posttoday
'สิงห์'ชูไลฟ์สไตล์มาร์เก็ตติง หนุนแบนด์บุกต่างประเทศ

'สิงห์'ชูไลฟ์สไตล์มาร์เก็ตติง หนุนแบนด์บุกต่างประเทศ

26 มีนาคม 2554

จากเป้าหมายสำคัญของผลิตภัณฑ์ตรา “สิงห์” ที่กำลังผลักดันตัวเองไปสู่ตำแหน่ง “1 ใน 5 แบรนด์ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มเบียร์ระดับโลก” หรือติดอันดับ 1 ใน 3 แบรนด์ในภูมิภาคเอเชีย ที่กลายเป็นแรงส่งให้บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น ผู้ผลิตและทำตลาดผลิตภัณฑ์ตราสิงห์ หันหัวรบธุรกิจเพื่อขยายตลาดไปต่างประเทศมากขึ้น ภายใต้บริษัท บุญรอด เทรดดิ้ง อินเตอร์เนชั่นแนล ที่นับเป็นอีกหนึ่งแขนขาสำคัญต่อการขยายช่องทางการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ตราสิงห์นับจากนี้

จากเป้าหมายสำคัญของผลิตภัณฑ์ตรา “สิงห์” ที่กำลังผลักดันตัวเองไปสู่ตำแหน่ง “1 ใน 5 แบรนด์ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มเบียร์ระดับโลก” หรือติดอันดับ 1 ใน 3 แบรนด์ในภูมิภาคเอเชีย ที่กลายเป็นแรงส่งให้บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น ผู้ผลิตและทำตลาดผลิตภัณฑ์ตราสิงห์ หันหัวรบธุรกิจเพื่อขยายตลาดไปต่างประเทศมากขึ้น ภายใต้บริษัท บุญรอด เทรดดิ้ง อินเตอร์เนชั่นแนล ที่นับเป็นอีกหนึ่งแขนขาสำคัญต่อการขยายช่องทางการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ตราสิงห์นับจากนี้

โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล

 

'สิงห์'ชูไลฟ์สไตล์มาร์เก็ตติง หนุนแบนด์บุกต่างประเทศ

จากเป้าหมายสำคัญของผลิตภัณฑ์ตรา “สิงห์” ที่กำลังผลักดันตัวเองไปสู่ตำแหน่ง “1 ใน 5 แบรนด์ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มเบียร์ระดับโลก” หรือติดอันดับ 1 ใน 3 แบรนด์ในภูมิภาคเอเชีย ที่กลายเป็นแรงส่งให้บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น ผู้ผลิตและทำตลาดผลิตภัณฑ์ตราสิงห์ หันหัวรบธุรกิจเพื่อขยายตลาดไปต่างประเทศมากขึ้น ภายใต้บริษัท บุญรอด เทรดดิ้ง อินเตอร์เนชั่นแนล ที่นับเป็นอีกหนึ่งแขนขาสำคัญต่อการขยายช่องทางการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ตราสิงห์นับจากนี้

สรวิช ภิรมย์ภักดี รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท บุญรอด เทรดดิ้ง อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวถึงพันธกิจสำคัญในการนำพาผลิตภัณฑ์ “เบียร์สิงห์” บุกตลาดต่างประเทศในเชิงรุกมากขึ้นนับแต่นี้ไป จากเดิมที่ลูกค้าชาวต่างชาติต่างรู้จักและรับรู้เพียงว่า “เบียร์สิงห์ เบียร์ไทย” และอยู่เคียงคู่รสชาติอาหารไทยผ่านช่องทางร้านอาหารไทยเท่านั้น ขณะที่วันนี้ “สิงห์” กำลังนำพาแบรนด์ผลิตภัณฑ์เบียร์สิงห์ขยายไปสู่ช่องทางการรับรู้ใหม่ๆ ให้ผู้บริโภคทั่วโลกได้รู้จักมากขึ้น

