
ไพบูลย์ ศรีสวัสดิ์อำไพนำ “ฮัทช์” คืนตลาดแข่งขัน
"ผมเชื่อว่าการเปลี่ยนมิติการทำตลาดจากโปรโมชั่นค่าเครื่อง มาเป็นโปรโมชั่นค่าโทร จะสร้างความตื่นเต้นในตลาดได้แน่นอน"
"ผมเชื่อว่าการเปลี่ยนมิติการทำตลาดจากโปรโมชั่นค่าเครื่อง มาเป็นโปรโมชั่นค่าโทร จะสร้างความตื่นเต้นในตลาดได้แน่นอน"
เงียบหายไปนานร่วม 1 ปีสำหรับบริษัท ฮัทชิสัน ซีเอที ไวร์เลส มัลติมีเดีย จำกัด หรือ ฮัทช์ ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือระบบซีดีเอ็มเอ พอได้จังหวะดี “ไพบูลย์ ศรีสวัสดิ์อำไพ” ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดโพสต์เพด อาศัยช่วงวันวาเลนไทน์ เดือนแห่งความรักนำ “ฮัทช์” กลับมาสู่ตลาดการแข่งขันอีกครั้ง เป้าหมายสำคัญคือรักษาฐานลูกค้า 1 ล้านรายไว้ให้ได้
ไพบูลย์ บอกว่า ฮัทช์ได้สำรวจความต้องการของลูกค้าฮัทช์ มีจำนวนหนึ่งที่มักจะโทรหากันเองอยู่บ่อยๆ และต้องการให้ฮัทช์ออกโปรโมชั่นค่าโทร ซึ่งในปีที่ผ่านมาอาจจะเห็นแต่โปรโมชั่นค่าเครื่องเป็นหลัก ทำให้การตอบโจทย์ลูกค้ายังไม่ชัดเจนนัก ครั้งนี้จึงได้เปิดตัวซิมใหม่ ที่สอดคล้องกับกลยุทธ์ของฮัทช์ที่จะเจาะลูกค้าย่อยกลุ่มเล็กๆ
แม้ประเด็นสำคัญตอนนี้ หลายฝ่ายจะมองว่า ฮัทช์ กำลังจะถูก บมจ.กสท โทรคมนาคม ซื้อกิจการอยู่แล้ว เพื่อรวมบริการซีดีเอ็มเอทั่วประเทศเป็นหนึ่ง แต่ก็ไม่ใช่เหตุผลที่ฮัทช์จะหยุดทำตลาด เพราะลูกค้ายังต้องใช้งาน และฮัทช์เองก็ต้องการตอกย้ำจุดยืนที่คุ้มค่าที่สุดในตลาดเช่นเดิม และการโรมมิ่งโครงข่ายกับ กสท ก็ช่วยให้บริการดีขึ้นด้วยอยู่แล้ว
ดังนั้นการเปลี่ยนมิติการทำตลาดจากโปรโมชั่นค่าเครื่อง มาเป็นโปรโมชั่นค่าโทร จะสร้างความตื่นเต้นในตลาดได้แน่นอน
สำหรับโปรโมชั่นใหม่นี้คือ “ซิมเลิฟเลิฟ” ตอกย้ำค่าโทรที่คุ้มค่าที่สุด ค่าบริการรายเดือน 250 บาทต่อเลขหมาย โทรหากันฟรีตลอด 24 ชั่วโมง และจุดขายที่สำคัญที่สร้างความต่างคือ ทั้ง 2 เลขหมายสามารถแชร์ค่าโทรร่วมกันได้
“พูดง่ายๆ คือ ทั้ง 2 เลขหมายใช้ค่าโทรร่วมกันที่ 500 บาท จะโทรมากโทรน้อยก็ได้ สร้างความคุ้มค่า เพราะไม่ต้องกลัวว่าจะโทรไม่หมด บางเดือนมาก บางเดือนน้อย ก็แชร์ร่วมกัน ต่างจากผู้ให้บริการรายอื่นที่แม้จะโทรน้อย ก็ยังต้องจ่ายแพงอยู่ดี” ไพบูลย์ กล่าว
แบบนี้คงต้องจับตาดูแล้วว่า “ฮัทช์” จะกลับมาสู้ศึกให้บริการมือถือที่แข่งขันกันดุเดือดได้มากน้อยแค่ไหน ทั้งต้องตั้งตาคอยว่า โปรโมชั่นใหม่ๆ ที่จะตามมาของฮัทช์ จะโดนใจผู้ใช้มากจนตัดสินใจใช้ฮัทช์ต่อไป หรือจะมีแรงดึงดูดมากพอที่จะทำให้ลูกค้าระบบจีเอสเอ็มของ 3 ค่ายใหญ่หันมาสนใจได้บ้างหรือไม่







