posttoday
ผังเมืองกทม. บีบพื้นที่ชั้นใน สร้างแต่ตึกสูง

ผังเมืองกทม. บีบพื้นที่ชั้นใน สร้างแต่ตึกสูง

26 มีนาคม 2554

ร่างผังเมืองฉบับใหม่ กำหนดพื้นที่รอบใน กทม.ต้องสร้างเฉพาะตึกสูง

ร่างผังเมืองฉบับใหม่ กำหนดพื้นที่รอบใน กทม.ต้องสร้างเฉพาะตึกสูง

นายมานพ พงศทัต อาจารย์ประจำภาควิชาเคหะการ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยถึงร่างผังเมืองกรุงเทพมหานคร (กทม.) ฉบับใหม่ที่อยู่ระหว่างการแก้ไขว่า มีแนวโน้มที่จะกำหนดให้พื้นที่รอบในของ กทม.ต้องก่อสร้างเป็นอาคารสูง เหมือนกับเมืองชั้นนำระดับโลก อย่างเช่น นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา และเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ที่ทั้งเมืองมีการก่อสร้างตึกสูงจำนวนมาก

“ปัจจุบัน กทม.เป็นเมืองใหญ่อันดับ 21 ของโลก แนวโน้มของการจัดทำผังเมืองใหม่จะเป็นไปตามแนวโน้มกฎหมายผังเมืองตามเมืองใหญ่ของโลก คือ ตัวกฎหมายจะบีบให้การพัฒนาแนวสูงแทนแนวราบสำหรับพื้นที่ในเมือง เพื่อให้ใช้ประโยชน์ที่ดินสูงสุดส่วนการอยู่อาศัยของคนเมืองจะขึ้นไปอยู่อาศัยในแนวสูงมากขึ้น เนื่องจากมีระบบขนส่งมวลชนเป็นตัวเชื่อมการเดินทาง” นายมานพ กล่าว

นายอธิป พีชานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย กล่าวว่า ในอนาคตหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่คน กทม.จะต้องอาศัยอยู่ในคอนโดมิเนียมมากขึ้น เนื่องจากราคาที่ดินแพงขึ้นเรื่อยๆ โดยดูได้จากราคาเฉลี่ยของคอนโดมิเนียมที่มีการปรับขึ้นเรื่อยๆ ปีละ 3% ซึ่งมาจากความต้องการซื้ออยู่อาศัยจริงและซื้อเพื่อการลงทุน ประกอบกับระบบขนส่งมวลชนยังไม่มีความสมบูรณ์ ในขณะที่ราคาน้ำมันมีแนวโน้มสูงขึ้น ยิ่งผลักดันให้ต้นทุนค่าก่อสร้างแพงขึ้น ดังนั้นยิ่งผู้บริโภคใช้เวลาในการตัดสินใจนาน ยิ่งมีความเสียโอกาสด้านราคาโดยเฉพาะการซื้อในโครงการคอนโดมิเนียมใหม่ราคาจะแพงขึ้นอย่างน้อย 2%โพสต์ทูเดย์ ไมเนอร์ฯ ปรับกลยุทธ“เอสปรี” อัดอีเวนต์ถี่ย้ำแบรนด์แกร่งสร้างผูกพันธ์ลูกค้าไทย รับมืออนาคตห้างแฟชันจีนถล่มราคาถูก

นายจตุพล เกรียรติระบิล ผู้จัดการธุรกิจ เอสปรี บริษัท ไมเนอร์ คอร์ปอเรชั่น ในเครือบริษัทกลุ่มไมเนอร์ เปิดเผยว่าในปีนี้บริษัทเตรียมทำตลาดเชิงรุกแฟชันเครื่องแต่งกายในกลุ่มแบรนด์เอสปรี ผ่านการจัดกิจกรรมตลาด(อีเวนต์ มาร์เก็ตติง)อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี หรือมากกว่าปีก่อนราว 20% พร้อมปรับรูปแบบการจัดกิจกรรมการตลาดให้มีขนาดใหญ่ขึ้น ในทุกไตรมาสนับจากนี้ เพื่อตอกย้ำและสร้างความผูกพันธ์ตราสินค้าแฟชันแบรนด์เอสปรีให้อยู่ในใจผู้บริโภค พร้อมขยายฐานไปยังกลุ่มเป้าหมายวัยรุ่นมากขึ้น

