posttoday
กรุงไทยมองหุ้นหรูต่างชาติขายสะเด็ด

กรุงไทยมองหุ้นหรูต่างชาติขายสะเด็ด

25 มีนาคม 2554

กรุงไทยฟันธงหุ้นไทยนิ่ง เตรียมตั้งหลักวิ่งรับเลือกตั้ง คาดเงินต่างชาติขายหุ้นสะเด็ด แต่ทั้งปียังผันผวน แนะกระจายลงทุนนอก

กรุงไทยฟันธงหุ้นไทยนิ่ง เตรียมตั้งหลักวิ่งรับเลือกตั้ง คาดเงินต่างชาติขายหุ้นสะเด็ด แต่ทั้งปียังผันผวน แนะกระจายลงทุนนอก

นายวีระ วุฒิคงศิริกูล รองกรรมการผู้จัดการ ผู้บริหารสายงานจัดการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กรุงไทย กล่าวว่า ปัจจุบันดัชนีหุ้นไทยค่อนข้างทรงตัว แต่มีโอกาสปรับตัวขึ้นได้ก่อนช่วงเลือกตั้ง เนื่องจากแรงขายของนักลงทุนต่างชาติหมดแล้ว คงมีโอกาสน้อยที่ดัชนีจะปรับตัวลงแรง

 “เงินลงทุนต่างชาติตอนนี้เป็นเงินก้อนเดิมที่ออกจากตลาดหุ้นไปพักอยู่ในตราสารหนี้ระยะสั้นเพื่อรอจังหวะการลงทุนต่อ ดังนั้นขนาดเม็ดเงินของต่างชาติปัจจุบันค่อนข้างทรงตัว เพราะที่ผ่านมาปรับพอร์ตไปแล้ว” นายวีระ กล่าว

อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าความน่าสนใจของตลาดหุ้นไทยในปีนี้อาจจะไม่มาก เพราะตลาดหุ้นขึ้นมา 2 ปี ประมาณ 100% จึงแนะนำให้กระจายการลงทุนไปต่างประเทศบ้าง เช่น ตลาดหุ้นสหรัฐที่มีแนวโน้มฟื้นตัว หรือตลาดหุ้นจีน เพราะหากความกังวลเรื่องเงินเฟ้อหมดไป หลังเงินเฟ้อขึ้นมาถึงระดับที่รัฐบาลจีนดูแลได้ ก็เป็นโอกาสที่หุ้นจีนจะวิ่งได้ คาดว่าจะเห็นในครึ่งหลังของปีนี้

นายวีระ กล่าวเสริมว่า “กองทุนเปิดดับเบิลยูไอเอสอี เคแทม ซีเอสไอ 300 ไชน่า แทร็กเกอร์ (CHINA)” ของบริษัทนั้น ปัจจุบันอาจจะยังไม่ได้มีนักลงทุนสนใจเข้ามาลงทุนมากเท่าไรก็จริง แต่เชื่อว่าเมื่อตลาดหุ้นจีนปรับตัวขึ้นในอนาคตกองทุน CHINA จะได้รับความสนใจจากกลุ่มนักลงทุนทั้งรายย่อยและสถาบันมากขึ้นอย่างน่นอน ซึ่งรอเพียงปัญหาความกังวลเรื่องเงินเฟ้อของจีนหมดไปเท่านั้นเองซึ่งมีโอกาสที่จะเห้นหุ้นจีนปรับตัวขึ้นหลังจากนั้นอาจจะในช่วงครึ่งหลังของปี2011 เพียงแต่นักลงทุนที่สนใจอาจต้องอดทนรอระยะหนึ่งเท่านั้นเอง โดยปัจจุบันกองทุน CHINA มีบมจ.หลักทรัพย์ภัทรเป็นผู้ดูแลสภาพคล่องให้กับกองทุน ดังนั้นนักลงทุนที่ต้องการเข้าลงทุนจึงสบายใจได้ในเรื่องของสภาพคล่องเพราะมีคนที่พร้อมจะเสนอซื้อและเสนอขายคำสั่งซื้อของนักลงทุนอย่างแน่นอน ในเรื่องของสเปรดของคำสั่งซื้อขายที่ค่อนข้างห่างอาจเป็นเพราะยังมีปริมาณการซื้อขายไม่มากนัก แต่เมื่อมีนักลงทุนเข้ามาสนใจลงทุนมากขึ้นสเปรดดังกล่าวน่าจะปรับตัวดีขึ้นแน่นอน

 “ส่วนสินทรัพย์สุทธิของกองทุน CHINA อยากให้นักลงทุนเข้ามาดูเปรียบเทียบกับ INAV ของกองทุนหลักที่บริษัทอ้างอิงผลตอบแทนด้วยจะดีกว่า โดยสามารถดูได้ทั้งผ่านเวบไซด์ของบริษัทและตลาดหลักทรัพย์ แต่ถ้าไปมองจากผลตอบแทนของดัชนีตลาดหุ้นโดยตรงกับ NAV ของกองทุน CHINA อาจจะมีความแตกต่างกันอยู่บ้าง ซึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยในเรื่องของอัตราแลกเปลี่ยนนั่นเอง”

 นายสมชัย บุญนำศิริ กรรมการผู้จัดการ บลจ.กรุงไทย เปิดเผยว่า บริษัทมีแผนตั้งกองทุนซึ่งลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรม (Sector Fund) อย่างต่อเนื่อง โดยขณะนี้อยู่ระหว่างยื่นขอจัดตั้งกองทุนอีทีเอฟทองคำที่อ้างอิงผลตอบแทนกับดัชนีราคาทองคำของกองทุน SPDR Gold Trust และจะนำมาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเป็นกองแรกของอุตสาหกรรม

ก่อนหน้านี้ บริษัทได้ออกกองทุนเปิดดับเบิลยูไอเอสอี เคแทม ซีเอสไอ 300 ไชน่า แทร็กเกอร์ (CHINA) ซึ่งเป็นกองทุนอีทีเอฟจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ไทย

นอกจากนี้ ในไตรมาสแรกของปีนี้ บลจ.กรุงไทย เตรียมจัดตั้งกองทุนอสังหาริมทรัพย์เพิ่มอีก 1 กองทุน ลงทุนในสินทรัพย์ที่เป็นห้างพันธุ์ทิพย์ งามวงศ์วาน เข้ามาอยู่ในพอร์ตก่อน และในอนาคตจะขยายสินทรัพย์โดยซื้อห้างสรรพสินค้าอื่นๆ เข้ามาในกองทุน


 

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท