
ก.ล.ต.ปรับเกณฑ์กำกับดูแลธุรกิจหลักทรัพย์ใหม่
ก.ล.ต.ปรับเกณฑ์กำกับดูแลธุรกิจหลักทรัพย์ใหม่ 3 ประเด็น หวังการทำธุรกิจคล่องตัวและรัดกุมขึ้น
ก.ล.ต.ปรับเกณฑ์กำกับดูแลธุรกิจหลักทรัพย์ใหม่ 3 ประเด็น หวังการทำธุรกิจคล่องตัวและรัดกุมขึ้น
รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ประกาศใช้หลักเกณฑ์การกำกับดูแลธุรกิจหลักทรัพย์และบุคลากรในธุรกิจหลักทรัพย์ที่ปรับปรุงใหม่ ซึ่งมีผลใช้บังคับในช่วงนี้ 3 ประเด็น โดยประเด็นแรกได้ออกประกาศอนุญาตให้ผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ต่างประเทศสามารถให้คำแนะนำในหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแก่ผู้ลงทุนไทยได้ โดยไม่ถือว่าเป็นการประกอบธุรกิจที่ปรึกษาการลงทุนหรือที่ปรึกษาสัญญาซื้อขายล่วงหน้า หากปฏิบัติตามข้อกำหนด เพื่อให้ผู้ลงทุนไทยมีแหล่งข้อมูลประกอบการตัดสินใจลงทุนที่น่าเชื่อถือ และรองรับโครงการเชื่อมโยงการซื้อขายระหว่างตลาดหลักทรัพย์ในกลุ่มประเทศอาเซียนที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
นอกจากนี้ก.ล.ต.ได้ปรับปรุงหลักเกณฑ์ใหม่อนุญาตให้บล.สามารถแต่งตั้งผู้บริหารของบล. อื่นเป็นผู้บริหารของตนได้ หากบล.มีระบบในการป้องกันมิให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ พร้อมทั้งได้ลดระยะเวลาการพิจารณาให้ความเห็นชอบผู้บริหารบล. ผู้จัดการกองทุนและผู้ติดต่อกับผู้ลงทุน ลงเหลือ 5 วันทำการจาก 30 วัน
ประเด็นสุดท้ายก.ล.ต. ได้ปรับปรุงวิธีการคำนวณเงินกองทุนสภาพคล่องสุทธิ ( NC) ของบล. โดยให้ดำรงเงินกองทุนส่วนเพิ่มอีก 7% ของหนี้สินอนุพันธ์ทางการเงินและปรับปรุงค่าความเสี่ยงของหลักทรัพย์ที่มีความผิดปกติของราคา ได้แก่ หลักทรัพย์ที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกำหนดให้สมาชิกต้องดำเนินการให้ลูกค้าวางเงินสดไว้ล่วงหน้าเต็มจำนวนก่อนที่จะซื้อ (cash balance) ให้มีค่าความเสี่ยงในอัตรา 1.5 เท่าของอัตราปกติ และหากเข้าเกณฑ์การกระจุกตัวให้คำนวณในอัตรา 2 เท่าของอัตราปกติ เพื่อให้การกำกับดูแลฐานะการเงินของ บล. มีความรัดกุมมากขึ้น ทำให้เกิดความเชื่อมั่นต่อระบบและตลาดทุนโดยรวม โดยมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.2553