บริษัทเตรียมงบสัดส่วน35% ของยอดขายสำหรับดำเนินกิจกรรมการตลาดในปีนี้ โดยจะมุ่งให้ความสำคัญในการจัดกิจกรรมผ่านสื่อ(บีโลว์เดอะไลน์) ซึ่งจะเลือกใช้สื่อกลางแจ้ง หรือ บิลบอร์ดมากขึ้น รวมทั้งการจัดกิจกรรมไม่ผ่านสื่อ(อะโบฟเดอะไลน์) ล่าสุดจัดกิจกรรม “โฟร์ท ฟรายเดย์ ปาร์ตี” เป็นครั้งแรกในวงการแฟชันในประเทศไทย ที่ร้านต้นแบบ(แฟล็กชิพสโตร์) สาขาสยามเซ็นเตอร์ ซึ่งจะมีในวันศุกร์ของทุกเดือนนับจากนี้ ราว 9ครั้งถึงสื้นปี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารลูกค้าสัมพันธ์(ซีอาร์เอ็ม) จากปัจจุบันแบรนด์เอสปรีมีฐานสมาชิกราว 3.55 หมื่นราย

“กิจกรรมนี้ยังเป็นการขยายฐานลูกค้าใหม่ โดยลูกค้าปัจจุบันที่เข้าร่วมงานในวันศุกร์ ยังจะได้รับบัตรกำนัลมูลค่า 1พันบาทเพื่อซื้อสินค้าในร้านได้โดยไม่มีเงื่อนไข” นายจตุพล กล่าว

ปัจจุบันภาพรวมยอดขายแบรนด์เอสปรีในประเทศไทย ถือว่าสูงเป็นอันดับ 2ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รองจากฮ่องกง ซึ่งมีราคาสินค้าใกล้เคียงกับประเทศไทย บวกลบไม่เกิน5% ซึ่งแนวทางการทำตลาดดังกล่าวทั้งหมด เพื่อรองรับการแข่งขันในตลาดแฟชันประเทศไทยนับจากนี้ ที่คาดว่าจะมีการแข่งขันสูงขึ้น จากรายเก่าและรายใหม่ที่โหมจัดกิจกรรมการตลาดมากขึ้น เพื่อหนีไปจากการแข่งขันราคาตลาดแฟชัน โดยเฉพาะจากการที่กลุ่มผู้ประกอบการห้างค้าปลีก/ส่ง จากประเทศจีน เตรียมขยายธุรกิจแฟชันเสื้อผ้าราคาถูกในไทยในอนาคต

สำหรับปีนี้บริษัทวางแผนขยายสาขาร้านเอสปรี เพิ่ม 2 แห่ง คือ ศูนย์การค้าเทอร์มินัล ทเวนตี, ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา เชียงราย และ เตรียมปรับพื้นที่ร้านเอสปรีขยายใหญ่ขึ้นอีก 3 แห่ง คือ สาขาศูนย์ฯเซ็นทรัล ลาดพร้าว, ศูนย์ฯ แฟชัน ไอส์แลนด์ และห้างแหลมทอง จังหวัดระยอง คาดสิ้นปีจะมีจุดจำหน่ายแบรนด์เอสปรีทั้งสิ้น 93 สาขา แบ่งเป็น ร้านค้าสแคนด์อโลน 20 แห่ง, เอาท์เล็ต 8 แห่ง และมุมจำหน่ายในห้างสรรพสินค้า คาดสิ้นปีมียอดขายเติบโต 2หลัก จากปี53มีรายได้กว่า 1,000 ล้านบาท

 

ข่าวล่าสุด

คาดสินค้านำเข้าราคาต่ำปี 69 โต 4.4 หมื่นล้าน กระทบ SMEs แข่งขันยาก

คาดสินค้านำเข้าราคาต่ำปี 69 โต 4.4 หมื่นล้าน กระทบ SMEs แข่งขันยาก