
ไทยเตรียมรับญี่ปุ่นย้ายฐานการผลิตนอก
“สมภพ” คาดลงทุนปีนี้จอดสนิท แต่เชื่อภายใน 2-3 ปี ญี่ปุ่นเตรียมย้ายการผลิตครั้งใหญ่ ไทยเตรียมรับอานิสงส์
“สมภพ” คาดลงทุนปีนี้จอดสนิท แต่เชื่อภายใน 2-3 ปี ญี่ปุ่นเตรียมย้ายการผลิตครั้งใหญ่ ไทยเตรียมรับอานิสงส์
นายสมภพ มานะรังสรรค์ อธิการบดีสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ เปิดเผยว่า ภายใน 2-3 ปี ญี่ปุ่นจะมีการย้ายฐานการผลิตครั้งใหญ่ออกไปยังต่างประเทศ จากปัจจัยด้านการแข็งค่าของเงินสกุลเยน ปัญหาด้านแหล่งพลังงานภายในประเทศและการขาดแคลนแรงงาน โดยมีประเทศไทยเป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญ
สำหรับความเสียหายจากเหตุแผ่นดินไหวและสินามึในประเทศญี่ปุ่น จะส่งผลให้ตัวเลขการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศของไทยในปีนี้หยุดการขยายตัวจากการชะลอการลงทุนของญี่ปุ่น ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนถึง 1 ใน 3 ของการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ
นอกจากนี้ ในระยะสั้นไทยจะประสบปัญหาด้านการนำเข้าสินค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และชิ้นส่วนยานยนต์ที่ฐานการผลิตได้รับความเสียหาย ซึ่งอาจส่งผลให้อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปีนี้ชะลอตัวลง
“ในปีที่ผ่านมาไทยนำเข้าสินค้าจากญี่ปุ่นสูงถึง 18% โดยเฉพาะกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ไอทีและเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งหากปัญหายืดเยื้ออาจส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกของไทยและจีดีพี เนื่องจากภาคการส่งออกมีสัดส่วนสูงถึง 65% ของจีดีพีไทย” นายสมภพ กล่าวทั้งนี้ ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นได้สร้างความเสียหายแก่เศรษฐกิจญี่ปุ่นเป็นมูลค่าถึง 3.09 แสนล้านเหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็น 67% ของเศรษฐกิจญี่ปุ่น ซึ่งถือเป็นความเสียหายทางเศรษฐกิจซึ่งเกิดจากภัยธรรมชาติที่สูงที่สุดในโลก
ดังนั้น จึงเชื่อว่าในปีนี้บริษัทญี่ปุ่นจะมีการขายสินทรัพย์บางส่วนในต่างประเทศเพื่อนำเงินกลับไปฟื้นฟูประเทศ อย่างไรก็ตามคาดว่าภายใน 23 ปี ญี่ปุ่นจะมีการย้ายฐานการผลิตครั้งใหญ่ออกไปยังต่างประเทศ จากปัจจัยด้านการแข็งค่าของเงินสกุลเยน ปัญหาด้านแหล่งพลังงานภายในประเทศและการขาดแคลนแรงงาน โดยมีประเทศไทยเป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญ
“ในปีนี้ทั้งปีญี่ปุ่นจะให้ความสำคัญกับการรักษาบริษัทแม่ในประเทศเอาไว้ก่อน แต่ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าญี่ปุ่นจะต้องย้ายฐานการผลิตส่วนใหญ่ไปยังประเทศอื่นเพื่อลดความเสี่ยงด้านภัยธรรมชาติ โดยจะเหลือเพียงแต่กลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสูงเอาไว้เท่านั้น” นายสมภพ กล่าว