ด้วยการต่อยอด โดยเฉพาะการใช้กลยุทธ์ “สปอร์ต มาร์เก็ตติง” ด้วยการนำผลิตภัณฑ์ตราสิงห์เข้าไปเป็นผู้สนับสนุนในฐานะพันธมิตรระดับโลก (โกลบอล พาร์ตเนอร์) ให้กับ 2 สโมสรฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ คือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และเชลซี ในฤดูกาลแข่งขัน 2010/2011 นี้ ซึ่งสิงห์จะได้รับสิทธิโฆษณาตราผลิตภัณฑ์ และจำหน่ายเครื่องดื่มเบียร์ได้ทั้งสองสนามสโมสรฟุตบอล โอลด์แทรฟฟอร์ดของทีมแมนฯ ยูไนเต็ด และสแตมฟอร์ดบริดจ์ของเชลซี

อย่างไรก็ตาม นอกจากการสร้างแบรนด์สิงห์ที่ไปพร้อมกับการกระตุ้นยอดขายนอกบ้านผ่าน 2 สนามฟุตบอลหลักดังกล่าวแล้ว ขณะเดียวกันบริษัทยังต้องมองหากลยุทธ์การตลาดใหม่ๆ เพื่อสร้างการรับรู้ และขยายฐานผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายใหม่เพิ่มขึ้นไปด้วยพร้อมกัน ซึ่งบริษัทจำเป็นต้องต่อยอดการทำตลาดผ่านกิจกรรมต่างๆ ในตลาดต่างประเทศมากขึ้น

หลังจากที่ผู้บริโภคในแต่ละประเทศที่บริษัทเข้าไป เริ่มมีความคุ้นเคยและรู้จักกับผลิตภัณฑ์ตราสิงห์มากขึ้นแล้ว อย่างการใช้คีย์เวิร์ดกิจกรรม “ฟูลมูน ปาร์ตี้” ที่คนต่างชาติรู้จักดีในบ้านเรา มาจัดเป็นกิจกรรมผสานการทำตลาดผลิตภัณฑ์ตราสิงห์ ที่ทยอยทำไปเมื่อปี 2553 ที่ผ่านมาในหลายประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น หรือในออสเตรเลีย เป็นต้น รวมทั้งการใช้กิมมิกจากเหตุการณ์สำคัญต่างๆ ที่เกิดขึ้นในโลก เช่น การเฉลิมฉลองการเหยียบดวงจันทร์ครั้งแรกไปเมื่อปีก่อน มาร่วมจัดเป็นนิทรรศการเกี่ยวกับพระจันทร์ มีหอไอเฟลจัดเป็นแคมเปญฟูลมูน ปาร์ตี้ เป็นต้น รวมทั้งกิจกรรมต่างๆ ซึ่งทั้งหมดเป็นการสร้างการรับรู้แบรนด์ผ่านกิจกรรมการตลาด เพื่อออกนอกร้านอาหารไทย

ขณะเดียวกัน ในปีนี้บริษัทยังมีโอกาสขยายตลาดผลิตภัณฑ์ตราสิงห์ในประเทศเกาหลีได้เป็นครั้งแรก จากก่อนหน้าการเข้าตลาดดังกล่าวเป็นไปได้ยาก แต่หลังจากที่ “สิงห์” ได้เข้าไปเป็นโกลบอล พาร์ตเนอร์ ให้กับสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งมีนักฟุตบอลสัญชาติเกาหลี คือ “ปาร์กจีซุง” อยู่ในทีมดังกล่าว เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้คนเกาหลีมีการยอมรับผลิตภัณฑ์ตราสิงห์ไปด้วยเช่นกัน โดยแนวทางการทำตลาดในประเทศดังกล่าว บริษัทได้แต่งตั้งตัวแทนจำหน่ายกระจายสินค้าไปยังธุรกิจร้านอาหาร ผับ บาร์รายใหญ่ในเกาหลี “วาบา” (WABA) ที่มีสาขาร้านครอบคลุมทั่วประเทศเกาหลีกว่า 200 แห่ง เป็นต้น

