจากปีก่อนๆ แม้ว่า ดีบุกต้องจับตาเป็นพิเศษว่าจะยังปรับขึ้นได้หรือไม่หลังจากราคาขึ้นมาแรงมากในปีและข้าวสาลีไม่การีบตีขาขึ้น ราคาทองคำมีโอกาสขึ้นถึง 1,850 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ ใน 2-3 ปีข้างหน้า ถึงเวลานั้นราคาขายทองในประเทศประมาณ 2.7-2.8 หมื่นบาท/น้ำหนักทองคำหนึ่งบาท