นอกจากนี้ บริษัทยังมองว่าประเทศกัมพูชาเป็นอีกหนึ่งตลาดที่สำคัญในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งบริษัทได้เริ่มเข้าตลาดประเทศดังกล่าวในช่วงปีที่ผ่านมา แต่อาศัยช่องทางการกระจายสินค้าร้านค้าปลีก หรือร้านของชำเป็นหลัก ซึ่งเป็นไปตามสภาพเศรษฐกิจและภูมิประเทศดังกล่าว และจะเน้นในผลิตภัณฑ์เบียร์ลีโอทำตลาดมากกว่า ขณะที่ปัจจุบันบริษัททำตลาดในประเทศสำคัญๆ อาทิ สหรัฐอเมริกา อังกฤษ สวีเดน ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย ฝรั่งเศส และมีแผนขยายตลาดไปยังประเทศใหม่ๆ ในปีนี้ไม่ต่ำกว่า 5 ประเทศ

สรวิช กล่าวต่อว่า การทำตลาดในแต่ละประเทศย่อมมีข้อกำหนดเงื่อนไขหรือกฎหมายที่แตกต่างกัน เช่นเดียวกับในประเทศไทยที่มีข้อห้ามด้านการโฆษณาผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ดังนั้นรูปแบบการจัดกิจกรรมการตลาดก็ต้องมีความแตกต่างกันออกไปด้วย

ขณะที่กลยุทธ์หลักที่บริษัทเลือกใช้ คือ การเข้าไปมีส่วนร่วมกับกิจกรรมหรือรูปแบบการใช้ชีวิตของผู้บริโภค หรือ “ไลฟ์สไตล์ มาร์เก็ตติง” ซึ่งจะมีรายละเอียดของกิจกรรมที่แตกต่างกัน เช่น ในช่วงเดือนก่อนหน้านี้ผลิตภัณฑ์เบียร์สิงห์ได้ถูกรับเลือกให้เป็นเอกซ์คลูซีฟเบียร์ ในอาฟเตอร์ ปาร์ตี้ หรือบริต ปาร์ตี้ หลังสิ้นสุดการประกาศรางวัลทางดนตรีระดับประเทศของอังกฤษ “บริต อะวอร์ด” ภายใต้การจัดงานของอีเอ็มไอ และมีผู้สนับสนุนหลักแบรนด์โทรศัพท์เคลื่อนที่ “แบล็คเบอร์รี่” และมีผลิตภัณฑ์สิงห์

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมร่วมกับศิลปิน กลุ่มคนทำงานศิลปะในประเทศญี่ปุ่น ภายใต้งาน “สิงห์ ทรานสปอร์เต็ด” ที่ดำเนินการไปในช่วงก่อนหน้า หรืออย่างการเข้าไปร่วมกับกิจกรรม (อีเวนต์) ในโลกแฟชั่น ด้วยการร่วมกับแบรนด์ยูนิโคล (Uniqlo) ในประเทศญี่ปุ่น เมื่อปีที่ผ่านมาด้วย เป็นต้น

สุดท้ายทุกกิจกรรมต่างๆ ที่เกิดขึ้น จะล้อไปกับภาพลักษณ์และไลฟ์สไตล์ของตราผลิตภัณฑ์สิงห์ ซึ่งสุดท้ายการวัดผลย่อมหมายถึงยอดขายสินค้าที่จะต้องเพิ่มขึ้น โดยปี 2554 นี้บริษัทวางเป้าหมายเติบโตราว 2530%

 

ข่าวล่าสุด

MEA ติด Smart Meter บ้านผู้ป่วยใช้เครื่องมือแพทย์ ลุยตรวจจับไฟดับเรียลไทม์

MEA ติด Smart Meter บ้านผู้ป่วยใช้เครื่องมือแพทย์ ลุยตรวจจับไฟดับเรียลไทม์